เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 895

หลังจากที่เฟิ่งจิ่วเหยียนสังหารหมอทหารผู้นั้นแล้ว ก็ได้เลือกคนที่มีรูปร่างไม่ต่างจากหมอทหารคนนั้น มาปลอมกายให้เหมือนกัน เพื่อล่อให้คนมาตกหลุมพราง

หลังจากที่นางรั้งรอเวลาผ่านไปสองสามวัน สายลับของศัตรูก็ปรากฏตัวขึ้น

สายลับไปพบหมอทหาร เพื่อที่ต้องการจะลงมือวางยาพิษสังหารเฟิ่งจิ่วเหยียน เหมือนกับแผนการในคราก่อน

ทว่า เขามิคิดเลยว่าอันตรายจะมารั้งรออยู่ด้านหลังของตนเองแล้วเช่นนี้

เขาถูกองครักษ์เงาจับได้คาหนังคาเขา ยาพิษที่อยู่ในปากนั้นถูกนำออกมาแล้ว เพื่อป้องกันมิให้เขาปลิดชีพตนเอง

สายลับผู้นี้ รูปร่างผายผอม หากไปอยู่ท่ามกลางหมู่คนมากมายละก็ ย่อมมิเป็นที่สะดุดตา

ทว่า กลิ่นอายท่าทีที่นิ่งเงียบและสงบเสงี่ยมของเขานั้น แตกต่างจากคนปกติทั่วไป

ถึงแม้จะถูกจับได้ แต่เขาก็ยินยอมพร้อมที่จะตาย พลางก้มหน้ามองดูพื้นด้วยท่าทีใจเย็น มิพูดมิจาอันใดออกมา

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูเขาด้วยสายตาเย็นชา หลังจากประเมินดูคนตรงหน้าแล้วนั้น นางจึงสั่งการออกมาอย่างเรียบง่ายว่า

“โยนออกไปจากด่านเฉาอวี๋”

มิมีการสอบสวน มิมีการทรมาน เพียงแค่ปล่อยตัวสายลับออกไปเท่านั้น

หยิ่นซานและคนอื่นๆ ต่างก็มีท่าทีงุนงงไปในทันที

แม้แต่แววตาของสายลับเอง ยังคงแสดงอารมณ์ที่หาได้ยากออกมา

สายลับพลางเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อมองบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเขา

มิอยากจะเชื่อเลยว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนจักปล่อยตัวเขาออกไปอย่างปลอดภัยเช่นนี้

ถึงอย่างไร ยามที่ทั้งสองแคว้นกำลังทำศึกสงครามนั้น ผู้ที่ต้องถูกเกลียดชังมากที่สุดก็คือสายลับ

หากศัตรูพบเจอสายลับเข้าแล้วนั้น พวกเขาย่อมตกตายไปอย่างหน้าอนาถ

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิคิดมองสายลับตรงหน้าอีกต่อไป สายตาพลันหันกลับไปมองโต๊ะทรายที่อยู่ตรงหน้าแทน ก่อนจะเอ่ยออกมาเป็นครั้งสุดท้ายว่า

“ฝากข้อความถึงแม่ทัพซ่านด้วยว่า ในเมื่อคิดจะซ่อนตัว เช่นนั้นก็กลับไปซ่อนตัวที่แคว้นต้าเซี่ยเสีย!”

สายลับได้แต่ลอบกำหมัดแน่นเอาไว้

“พ่ะย่ะค่ะ”

หยิ่นซานยังคงรู้สึกว่า มิสมควรปล่อยสายลับผู้นี้ไป พลางหันไปหาหยิ่นเอ้อร์ เพื่อให้หยิ่นเอ้อร์ช่วยเอ่ยบางอย่างออกมา

หยินเอ้อร์ที่กำลังคาบหญ้าหางสุนัขเอาไว้ในปากนั้น ในเมื่อมิใช่เรื่องของตนเอง เขาจึงหาได้คิดสนใจไม่

ท้ายที่สุดแล้ว หยิ่นซานที่มิมีทางเลือกอื่น จึงได้แต่ต้องทำตามคำสั่งของฮองเฮา ก่อนจะขับไล่สายลับออกจากด่านเฉาอวี๋ไป

หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น หยิ่นซานพลันอดมิได้ที่จะเอ่ยถามเฟิ่งจิ่วเหยียนขึ้นมา

“ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดท่านถึงปล่อยพยัคฆ์กลับภูเขาไปเช่นนี้หรือ?”

เขาติดตามฮองเฮามาได้ไม่นานนัก แต่เขาก็พอจะสัมผัสได้ว่านางเป็นคนที่ทำอะไรเด็ดขาดและไร้ความปราณี

เหตุใดพระนางถึงมีเมตตากับสายลับผู้นั้นจัง?

