เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 933

ในเมื่อเป็นสามีภรรยากัน เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังต่อเซียวอวี้ นางจึงบอกตามความจริง

“ก็แค่จดหมายเพคะ”

เซียวอวี้เลือกหยิบจดหมายขึ้นมาหนึ่งฉบับ เห็นบนนั้นเขียนว่า---[อาเหยียนที่รัก]

สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา จากนั้นฝืนข่มความรู้สึกไม่พอใจนั้นไว้ และหันมายิ้มให้เฟิ่งจิ่วเหยียนพร้อมถามว่า

“นี่ต้วนไหวซวี่เป็นคนเขียนทั้งหมดหรือ?”

หว่านชิวยืนอยู่ด้านข้าง เหมือนจะรับรู้บางอย่าง ทว่าก็ยังไม่แน่ชัด และยังไม่เข้าใจ

หลังจากเฟิ่งจิ่วเหยียนเหลือบมองที่เซียวอวี้ ก็หันไปพูดกับหว่านชิว “เจ้าออกไปก่อน”

“เพคะ ฮองเฮา”

ในตำหนักชั้นในไม่มีผู้อื่น เหลือเพียงฮ่องเต้กับฮองเฮาสองคนเท่านั้น

เฟิ่งจิ่วเหยียนหยิบจดหมายฉบับนั้นมาจากมือเซียวอวี้ และเอ่ยอย่างจริงจัง

“เรื่องในอดีต ฝ่าบาทจักสนพระทัยไปไยเพคะ”

เซียวอวี้กลับคว้าข้อมือของนางไว้ “เราอยากอ่าน”

เขาดูท่าทางจริงจังอย่างมาก

“เราอยากรู้ว่า ในจดหมายของเขา เขียนอะไรบ้าง และยิ่งอยากรู้ว่า เจ้าตอบเขาว่าอย่างไร”

เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ฝ่าบาท...”

เซียวอวี้เอ่ยแทรกคำพูดของนาง มองนางด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจ พร้อมกับย้อนถาม

“มิได้หรือ? เราอ่านมิได้หรือ?”

แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนดูเย็นชา

“หม่อมฉันมิรู้ว่าท่านมีจุดประสงค์ใด”

เซียวอวี้หัวเราะเยาะตนเอง

“เรารู้ว่า ในใจเจ้ามีเรา แต่เจ้าสามารถลืมต้วนไหวซวี่ได้จริง ๆ หรือไม่?”

สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

“ท่านสงสัยว่าหม่อมฉันมิอาจลืมรักครั้งเก่าได้?”

เซียวอวี้ไม่ปฏิเสธ

วันนี้เขาดื่มสุราไปมาก ด้วยฤทธิ์ของสุรา จึงระบายความรู้สึกอัดอั้นตันใจออกมา

“หมอยาน้อยผู้นั้น คิดว่าเราคือต้วนไหวซวี่ เป็นคนที่เจ้าเรียกหาขณะไม่ได้สติ

“เจ้าจะให้เราคิดอย่างไร?

“ยามคับขันถึงจะรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริง บางทีเจ้าอาจจะยังไม่รู้ตัว ยามที่เจ้าต้องการใครสักคนมากที่สุด คนที่เจ้านึกถึง กลับเป็นต้วนไหวซวี่ มิใช่เรา”

สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนดูมืดมน มือกำหมัดไว้แน่น

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”

ความเงียบขรึม และความในใจที่อัดแน่นมาตลอดทางของเขา มิใช่เพราะเรื่องมนุษย์โอสถ แต่เป็นเพราะคำพูดของหมอยาน้อย

“ฝ่าบาท หม่อมฉันขอพูดตามตรง ครั้งนี้ท่านหาเรื่องกลัดกลุ้มให้ตนเอง ในเมื่อมีความสงสัย เหตุใดไม่ถามหม่อมฉันโดยตรง?

“ในใจอึดอัดคับข้อง คนที่ถูกทำร้ายก็คือตัวท่านเอง”

เซียวอวี้ดูหม่นหมอง

“เราหาใช่คนใจแคบ เราสามารถทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก และจากเรื่องเล็กทำให้ไม่มีได้ เมื่อครู่เห็นจดหมายพวกนั้น ถึงได้...”

“ไม่จริง ท่านใจแคบ เป็นมานานแล้วมิใช่แค่วันสองวัน” เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยแทรกคำพูดเขา “ท่านเข้าใจว่าจะสามารถกำจัดมันได้ด้วยตนเอง แท้จริงแล้วยิ่งเก็บไว้ก็ยิ่งฝังลึก”

เซียวอวี้มิได้ให้เหตุผลกับนาง เพียงถามนางว่า

“เราไม่อยากเห็นเจ้ามีความเกี่ยวพันใด ๆ กับต้วนไหวซวี่อีก เจ้าเผาจดหมายพวกนี้ทิ้งไป ได้หรือไม่”

เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบเขาอย่างชัดเจน

“หม่อมฉันจะไม่ปฏิเสธอดีตของตนเองเพียงเพื่อปัจจุบัน”

แววตาของเซียวอวี้ฉายแววความผิดหวังแวบหนึ่ง และจ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง

“ในใจเจ้ายังมีเขาอยู่ ใช่หรือไม่?”

สิ่งที่เขาสนใจ มิใช่จดหมายเหล่านั้น แต่เป็นหัวใจของนาง หัวใจของนางเอนเอียงไปให้เขาหรือไม่

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้ว่าเป็นเขา จึงปล่อยให้เขาโอบกอด น้ำเสียงหดหู่ของเขาดังก้องอยู่ข้างหู

“เรารู้แล้ว เจ้าไม่ตามเขาไป เพราะเจ้าเลือกเรา”

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกฉงนใจเล็กน้อย

“ท่านไปได้ยินสิ่งใดมาอีกเพคะ?”

“สรุปแล้ว เป็นความผิดของเรา เจ้าไปที่ภูเขาหิมะก็เพื่อเซียวหย่า จนพบเจออันตราย และเกือบต้องพลัดพรากจากเรา เราเลอะเลือน ไม่แยกแยะว่าเรื่องใดสำคัญกว่า คิดฟุ้งซ่าน เป็นเราที่ใจแคบ จิ่วเหยียน ต่อไปเราจะไม่ทำเช่นนี้อีก”

เฟิ่งจิ่วเหยียนฟังเขาพูดจบ ก็หันกลับมาผลักเขาออก และมองที่เขา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ใจแคบ ชอบคิดฟุ้งซ่าน อืม ถือว่าท่านรู้จักตนเอง”

เซียวอวี้: ...

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยต่อ

“ทว่า นี่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ หากกลางดึกท่านเรียกชื่อของหญิงอื่น หม่อมฉันก็คงคิดมากเช่นกัน

“จดหมายเหล่านั้น พร้อมกับกล่องไม้นั้น หม่อมฉันจะเก็บไว้ในคลัง และจะไม่เปิดมันอีก ทำเช่นนี้ ท่านยังจะหึงหวงอีกหรือไม่เพคะ?”

นางมิได้ปฏิเสธความรักในอดีต ทว่าสามารถปิดผนึกพวกมันไว้ และจดจ่ออยู่กับผู้คนและเรื่องราวที่อยู่ตรงหน้า

เซียวอวี้โอบกอดนางไว้อีกครั้ง ปลายคางแตะบนศีรษะของนางเบา ๆ น้ำเสียงดูแหบพร่า

“ไม่แล้ว ต่อให้เจ้าวางจดหมายไว้ตรงหน้าเรา เราก็จะไม่รู้สึกหึงหวง

“เป็นเราทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ บางทีอาจเป็นเพราะ หลังจากการต่อสู้ที่เมืองเซวียน เรามักจะฝันร้ายอยู่บ่อย ๆ ฝันว่าเจ้าปีนขึ้นไปบนแท่นสูง และจากเราไป ในความฝัน เรามองเห็นเพียงเงาแผ่นหลังของเจ้า ไม่ว่าจะเรียกเจ้าอย่างไร เจ้าก็ไม่ตอบ”

เฟิ่งจิ่วเหยียนสวมกอดเขากลับ

“ท่านพี่ช่างโง่เขลา เอาเรื่องราวในความฝันมาถือเป็นจริงได้อย่างไร ในเมื่อหม่อมฉันเป็นภรรยาของท่าน ก็ไม่มีทางทิ้งท่านไป”

เขาก้มศีรษะลงมาจุมพิตที่ริมฝีปากนาง พร้อมด้วยความรักอันลึกซึ้ง

จากนั้นลูบไล้ข้างหูของนาง และแตะหน้าผากเขากับหน้าผากนาง

“คิดถึงเราหรือไม่?” เขาถาม

“อืม” การหายใจของเฟิ่งจิ่วเหยียนเริ่มหนักหน่วง

ดวงตาของเซียวอวี้เผยความรู้สึกลึกซึ้ง จากนั้นก็อุ้มนางขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปในเตียงทันที...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย