ครั้นเอ่ยถึงบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วนั้น ประมุขแคว้นซีหนี่ว์พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เสด็จพ่อประชวรหนักจนสิ้นลม ตั้งแต่เรายังเล็ก
“ในวังจึงไม่มีภาพเหมือนของท่านอยู่เลย
“เราเองก็จดจำหน้าตาของท่านไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ หากเจ้าต้องการได้ภาพเหมือนจริง ๆ เราจักหาผู้เฒ่าในสมัยนั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วสอบถามจากพวกเขา”
เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกลำบากใจขึ้นมาบ้าง
ไร้ภาพเหมือนแล้วไซร้ ย่อมจะไม่มีเบาะแสด้านรูปลักษณ์ภายนอกเลย
เป็นการยากยิ่งกว่าให้คนลงไปงมเข็มในมหาสมุทร!
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์ยังกล่าวต่อ
“ในสมัยนั้น เรากับซู่ยวนเพิ่งจะอายุเพียงสองสามขวบ พวกบุรุษก่อกบฏ และบุกเข้าไปในพระราชวัง เสด็จแม่ต้องการเก็บรักษาทายาทไว้ จึงส่งเรากับซู่ยวนออกจากวังเพื่อลี้ภัย
“เพื่อให้พี่น้องจดจำกันได้ในอนาคต จึงหักปิ่นหยกออกเป็นสองส่วน
“นี่เป็นครึ่งหนึ่งที่อยู่ในมือของเรา”
นางหยิบปิ่นหยกขาวครึ่งท่อนออกมา ซึ่งเป็นส่วนของหัวปิ่นประกอบด้วยด้ามปิ่นอีกเสี้ยวหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วเหยียนถามด้วยความรอบคอบ
“ถ้าเช่นนี้ ในมือของซู่ยวนตัวจริง ก็ควรจะมีด้ามจับของปิ่นที่เหลือใช่หรือไม่เพคะ?”
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์กดคางลงเบา ๆ
“ใช่”
นางส่งปิ่นหยกครึ่งหนึ่งในมือ พร้อมด้วยกล่องผ้าที่บรรจุมัน ให้เฟิ่งจิ่วเหยียนพร้อมกัน “สิ่งนี้ เราขอฝากไว้ที่เจ้า”
นี่คือความไว้วางใจของประมุขแคว้นซีหนี่ว์
เฟิ่งจิ่วเหยียนรับปิ่นหยกหักด้วยสองมือ แววตาสงบนิ่ง หากแต่ทำให้ผู้คนมีความไว้วางใจอย่างแข็งแกร่ง
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์ถือโอกาสนี้จับข้อมือของนางไว้
เฟิ่งจิ่วเหยียนดูตกตะลึงเล็กน้อย “ท่านยังมีเรื่องใดหรือไม่เพคะ?”
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์จดจ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง
“แม่ทัพน้อย มิอยากอยู่ในแคว้นซีหนี่ว์จริงรึ?”
ถึงอย่างไร ก็ยากที่จะตัดใจปล่อยผู้มีความสามารถเช่นนี้ไปได้
หากนางอยากจะอยู่ต่อจริง ๆ และสวามิภักดิ์ต่อแคว้นซีหนี่ว์ เช่นนั้น อย่าว่าแต่ตำแหน่งอ๋องผู้สำเร็จราชการเลย ตำแหน่งที่สูงกว่านั้น ตนเองก็มอบให้ได้...
ไม่ไกลนัก หยิ่นฉีกำลังจะเริ่มจดบันทึก หยิ่นซานราวกับทำนายไว้แล้ว พลันคว้าแย่งพู่กันมาก่อน และหักทิ้งต่อหน้าเขา
หยิ่นฉี : !!!
หยิ่นซานโยนซากพู่กันทิ้งไป แม้มิเอ่ยคำใด หากแต่สายตาของเขาสื่อความนัย——“เฮอะ! ข้าไม่ให้เจ้าเขียนหรอก!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนได้รับคำร้องขอให้อยู่ต่อจากประมุขแคว้นซีหนี่ว์เป็นครั้งสุดท้าย กลับยังยืนกรานที่จะจากไป
“มิได้เพคะ ในหนานฉียังมีคนรอให้ข้ากลับไป ขออวยพรให้ท่านได้พบกับใต้เท้าซู่ยวนอีกครั้งโดยเร็วเพคะ”
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์รู้สึกเบ้าตาร้อนผ่าว
อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว การขี่ม้าในช่วงกลางคืน ต้องสวมใส่อาภรณ์ให้หนาขึ้น
ปลายเดือนเก้า
พวกเขาใกล้จะออกจากชายแดนแคว้นซีหนี่ว์
คืนวันนี้ คณะเดินทางกลุ่มหนึ่งพักแรมกันอยู่ในป่า
ปลายสารทฤดูช่างหนาวเย็น
กองทัพอินทรีเหินก่อกองไฟ นั่งรอบกองไฟเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ถุงสุราหนึ่งถุง เวียนส่งต่อให้กัน
มีคนจับปลาจากลำธารใกล้เคียง หลังจากขอดเกล็ดง่าย ๆ แล้ว ก็ย่างปลาบนกองไฟ
ครั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นปลาย่าง พลอยคิดถึงเซียวอวี้ขึ้นมา
มิรู้ยามนี้เขาจะเป็นเช่นไร...
“คุณชาย” ชวีสื่อหัวหน้ากองทัพอินทรีเหินยื่นปลาย่างให้ ท่าทางอยากจะพูดก็ไม่พูด
เฟิ่งจิ่วเหยียนรับปลาย่างมา สีหน้ายังสงบนิ่ง
“หากมีอันใดจะพูด ก็พูดเถิด”
ชวีสื่อตั้งใจเหลือบมองไปรอบ ๆ เพื่อระวังองครักษ์เงาที่แอบฟังอยู่เหล่านั้น
ท่ามกลางเสียงถ่านไม้แตก “เปรียะ” เป็นครั้งคราว เขาลดเสียงลง พลางเอ่ยด้วยความลังเลใจ
“พวกเรายังอยากจะเป็นทหารของท่านขอรับ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...