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูด่านเฉาอวี๋บนโต๊ะทรายของตนเอง ก่อนจัดเตรียมกองกำลังของตนขึ้น พลางเอ่ยขึ้นมาโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง

“หากเจ้ายังมิเชื่อว่าข้าปล่อยเขาไปได้ แล้วชาวเมืองต้าเซี่ยจะเชื่อหรือไม่?”

เมื่อสายลับถูกเปิดโปงขึ้นมาเมื่อใดนั้น เขาก็ได้กลายเป็นคนตายไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะได้กลับไปแล้วอย่างไร เขาย่อมมิมีชีวิตรอดอยู่ดี

ยิ่งไปกว่านั้น นางต้องการให้คนส่งความไปบอกอีกฝั่งด้วย

ดูเหมือนหยิ่นซานจักเข้าใจแต่ก็คล้ายว่าจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก

ทว่า การตัดสินใจของฮองเฮานั้น มักจะถูกต้องเสมอ

……

เป็นไปอย่างที่เฟิ่งจิ่วเหยียนคาดการณ์เอาไว้ หลังจากที่สายลับผู้นั้นกลับไปถึงค่ายทหารต้าเซี่ยแล้ว เขาก็ถูกจับกุมในทันที

หลังจากที่ซ่านชุนได้ยินคำพูดที่เฟิ่งจิ่วเหยียนฝากไปบอกแล้วนั้น เขาก็โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก

สายตาของซ่านชุนราวกับฉายแววเฉียบคมขึ้นมา

ซ่านชุนหันไปสั่งการกับรองแม่ทัพในทันที

“ไปตรวจดูเสีย ว่าด่านเฉาอวี๋มีช่องทางลับใดหรือไม่!”

หลังจากครุ่นคิดอยู่นานนั้น ความเป็นไปได้ที่มากที่สุดก็คือเส้นทางลับ

หนานฉี ค่ายตะวันออก

ภายในกระโจมหลัก

เฟิ่งจิ่วเหยียนเรียกตัวแม่ทัพหลายนายให้เข้ามาร่วมหารือกัน ว่าจะป้องกันศัตรูอย่างไร

แววตาของนางเต็มไปด้วยความชัดเจนทั้งยังเฉียบคมดั่งแม่ทัพ พร้อมด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเคร่งขรึม

“ในเมื่อซ่านชุนเป็นผู้ที่สามารถถือตราประทับของแม่ทัพทั้งสี่แคว้นได้แล้วนั้น นั่นหมายความเขาหาใช่หนูที่ไร้ความสามารถไม่

“คนผู้นี้เป็นปรมาจารย์ด้านการทหาร ทั้งยังเน้นการฝึกฝนทหารให้มีความยืดหยุ่นของการเคลื่อนไหว รวมไปถึงมีความชำนาญการในการใช้อาวุธต่าง ๆ

“จุดแข็งของทหารแห่งต้าเซี่ยอยู่ที่ทักษะการยิงธนูที่เหนือกว่ากองทัพพันธมิตรอื่น ๆ กลยุทธ์การยิงธนูของพวกเขานั้น เปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา ทำให้พวกเขานับว่าเป็นศัตรูที่น่าเกรงขามไม่น้อย”

กลยุทธ์กองทัพสี่อย่างนั้น แบ่งออกเป็นกลยุทธ์หยินหยาง กองกำลังกลยุทธ์ กลยุทธ์แปรทัพและกลยุทธ์ทักษะ

ตระกูลถานไถนั้นเป็นตระกูลปรมาจารย์ด้านยุทธศาสตร์ทางการทหาร

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่ติดตามอาจารย์ของตนเองเมิ่งฉวีนั้น เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์การแปรทัพ รวมไปถึงการใช้รวดเร็วและว่องไวในการปราบศัตรู

ฉะนั้นแล้ว กลยุทธ์แปรทัพและกลยุทธ์ทักษะจึงเหมาะที่จะนำมาใช้โจมตีเมืองมากที่สุด

ทว่า เมื่อมองดูจากสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าแล้วนั้น กองกำลังพันธมิตรของต้าเซี่ยและอีกสี่แคว้นกลับมีข้อได้เปรียบในระยะยาวมากกว่าพวกนางมากนัก

การต่อสู้ที่เนินฝังศพนั้น เป็นการทำให้ขวัญกำลังใจของศัตรูลดลงเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น มิอาจเป็นตัวชี้วัดชัยชนะใด ๆ ได้

สถานการณ์ที่แตกต่างจากชายแดนตะวันออกนั้น ในยามนี้เมืองหลวงกลับเต็มไปด้วยความรื่นเริงมากมาย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย