เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับการปรากฏตัวของท่านน้าหญิงของตนเองเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงสั่งให้คนไปตรวจสอบตัวตนของนางมาเสียก่อน
การสืบหาในครานี้ กินเวลาไปเกือบทั้งวัน
ด้านนอกประตูวัง ยังมีแม่ลูกคู่หนึ่งยืนอยู่ พร้อมด้วยสาวใช้ของนาง
เมื่อเหล่าองครักษ์เห็นว่านางเรียกตนเองว่าเป็นเครือญาติของฮองเฮานั้น พวกเขาก็หาได้กล้าทำอะไรไม่ พลางพาพวกนางไปพักที่ศาลาเพื่อรอฮองเฮาเรียกตัวเข้าพบ
ใกล้พลบค่ำ
หว่านชิวพลันเดินเข้ามาภายในตำหนักใน
ขณะเดียวกัน เฟิ่งจิ่วเหยียนที่กำลังอ่านจดหมายจากท่านอาจารย์ของนาง เนื้อหาพลันระบุเอาไว้ ชายแดนเหนือได้ทำการวางแนวป้องกันแบบใหม่ลงไปแล้ว มิกลัวว่าฝั่งเป่ยเยี่ยนจะลอบเข้ามาโจมตีอีกต่อไป
หว่านชิวพลางโค้งกายคำนับ
“ฮองเฮาเพคะ สืบพบแล้วเพคะ สตรีผู้นี้มีนามว่า ‘หลิวอิ๋ง’ เป็นท่านน้าหญิงของพระองค์จริง ๆ เพคะ ทว่า...”
หว่านชิวพลันเปลี่ยนหัวเรื่อง “องครักษ์ยังสืบพบอีกว่า มารดาของท่านได้ทำการตัดสายสัมพันธ์กับตระกูลเดิมไปเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ท่านน้าหญิงของฮองเฮาผู้นี้ มิทราบว่าสมควรจักให้พบหรือไม่ให้พบดีเพคะ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนวางจดหมายในมือของนางลง ก่อนจะสั่งการว่า
“เจ้าไปที่จวนท่านนายพลด้วยตัวเองเสีย”
จวนท่านนายพลเป็นที่พักอาศัยของเฟิ่งเหยียนเฉิน พี่ชายของนาง
ก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้นนั้น เฟิ่งเหยียนเฉินได้ส่งคนไปยังชายแดนเหนือเพื่อรับมารดากลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่
ในยามนี้ มารดาของนางยังอยู่ในจวนนั้น
นางจึงสั่งให้หว่านชิวไปพาตัวนายหญิงเฟิ่งมาเข้าวัง ก่อนจะกำชับให้พาตัวมารดาของนางเดินเข้าประตูวังด้านข้าง เพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะกับผู้ที่เรียกตนเองว่าเป็นท่านน้าหญิงของนาง
หลังจากผ่านไปได้หนึ่งชั่วยามนั้น
นายหญิงเฟิ่งจึงถูกพาตัวมายังตำหนักใน
นายหญิงเฟิ่งคิดถึงบุตรสาวของตนเองมากนัก ทว่า นางรู้ดีว่า ฮองเฮามีราชกิจให้ต้องยุ่งวุ่นวายมากมาย คงมิมีเวลามาพบนางอย่างแน่นอน
ดังนั้น นางจึงได้แต่เก็บงำความรู้สึกนี้เอาไว้ มิกล้ามารบกวนอันใดมาก
เมื่อมีคนในวังมาหา พลางกล่าวฮองเฮาต้องการพบนางนั้น นางจึงรู้สึกมีความสุขยิ่งนัก ก่อนจะตั้งใจผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดใหม่ในทันที
เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็มิได้พบหน้ามารดาแท้ ๆ มานานแล้วเช่นกัน อีกทั้ง หากมิใช่เพราะเรื่องท่านน้าหญิงของนางผู้นี้ ทั้งบุตรสาวและมารดาคงจะมิได้พบหน้ากันง่าย ๆ เป็นแน่
ประการแรก หลังจากสงครามจบลงแล้วนั้น ในวังมีเรื่องราวที่ต้องจัดการมากมายนัก
ประการที่สอง นางมิใช่บุตรที่นายหญิงเฟิ่งเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กจนโต ดังนั้นความรู้สึกสนิทชิดเชื้อต่อกันนั้นยังคงขาดหายไปบ้าง
ทว่า นางหาได้ไร้ความรู้สึกต่อมารดาผู้ให้กำเนิดของตนเองไม่
ถึงอย่างไรนายหญิงเฟิ่งก็อดทนอุ้มท้องนางมานานถึงสิบเดือน อีกทั้ง เพราะเหตุการณ์ฝาแฝดที่ทำให้ต้องทิ้งหนึ่งเก็บอีกคนหนึ่งเอาไว้ มารดาของนางก็ตกเป็นเหยื่อในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
“ขอเข้าเฝ้าฮองเฮาเพคะ...” นายหญิงเฟิ่งโค้งกายคำนับด้วยความสุภาพ
เฟิ่งจิ่วเหยียนรีบเข้าไปพยุงมารดาของตนเองให้ลุกขึ้นมาในทันที
“ท่านแม่มิจำเป็นต้องมากพิธี นั่งลงก่อนเถอะ”
นายหญิงเฟิ่งพยักหน้าอย่างแรง ก่อนจะน้ำตาคลอเบ้าออกมา
“จิ่วเหยียน ร่างกายของเจ้ารู้สึกดีขึ้นมาบ้างหรือไม่?”
บุตรสาวที่น่าสงสารของนาง อุตส่าห์ตั้งท้องมาได้ยากเย็น แต่เด็กกลับไม่อยู่เสียแล้ว
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงไล่สาวใช้ภายในตำหนักทั้งหมดออกไป เหลือหว่านชิวให้คอยรับใช้นางเพียงคนเดียวท่านั้น
“ภายหลัง แม่สามีมิอาจทนได้อีกต่อไป จึงเรียกทั้งสองตระกูลมาพบหน้าก่อนจะบังคับให้แม่ตัดขาดกับตระกูลเดิมของตนเองเสีย
“หลังจากนั้น แม่ก็ไม่เคยพบคนจากตระกูลเดิมอีกเลย
“แม่เพียงได้ยินมาว่า หลิวอิ๋งแต่งให้กับพ่อค้าร่ำรวยผู้หนึ่ง ส่วนน้องชายของแม่นั้น จากไปด้วยโรคเรื้อรังตั้งแต่อายุยังน้อยแล้ว”
จนถึงตอนนี้ นายหญิงเฟิ่งก็ยังคงไม่เข้าใจว่า เหตุใดหลังจากนางแต่งออกไปนั้น นางถึงกลายเป็นคนเลวในสายตาของคนในตระกูลเดิมไปได้ ขอเพียงแค่นางไม่ช่วยเหลือพวกเขานั้น ก็จักถูกพวกเขาสร้างความลำบาก ทั้งยังถูกก่นด่าว่าร้ายอีกด้วย
ตรงกันข้ามกับแม่สามีของนางที่มักจะทำดีต่อนางมาโดยตลอด ทั้งยังสอนให้รู้จักดูแลบ้านเรือน ยังออกหน้าแทนนางอีกด้วย
หากมิใช่แม่สามีของนางปกป้องนางเช่นนี้ กิจการของตระกูลเฟิ่งนั้น คงจะได้ถูกน้องชายผีพนันขี้เมาของนางถลุงล้างผลาญไปหมดแล้ว
หลังจากบิดามารดาของนางจากไป นายหญิงเฟิ่งเองก็นึกกล่าวโทษตัวเองอยู่ไม่น้อย ทั้งยังรู้สึกว่า หากนางได้ช่วยเหลือตระกูลของตนเองอีกสักนิด ช่วยน้องชายของนางชดใช้หนี้ หาน้องสะใภ้ดี ๆ บางทีตระกูลหลิวก็คงมิต้องมามีจุดจบเช่นนี้
หลังจากที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างแล้วนั้น นางจึงเอามือวางไว้บนไหล่ของมารดาตนเอง เพื่อเป็นการปลอบใจนางอย่างเงียบ ๆ
“อีกครู่หนึ่ง ข้าจักเรียกตัวพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้เข้าวัง พวกเรามาอยู่รับสำรับมื้อค่ำพร้อมกันเถอะ”
นายหญิงเฟิ่งเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“มันจักไม่รบกวนเวลาของเจ้าหรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนส่ายหัวไปมา
“ไม่”
จากนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเรียกหว่านชิวเข้ามา พลางสั่งการด้วยท่าทีเฉยเมยว่า
“คนที่อยู่นอกวังนั้น มิจำเป็นต้องพบหน้าแล้ว”
“เพคะ ฮองเฮา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...