ภายในห้องไม่มีคนอื่น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงมิลังเล และบีบนวดหน้าท้องของเซียวอวี้
เซียวอวี้ตัวเกร็งขึ้นมาในทันที สูดลมหายใจเข้า และกลั้นเอาไว้
ผ่านไปไม่กี่อึดใจ เฟิ่งจิ่วเหยียนดูเหมือนจะค้นพบสิ่งที่ชื่นชอบ นางพลันยกคิ้วขึ้น เหลือบตามองไปที่เซียวอวี้
“ท่านยุ่งถึงเพียงนี้ ยังมีเวลาฝึกฝนพละกำลัง?”
เซียวอวี้กลั้นลมหายใจนั้นมิอยู่แล้ว จึงคว้ามือของนางที่วางอยู่บนหน้าท้องของเขาขึ้นมา วางลงที่ริมฝีปากและจูบไปสองครั้ง
“แผนการแต่ละวันต้องเริ่มทำตอนรุ่งสาง อีกอย่าง ศัตรูต่างแคว้นก็จดจ้องตาเป็นมัน เรายิ่งต้องทำให้ร่างกายแข็งแรงกำยำ เพื่อเตรียมพร้อมกับการนำทัพออกศึก ดังนั้น ช่วงหลายวันมานี้จึงขยันฝึกฝนมากขึ้น
“เป็นอย่างไร? ฮองเฮาพอใจหรือไม่?”
เขาตั้งตารอคอยคำตอบของนาง
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่แสดงความเห็นใด
นางเข้าไปใกล้หูเขา น้ำเสียงแผ่วเบา ลมหายใจราวกับขนนก พัดผ่านใบหูของเขา ใจที่สงบนิ่งของเขากระตุ้นให้เกิดระลอกคลื่นนับพัน
เขาเพียงแค่ฟังนางเอ่ยอย่างช้า ๆ
“คืนนี้ จะเปิดประตูรอท่านพี่...”
เซียวอวี้ถูกปลุกเร้า ตอนนี้คิดจะ “ประหัตประหาร” นางในที่นี้ทันที
ฝ่ามือใหญ่ของเขาทาบลงที่หลังเอวของนาง แล้วออกแรง ดันตัวนางเข้ามาใกล้เขา จากนั้นประกบกับริมฝีปากของนาง จูบอย่างดูดดื่มและขบกัดเบา ๆ
เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักเขาออกไปเบา ๆ มือสองข้างเกาะที่ไหล่กว้างอันแข็งแรงของเขา ลมหายใจรินรด ร่างกายเริ่มร้อนรุ่ม
พวกเขาราวกับเมามายสุรา ดวงตาพร่ามัว ทั้งซ่อนความดุร้ายราวกับสัญชาตญาณสัตว์ป่าแรกเริ่ม
ขณะที่เซียวอวี้คิดจะจูบนางอีกครั้ง เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ยกนิ้วชี้ขึ้นมา แตะไปที่ริมฝีปากเขา ราวกับฝึกทหารใหม่ พร้อมส่ายศีรษะให้เขาด้วยแววตาที่หนักแน่น
“ตอนนี้ไม่ได้”
เซียวอวี้เชื่อฟังมากกว่าทหารใหม่
เขาโอบกอดนางไว้ ริมฝีปากบางแนบลงที่ข้างลำคอนาง
“กลับไปพักผ่อนก่อน คืนนี้รอเราด้วย”
เขาไม่ลืม หมอหลวงเพิ่งจะบอกว่า ในเวลานี้นางต้องพักผ่อนให้มาก
มิอาจทำให้นางต้องเหนื่อยล้า
......
ในยามเที่ยง เฟิ่งจิ่วเหยียนงีบหลับได้ครู่หนึ่ง ก็ผลัดเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ลำลองของบุรุษ และออกจากพระราชวัง
คนที่ติดตามนาง ในที่ลับมีองครักษ์ลับ ในที่แจ้งมีหว่านชิวสาวใช้ที่มีวิทยายุทธ์
นี่ก็เป็นครั้งแรกของหว่านชิวที่ติดตามฮองเฮาออกจากวัง จึงระแวดระวังอย่างเต็มที่ตลอดทาง
ภายในรถม้า เฟิ่งจิ่วเหยียนหลับตาลงสงบจิตใจ เมื่อลืมตาขึ้นก็มองเห็นหว่านชิวกระสับกระส่ายราวกับทั้งตัวถูกหนามทิ่มแทง พร้อมกับเปิดมุมด้านหนึ่งของม่านหน้าต่างและเพ่งมองออกไปภายนอก
นางจึงเอ่ยด้วยเสียงขรึม
“คลายความกังวลบ้างเถิด”
“เพคะ!”
ความจริงแล้ว หว่านชิวมิกล้าคลายความกังวล
นางมิอยากเป็นเหมือนหยิ่นลิ่ว มิอาจปกป้องฮองเฮาที่ภูเขาหิมะเทียนฉือได้ จวบจนทุกวันนี้ยังถูกตรึงอยู่บนเสาแห่งความอัปยศ
ยิ่งไปกว่านั้น แม่ทัพน้อยเมิ่งเป็นคนที่นางเทิดทูน และเป็นวีรสตรี นางจักต้องปกป้องให้ดี!
สองเค่อต่อมา
รถม้ามาหยุดอยู่หน้าคุกหลวง
หว่านชิวระแวดระวังอย่างที่สุด ก่อนที่ฮองเฮาจะเสด็จลงจากรถม้า นางเดินวนสำรวจรอบรถม้าอยู่หลายรอบ หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอันตราย จึงเปิดผ้าม่านรถม้าขึ้น
ภายในคุกหลวง
ถานไถเหยี่ยนนั่งนิ่งราวกับระฆัง ช่วงหลายวันมานี้ดูซูบผอมไม่น้อย บาดแผลบนทรวงอกดูเหมือนจะไม่เป็นปัญหาแล้ว จากใบหน้าของเขามองไม่ออกถึงสภาพอาการบาดเจ็บ
ผู้คุมมาเปิดประตู พร้อมหยิบเครื่องแต่งกายก่อนหน้านี้ของเขาออกมา และเอ่ยกับเขาว่า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...