เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 910

ไม่กลัวศัตรูที่เก่งกาจ กลัวแต่เพื่อนร่วมงานที่โง่เขลา

ถึงแม้ซ่านชุนจะต้องการศิลาหยกของหนานฉีมากเพียงใด ก็ยังตระหนักถึงความสำคัญในหน้าที่ของแต่ละคน

เขาเป็นผู้ที่บุกยึดด่านเฉาอวี๋ได้ และบุกเข้าสู่หนานฉีอย่างสง่าผ่าเผย

กองกำลังพันธมิตรเผ่าสุยเหอคืออะไร? ไม่สามารถโจมตีเอาชนะได้ กลับจะมาเอาเปรียบกองทัพพันธมิตรตะวันออกของพวกเขา โดยไม่ลงแรงสักนิด!

เมื่อคิดเช่นนี้ ซ่านชุนยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก

ทว่าคนเหล่านั้นมุ่งตรงมาที่นี่แล้ว มิอาจขับไล่ออกไปได้

เขาทำได้แค่ออกคำสั่ง

“ทุกคนจงฟัง แม้จะไม่กินไม่ดื่ม ก็ต้องเร่งรีบออกเดินทาง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไปถึงเมืองเซวียนก่อนแคว้นอื่น!”

“ขอรับ!”

……

กานโจว

กองทัพพันธมิตรของต้าเซี่ยล้อมรอบเมือง พลางจ้องมองไปที่กองทัพตงจิ้งของหนานฉี

หารู้ไม่ว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนได้นำกองทัพใหญ่ออกไปแล้ว ผ่านช่องทางลับ “ใยแมงมุม” โดยเหลือเพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ ไว้ เพื่อสร้างภาพลวงว่ากานโจวเต็มไปด้วยกองกำลังทหาร ที่ตอบโต้ศัตรูได้

ช่องทางลับใต้ดินนี้ ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางตรง

กองทัพตะวันออกจึงเดินทางมาถึงเมืองม่อแล้ว

ที่นี่นางได้พบกับสหายเก่าผู้หนึ่ง——ตงฟางซื่อ

ตงฟางซื่อกำลังปรับโครงสร้างกลไกใหม่ในด่านสุดท้าย

เขาเอ่ยเย้าตนเอง

“เพื่อที่จะปรับโครงสร้าง ‘ใยแมงมุม’ นี้ ฝ่าบาทได้บัญชาแม่ทัพชราหลี่ระดมกองทัพแสนนายให้ บอกให้ข้าสั่งการได้ตามใจชอบ ข้าไม่เคยนำกองทัพมากมายขนาดนี้มาก่อน ดูมีหน้ามีตาระดับหนึ่งเชียว”

เมื่อมีคนมากก็ทำสิ่งต่าง ๆ ได้ง่าย ด้วยกองทัพหนึ่งแสนนาย เขาได้ปรับโครงสร้าง “ใยแมงมุม” ทางเหนือและตะวันออกตามภาพวาด ทำให้เขาประหยัดเวลารวมถึงกำลังคนได้มาก

เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย เขาจึงมาที่นี่เพื่อจบงาน

เฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นว่าเขาซูบผอมลงมาก จึงโค้งคารวะแบบชาวยุทธภพให้เขาอย่างจริงใจ

“พี่ตงฟาง ข้าขอขอบใจท่านแทนทหารหนานฉีทั้งหมด”

“เจ้าจะไปที่เมืองเซวียนรึ?” ตงฟางซื่อยิ้มตาหยีพลางเอ่ยถาม

เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้า

“ใช่”

ตงฟางซื่อวางค้อนในมือลง “รอข้าทำงานที่นี่เสร็จแล้ว จะพาพวกเหล่าฝาน ไปสมทบกับเจ้าที่เมืองเซวียน”

เขามีลางสังหรณ์ว่า จักเกิดการสู้รบครั้งใหญ่ในเมืองเซวียน

เท่าที่เขารู้จักนิสัยของซูฮ่วน นางมักจะชอบการต่อสู้ที่รวดเร็ว ไม่ชอบสู้ทางนั้นที ทางนี้ที ต่อสู้อย่างไม่มีจบสิ้น

ดังนั้น เมืองเซวียนจึงเหมาะสมจะเป็นสถานที่ สำหรับการสู้รบขั้นเด็ดขาด

ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องการคน เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงไม่ปฏิเสธทุกคนที่มา

“ได้สิ ข้าจะรอพวกเจ้าที่นั่น”

สีหน้าแววตาของนางสงบนิ่ง ตลอดทางมิได้มีอาการสะทกสะท้านเลย

ตงฟางซื่ออดหยอกล้อไม่ได้

“เจ้าไม่เพียงแต่หลอกลวงศัตรูเท่านั้น ยังหลอกชาวบ้านจำนวนมากให้หวาดกลัว ทุกคนคิดว่าหนานฉีใกล้จบสิ้นแล้ว”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปข้างหน้า ด้วยมุมมองที่กว้างไกล

“มีแคว้นที่จบสิ้นจริง ๆ ทว่า หาใช่หนานฉีไม่”

……

ชั่วเวลาพริบตาก็เข้าสู่เดือนสอง

กองทัพพันธมิตรฝ่ายเหนือที่นำโดยเป่ยเยี่ยน และกองทัพพันธมิตรฝ่ายตะวันออกนำโดยซ่านชุนแห่งต้าเซี่ย ไร้เทียมทานตลอดทาง และกองทหารฉีที่พวกเขาพบล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้

พวกเขามาถึงเมืองเซวียนตามลำดับ และไม่กี่วันหลังจากนั้น กองกำลังพันธมิตรเผ่าสุยเหอก็มาถึงแล้ว

เมืองเซวียนเป็นเมืองร้างเช่นกัน เมื่อกวาดสายตามอง มันเต็มไปด้วยความรกร้าง และซบเซา

กระนั้น เมื่อเขาเสนอให้โจมตีเมืองหลวงก่อน กลับไม่มีกองกำลังพันธมิตรใดตอบสนอง

ทุกแว่นแคว้นมีความเห็นแก่ตัว

พวกเขายกโขยงกันมาที่เมืองเซวียน เพียงเพราะมีขุมทรัพย์มหาศาลอยู่ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีศิลาหยกที่สามารถปกป้องกองทัพให้ไร้พ่ายในศึกสงครามได้

ส่วนการโจมตีเมืองหลวงนั้น ใช้หัวแม่เท้าคิดยังได้ บัดนี้เมืองหลวงจะต้องได้รับการเสริมกำลังคุ้มกันอย่างแน่นหนา และกองทัพทั้งหมดอยู่ที่นั่น เพียงรอให้พวกเขาตกหลุมพราง ซึ่งกองทัพแนวหน้าจะถูกสังเวยก่อน

การยิงนกจ่าฝูง อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย เมืองหลวงต้องโจมตี ขุมทรัพย์ต้องได้ครอบครอง ดังนั้น จึงไม่มีใครอยากออกไปเป็นกองทัพแนวหน้า

โดยเฉพาะกองทัพพันธมิตรของต้าเซี่ยที่เคยขาดทุนมาก่อน ย่อมจะไม่อยากผูกมิตรกับผู้อื่นอย่างโง่เขลาอีก

ซ่านชุนรีบกล่าวทันที “เป็นพวกเราที่ยึดด่านเฉาอวี๋ได้ กองทัพเผ่าสุยเหอเพียงติดตามพวกเรามาอย่างเอารัดเอาเปรียบ ตอนนี้ถึงตาพวกเขาไปเป็นแนวหน้าบ้างแล้ว! พวกเราจะอยู่ข้างหลัง คอยพิทักษ์เมืองเซวียน!”

ครั้นแม่ทัพนายกองของเผ่าสุยเหอได้ยิน พลันโกรธเดือดดาลขึ้นมา

“ซ่านชุน! เราทนเจ้ามานานแล้ว! เจ้าเอาแต่พูดว่าเป็นคนยึดด่านได้ ไม่อายเลยรึ? ก่อนหน้านี้พวกเราก็ได้ยินมาว่า กองทัพใหญ่หนานฉีเป็นฝ่ายละทิ้งด่านเฉาอวี๋ก่อน และถอยทัพไปยังกานโจว พวกเจ้าสู้กับอะไรอยู่?”

“เฮอะ! พวกเจ้ากลับได้ฆ่าคนของตนเองกระมัง ช่างน่าหัวเราะสิ้นดี!”

“เจ้า!” สีหน้าของซ่านชุนเขียวคล้ำ ได้แต่ข่มกลั้นและเงียบไว้

เนื่องจากพวกเขาต่างก็โลภในขุมทรัพย์เหล่านั้น กลัวหลังจากที่ตนเองจากไปแล้ว ขุมทรัพย์จะตกไปอยู่ในมือของแคว้นอื่น ดังนั้น ทุกแคว้นจึงปักหลักอยู่ที่เมืองเซวียน ไม่ยอมแตกค่าย

ทันใดนั้น พลันได้ยินเสียง “ตูม” ดังขึ้น

ใบหน้าของฮ่องเต้เยี่ยนมืดลง “ไปสืบมา!”

ไม่นาน พลันมีเสียงตะโกนดังมาแต่ไกล

“แย่แล้ว! ประตูเมืองถูกปิดจากด้านนอก เปิดไม่ได้แล้ว!”

ทุกคนยังไม่ทันได้ตื่นตกใจ กลับได้ยินเสียงทหารและเกือกม้าจำนวนมหาศาลอยู่ที่นอกเมือง

เมื่อตระหนักได้ถึงความผิดปกติ ฮ่องเต้เยี่ยน ซ่านชุนและนายพลอื่น ๆ ที่เป็นผู้นำต่างขึ้นไปบนหอประตูเมือง พลันได้เห็น ที่ด้านนอกเมืองเซียน คลาคล่ำไปด้วยทหารฉี อย่างหนาแน่น!

ซ่านชุนต้องตกใจเมื่อพบว่า ผู้นำกองทัพนั้น เป็นเฟิ่งจิ่วเหยียน!

นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?

นางมิได้อยู่ที่กานโจวหรอกหรือ!!!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย