เฟิ่งจิ่วเหยียนหยุดชะงักเล็กน้อย สายตาเคลื่อนลงมา มองดูคมกระบี่ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
ถึงแม้จะถูกเปิดโปงสถานะ แต่นางยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็มองเห็น ประมุขแคว้นซีหนี่ว์ในชุดบรรทมสีเหลือง พระชันษาราวสี่สิบกว่า พระเกศาสยายคลุมบ่า พระพักตร์มีริ้วรอย ทว่า กาลเวลามิอาจเอาชนะหญิงงามได้ ทั้งตัวนางยังคงมีความสง่าผ่าเผย มั่นคงราวกับเสาค้ำทะเลตงไห่
แคว้นซีหนี่ว์มีประมุขแคว้นเช่นนี้ มิน่าแปลกใจที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์มองสำรวจเฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างเย็นชา
“ให้ฮองเฮาเยี่ยงเจ้ามาที่แคว้นซีหนี่ว์ ฮ่องเต้ฉีทรงตัดพระทัยได้จริงหรือ เหตุใด มิกลัวว่าเราจะฆ่าเจ้า?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนก็มิเสแสร้งแกล้งทำอีก พร้อมกับยอมรับตามตรง
“คารวะประมุขแคว้น”
“ครั้งนี้มาเยือนแคว้นท่าน คือมาในฐานะราชทูต หาใช่มาในฐานะฮองเฮาแห่งหนานฉี และยิ่งมิใช่ในฐานะแม่ทัพน้อยเมิ่งอะไรนั่น
“ที่ปลอมตัวมาพบท่าน เป็นเพราะสถานการณ์กำลังวุ่นวาย หากมีสิ่งใดรบกวนพระทัย หวังว่าท่านจะให้อภัย
“ทว่า ตัวหม่อมฉัน และแม้แต่ทั้งหนานฉี ก็ไม่มีเจตนาจะล่วงเกินต่อท่าน”
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์ยังคงถือกระบี่จ่ออยู่ที่นาง พร้อมกับเย้ยหยัน
“ใช้ความสุภาพก่อนแล้วค่อยใช้กำลัง?
“มีผู้ใดมิรู้ถึงความสามารถของแม่ทัพน้อยเมิ่งบ้าง
“ฮ่องเต้ฉีส่งเจ้ามาเป็นราชทูต จะให้เราสบายใจได้อย่างไร?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่หวาดกลัวกระบี่ที่จ่ออยู่ลำคอของนาง กลับประสานมือคำนับ
“หม่อมฉันทำตามพระบัญชาของฮ่องเต้ พร้อมกับรับหน้าที่สำคัญมาเป็นราชทูตยังแคว้นซีหนี่ว์ เมื่ออยู่ใต้ชายคาแคว้นอื่น หม่อมฉันยินดียอมอ่อนข้อ”
“มิทราบว่าประมุขแคว้นทรงยินดีจะรับฟังความจริงใจของหนานฉีที่จะผูกพันธมิตรหรือไม่?”
สายตาของประมุขแคว้นซีหนี่ว์ดูเคร่งขรึม
ผ่านไปไม่กี่อึดใจ นางก็ตัดสินใจ และถอนกระบี่เก็บเข้าฝัก
จากนั้นเดินไปหยิบชุดคลุมชั้นนอกบนราวแขวนไม้ สวมลงอย่างองอาจ ผูกสายรัดเอว พร้อมกับรวบเส้นผมยาวขึ้นทันที
เวลาสั้น ๆ เพียงชั่วพริบตา สภาพของนางเมื่อครู่พลันเปลี่ยนไปในทันที กลายเป็นจักรพรรดิหญิงผู้น่าเกรงขาม ดูสุภาพและสุขุม
ต่อจากนั้น นางเดินไปนั่งลงบนที่นั่งหลัก ยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้เฟิ่งจิ่วเหยียน
“มิต้องยืนแล้ว นั่งคุยเถิด”
เริ่มจากเฟิ่งจิ่วเหยียนทูลถวายสาสน์ตราตั้งที่พกติดตัวมา ให้กับจักรพรรดิแคว้นซีหนี่ว์
“สิ่งที่หนานฉีต้องการนั้น ง่ายดายมาก
“เมื่อสงครามเริ่มขึ้น ทหารของแคว้นซีหนี่ว์ห้ามก้าวเข้าไปในดินแดนของหนานฉี
“ขอเพียงแคว้นซีหนี่ว์ไม่เคลื่อนทัพ รอจนสงครามสิ้นสุดลง และหนานฉียังคงยืนหยัดอยู่ได้ ก็จะมอบหินเซวียนอิงให้สามพันตัน รวมถึงพิมพ์เขียวอาวุธของปืนหอกไฟให้กับแคว้นซีหนี่ว์ด้วย”
การหล่ออาวุธเช่นปืนหอกไฟ หินเซวียนอิงเป็นหนึ่งในสิ่งที่ขาดมิได้เลย
ทุกวันนี้ มีเพียงเป่ยเยี่ยนกับหนานฉีที่ค้นพบเหมืองหินเซวียนอิง
เป่ยเยี่ยนวางอำนาจบาตรใหญ่ แคว้นซีหนี่ว์ไม่มีทางแลกกับหินเซวียนอิงในมือของพวกเขาได้
ครั้งแรกที่หนานฉีค้นพบเหมืองหินเซวียนอิง แคว้นซีหนี่ว์ก็จัดส่งราชทูตไป จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการหินเซวียนอิง
ทว่าในตอนนั้นหนานฉีมิยอมตกลง
ส่วนปืนหอกไฟแบบใหม่นั้น ยิ่งเป็นสิ่งล้ำค่าที่ทุกแคว้นต้องการ
ตอนนี้ถูกส่งมาถึงหน้าประตูแล้ว?
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์มองดูสาสน์ตราตั้งแล้ว เนื้อหาไม่มีผิดพลาด ตราหยกและตราผ่านด่านได้รับการประทับแล้ว
เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า สาสน์ตราตั้งฉบับนี้มิใช่ของปลอม
ทว่า ไม่มีเรื่องดี ๆ หล่นลงมาจากฟ้าได้ จักต้องระแวดระวัง
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์วางสาสน์ตราตั้งลง ราวกับว่าสิ่งนี้มิควรค่าแก่การสนใจ
ใบหน้านางมองเห็นถึงอาการป่วย แต่ถูกปกคลุมด้วยความน่าเกรงขาม
ริมฝีปากที่ซีดเผือดพลันเอ่ยขึ้น
“หินเซวียนอิงสามพันตัน ยังมีปืนหอกไฟอีก
“เอ๊ะ หนานฉีตัดใจได้หรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...