เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 945

เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับการปรากฏตัวของท่านน้าหญิงของตนเองเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงสั่งให้คนไปตรวจสอบตัวตนของนางมาเสียก่อน

การสืบหาในครานี้ กินเวลาไปเกือบทั้งวัน

ด้านนอกประตูวัง ยังมีแม่ลูกคู่หนึ่งยืนอยู่ พร้อมด้วยสาวใช้ของนาง

เมื่อเหล่าองครักษ์เห็นว่านางเรียกตนเองว่าเป็นเครือญาติของฮองเฮานั้น พวกเขาก็หาได้กล้าทำอะไรไม่ พลางพาพวกนางไปพักที่ศาลาเพื่อรอฮองเฮาเรียกตัวเข้าพบ

ใกล้พลบค่ำ

หว่านชิวพลันเดินเข้ามาภายในตำหนักใน

ขณะเดียวกัน เฟิ่งจิ่วเหยียนที่กำลังอ่านจดหมายจากท่านอาจารย์ของนาง เนื้อหาพลันระบุเอาไว้ ชายแดนเหนือได้ทำการวางแนวป้องกันแบบใหม่ลงไปแล้ว มิกลัวว่าฝั่งเป่ยเยี่ยนจะลอบเข้ามาโจมตีอีกต่อไป

หว่านชิวพลางโค้งกายคำนับ

“ฮองเฮาเพคะ สืบพบแล้วเพคะ สตรีผู้นี้มีนามว่า ‘หลิวอิ๋ง’ เป็นท่านน้าหญิงของพระองค์จริง ๆ เพคะ ทว่า...”

หว่านชิวพลันเปลี่ยนหัวเรื่อง “องครักษ์ยังสืบพบอีกว่า มารดาของท่านได้ทำการตัดสายสัมพันธ์กับตระกูลเดิมไปเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ท่านน้าหญิงของฮองเฮาผู้นี้ มิทราบว่าสมควรจักให้พบหรือไม่ให้พบดีเพคะ”

เฟิ่งจิ่วเหยียนวางจดหมายในมือของนางลง ก่อนจะสั่งการว่า

“เจ้าไปที่จวนท่านนายพลด้วยตัวเองเสีย”

จวนท่านนายพลเป็นที่พักอาศัยของเฟิ่งเหยียนเฉิน พี่ชายของนาง

ก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้นนั้น เฟิ่งเหยียนเฉินได้ส่งคนไปยังชายแดนเหนือเพื่อรับมารดากลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่

ในยามนี้ มารดาของนางยังอยู่ในจวนนั้น

นางจึงสั่งให้หว่านชิวไปพาตัวนายหญิงเฟิ่งมาเข้าวัง ก่อนจะกำชับให้พาตัวมารดาของนางเดินเข้าประตูวังด้านข้าง เพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะกับผู้ที่เรียกตนเองว่าเป็นท่านน้าหญิงของนาง

หลังจากผ่านไปได้หนึ่งชั่วยามนั้น

นายหญิงเฟิ่งจึงถูกพาตัวมายังตำหนักใน

นายหญิงเฟิ่งคิดถึงบุตรสาวของตนเองมากนัก ทว่า นางรู้ดีว่า ฮองเฮามีราชกิจให้ต้องยุ่งวุ่นวายมากมาย คงมิมีเวลามาพบนางอย่างแน่นอน

ดังนั้น นางจึงได้แต่เก็บงำความรู้สึกนี้เอาไว้ มิกล้ามารบกวนอันใดมาก

เมื่อมีคนในวังมาหา พลางกล่าวฮองเฮาต้องการพบนางนั้น นางจึงรู้สึกมีความสุขยิ่งนัก ก่อนจะตั้งใจผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดใหม่ในทันที

เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็มิได้พบหน้ามารดาแท้ ๆ มานานแล้วเช่นกัน อีกทั้ง หากมิใช่เพราะเรื่องท่านน้าหญิงของนางผู้นี้ ทั้งบุตรสาวและมารดาคงจะมิได้พบหน้ากันง่าย ๆ เป็นแน่

ประการแรก หลังจากสงครามจบลงแล้วนั้น ในวังมีเรื่องราวที่ต้องจัดการมากมายนัก

ประการที่สอง นางมิใช่บุตรที่นายหญิงเฟิ่งเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กจนโต ดังนั้นความรู้สึกสนิทชิดเชื้อต่อกันนั้นยังคงขาดหายไปบ้าง

ทว่า นางหาได้ไร้ความรู้สึกต่อมารดาผู้ให้กำเนิดของตนเองไม่

ถึงอย่างไรนายหญิงเฟิ่งก็อดทนอุ้มท้องนางมานานถึงสิบเดือน อีกทั้ง เพราะเหตุการณ์ฝาแฝดที่ทำให้ต้องทิ้งหนึ่งเก็บอีกคนหนึ่งเอาไว้ มารดาของนางก็ตกเป็นเหยื่อในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

“ขอเข้าเฝ้าฮองเฮาเพคะ...” นายหญิงเฟิ่งโค้งกายคำนับด้วยความสุภาพ

เฟิ่งจิ่วเหยียนรีบเข้าไปพยุงมารดาของตนเองให้ลุกขึ้นมาในทันที

“ท่านแม่มิจำเป็นต้องมากพิธี นั่งลงก่อนเถอะ”

นายหญิงเฟิ่งพยักหน้าอย่างแรง ก่อนจะน้ำตาคลอเบ้าออกมา

“จิ่วเหยียน ร่างกายของเจ้ารู้สึกดีขึ้นมาบ้างหรือไม่?”

บุตรสาวที่น่าสงสารของนาง อุตส่าห์ตั้งท้องมาได้ยากเย็น แต่เด็กกลับไม่อยู่เสียแล้ว

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงไล่สาวใช้ภายในตำหนักทั้งหมดออกไป เหลือหว่านชิวให้คอยรับใช้นางเพียงคนเดียวท่านั้น

“ภายหลัง แม่สามีมิอาจทนได้อีกต่อไป จึงเรียกทั้งสองตระกูลมาพบหน้าก่อนจะบังคับให้แม่ตัดขาดกับตระกูลเดิมของตนเองเสีย

“หลังจากนั้น แม่ก็ไม่เคยพบคนจากตระกูลเดิมอีกเลย

“แม่เพียงได้ยินมาว่า หลิวอิ๋งแต่งให้กับพ่อค้าร่ำรวยผู้หนึ่ง ส่วนน้องชายของแม่นั้น จากไปด้วยโรคเรื้อรังตั้งแต่อายุยังน้อยแล้ว”

จนถึงตอนนี้ นายหญิงเฟิ่งก็ยังคงไม่เข้าใจว่า เหตุใดหลังจากนางแต่งออกไปนั้น นางถึงกลายเป็นคนเลวในสายตาของคนในตระกูลเดิมไปได้ ขอเพียงแค่นางไม่ช่วยเหลือพวกเขานั้น ก็จักถูกพวกเขาสร้างความลำบาก ทั้งยังถูกก่นด่าว่าร้ายอีกด้วย

ตรงกันข้ามกับแม่สามีของนางที่มักจะทำดีต่อนางมาโดยตลอด ทั้งยังสอนให้รู้จักดูแลบ้านเรือน ยังออกหน้าแทนนางอีกด้วย

หากมิใช่แม่สามีของนางปกป้องนางเช่นนี้ กิจการของตระกูลเฟิ่งนั้น คงจะได้ถูกน้องชายผีพนันขี้เมาของนางถลุงล้างผลาญไปหมดแล้ว

หลังจากบิดามารดาของนางจากไป นายหญิงเฟิ่งเองก็นึกกล่าวโทษตัวเองอยู่ไม่น้อย ทั้งยังรู้สึกว่า หากนางได้ช่วยเหลือตระกูลของตนเองอีกสักนิด ช่วยน้องชายของนางชดใช้หนี้ หาน้องสะใภ้ดี ๆ บางทีตระกูลหลิวก็คงมิต้องมามีจุดจบเช่นนี้

หลังจากที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างแล้วนั้น นางจึงเอามือวางไว้บนไหล่ของมารดาตนเอง เพื่อเป็นการปลอบใจนางอย่างเงียบ ๆ

“อีกครู่หนึ่ง ข้าจักเรียกตัวพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้เข้าวัง พวกเรามาอยู่รับสำรับมื้อค่ำพร้อมกันเถอะ”

นายหญิงเฟิ่งเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“มันจักไม่รบกวนเวลาของเจ้าหรือ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนส่ายหัวไปมา

“ไม่”

จากนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเรียกหว่านชิวเข้ามา พลางสั่งการด้วยท่าทีเฉยเมยว่า

“คนที่อยู่นอกวังนั้น มิจำเป็นต้องพบหน้าแล้ว”

“เพคะ ฮองเฮา”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย