กองทัพศัตรูนำศพของกวนไหลอิ้งมาวางบนพื้นที่โล่ง ทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยเฆี่ยนตี ไม่มีอาภรณ์ปกปิดร่างกาย
ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ เหล่าทหารหนานฉีเห็นแล้วรู้สึกโกรธแค้น
ความตายก็แค่ศีรษะแตะพื้น ทว่าการกระทำจำพวกเฆี่ยนตีศพ ช่างชั่วช้าอย่างยิ่ง!
บนหอประตูเมือง ทหารหนานฉีสองนายโรยเชือกลงมา พวกเขานำอาภรณ์ที่แม่ทัพกวนเคยสวมใส่ก่อนตาย มาสวมให้เขา แววตาฉายแววความโศกเศร้า
ซ่านชุนมองเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยสายตาโหดเหี้ยม
“ฮองเฮา บุตรในท้องของท่าน เกรงว่าคงไม่รอดแล้วกระมัง!”
มิเช่นนั้นแล้ว จะต่อสู้จนมาถึงตอนนี้ได้อย่างไร ไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้นกับนางหรือ?
ซ่านชุนคิดว่าตนเองฉลาด
กลับมิรู้เลยว่า เดิมทีแล้วเฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้ตั้งครรภ์เลย
หลังจากศพของกวนไหลอิ้งถูกส่งขึ้นไปยังหอประตูเมืองแล้ว ซ่านชุนก็มองไปยังศพของทหารตนเอง
เขารู้สึกกล้ำกลืนฝืนทน
คิดอีกที ก็ยังดีที่หยุดความเสียหายได้ทันเวลา
ตอนนี้ตายไปเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบนาย
หนานฉีพูดพร่ำไม่หยุดว่าจะสร้างหอสูงเก็บศพ ลำพังแค่คนหนึ่งร้อยคน คงมิอาจสร้างได้
ซ่านชุนมองไปที่หอประตูเมืองด่านเฉาอวี๋อีกครั้ง สายตาดูเหี้ยมเกรียม
“ถอยทัพ!”
ทว่า ขณะที่เขากำลังจะหันหัวม้า เสียงเกรี้ยวกราดก็ดังมาจากด้านหลัง
“อนุญาตให้พวกเจ้าไปแล้วหรือ?”
ซ่านชุนหันกลับมา กลับมองเห็น ภายใต้แสงจันทร์เฟิ่งจิ่วเหยียนถอดหน้ากากที่เต็มไปด้วยเลือดออกมา สายตาเยือกเย็นและเฉียบคม ราวกับหมาป่าเดียวดายที่หลับใหลในยามค่ำคืน
ภายในอกราวกับฟ้าคำราม ทว่าใบหน้าราวกับทะเลสาบอันนิ่งสงบ
รัศมีการสังหาร บังเกิดขึ้นแบบมืดฟ้ามัวดิน...
ซ่านชุนรู้สึกถึงลางร้ายอย่างบอกไม่ถูก
“ท่านแม่ทัพ! มองไปทางนั้นเร็ว!” มีคนตะโกนขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว ราวกับเห็นภาพอันน่าสะพรึง
กลับเห็น บนหอประตูเมืองด่านเฉาอวี๋ ลูกตะกร้อหลายสิบลูกกลิ้งลงมาอย่างรวดเร็ว
ลูกตะกร้อขนาดใหญ่ สานขึ้นมาจากหวาย แต่ละลูกสูงเท่ากับคนสองคน
เหมือนกับสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ยักษ์ กำลังกลิ้งมาหาพวกเขา
หากเป็นลูกตะกร้อธรรมดาทั่วไป พวกเขาก็คงไม่ถึงกับหวาดกลัว
ทว่าพวกเขาต่างรู้ดีว่า นี่คือวิธีการโจมตีด้วยไฟ
ในสถานการณ์ที่เร่งด่วน เขาตะโกนไปรอบด้าน “เป็นเชือกขวางม้า! นิ่งไว้ก่อน! อย่าตกใจ!”
ในที่สุดเขาก็กระจ่างแล้ว!
การท้าประลองครั้งนี้ของวันนี้ หนานฉีวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว!
ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวันก็ได้เตรียมการเหล่านี้อย่างเพียบพร้อม ซ้ำยังรอดพ้นสายตาของทหารสอดแนมต้าเซี่ย มองข้ามมิได้จริง ๆ
ซ่านชุนไม่มีเวลาให้คิดเยอะ การรักษากองกำลังทหารที่มีอยู่ ถึงจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เขาเป็นแม่ทัพอาวุโสที่มีประสบการณ์โชกโชน ไม่ตื่นตระหนกเมื่อเผชิญสถานการณ์คับขัน จึงสั่งการให้ถอยทัพ
ทว่า ลูกตะกร้อไฟ เชือกขวางม้า ทำให้กองทัพเกิดความโกลาหลไปแล้ว
ถึงแม้ซ่านชุนจะมีสติดีพอ ก็ยากจะหลีกเลี่ยง---คนจำนวนมากต้องตายเพราะเท้าคนและกีบม้าที่สับสนอลหม่าน
ลูกตะกร้อไฟ ไม่เหมือนก้อนหิมะที่เกิดจากหิมะถล่ม ที่พอจะหลบหลีกได้ และมันก็ไม่ถึงกับเผาคนตาย ทว่ากลับสร้างความโกลาหลใหญ่โตได้
ภายใต้ความหวาดกลัวต่อความตายที่มาอย่างกะทันหัน กองทัพจึงง่ายต่อการแตกพ่าย ม้าก็ตกใจกลัว หลังจากกองทัพถูกตีแตก ทหารก็อยู่ในความโกลาหล
ทันทีที่ทหารอยู่ในความโกลาหล ก็หนีกันกระจัดกระจาย
บวกกับเชือกขวางม้า ก็ยิ่งง่ายที่จะเกิดการเหยียบย่ำกัน
ซ่านชุนวิ่งหนีไปพลาง แผดเสียงไปพลาง
“บ้าเอ๊ย! สมควรตาย! หนานฉีชั่วช้านัก!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...