ใกล้จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว วันนี้เป็นวันหยุด เฟิ่งเหยียนเฉินจะพาโจวซื่อไปบ้านพ่อตาเพื่อส่งของขวัญเทศกาลไหว้พระจันทร์ล่วงหน้า
ระหว่างที่โจวซื่อกำลังช่วยเฟิ่งเหยียนเฉินสวมเข็มขัด สาวใช้ก็เข้ามาในห้อง แล้วรายงานอยู่ข้างฉากบังลม
“ใต้เท้า ฮูหยิน แม่หญิงหลิวผู้นั้นมาอีกแล้วเจ้าค่ะ!”
สองสามีภรรยามองตากันด้วยสีหน้าจนปัญญา
เฟิ่งเหยียนเฉินขมวดคิ้วถาม
“นางมาทำอะไร”
“มาอยู่เป็นเพื่อนฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะ”
โจวซื่อกดแขนของเฟิ่งเหยียนเฉิน เงยหน้ามองเขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ท่านพี่ อย่าบุ่มบ่าม ถึงอย่างไรก็เป็นแขกของท่านแม่ พวกเราเป็นคนรุ่นหลัง จะไล่คนไปก็คงไม่ดี คอยสังเกตการณ์เงียบ ๆ จะดีกว่า”
เฟิ่งเหยียนเฉินกดอารมณ์ร้อนของตนลง
เมื่อนึกได้ว่าอีกซักครู่ยังต้องไปบ้านท่านพ่อตา เช่นนั้นก็ช่างเรื่องท่านน้า เขาเพียงสั่งข้ารับใช้ว่า “ปกป้องท่านแม่ให้ดี”
“ขอรับ ใต้เท้า!”
นายหญิงเฟิ่งพักอยู่ที่เรือนรอง
นางพาหลิวอิ๋งเดินชมด้านในจวนพลทหารรอบหนึ่ง
หลังจากคนทั้งสองเดินกลับถึงเรือนรอง หลิวอิ๋งก็จับมือนาง แล้วกล่าวด้วยความกระดากใจอย่างยิ่งว่า
“พี่หญิง เรื่องเมื่อวานเป็นข้าที่เลอะเลือนเอง ข้าเอาแต่แค้นเคืองท่านที่ตัดความสัมพันธ์กับที่บ้านเมื่อตอนนั้น แต่กลับไม่คิดถึงใจท่านบ้างเลย
“ที่จริงแล้ว ต่อให้เหยียนเฉินไม่ไปโวยวายที่จวนตระกูลเฟิ่ง แล้วขู่ท่านพ่อของเขา ข้าก็จะมาขอโทษอยู่ดี
“หลังกลับจากจวนพลทหาร ข้าก็ไม่สบายใจเลย
“เมื่อคิดดูดี ๆ แล้ว ท่านเองก็มีเรื่องจำใจมากมาย หลังจากแต่งงานก็กลายเป็นคนของบ้านสามีแล้ว จะให้ท่านคอยช่วยบ้านแม่ตลอดได้อย่างไร ไม่แปลกเลยที่จะทำให้ฮูหยินเฒ่ารำคาญ จนบังคับให้ท่านเลิกไปมาหาสู่กับทางบ้าน
“ตอนนั้นท่านพ่อท่านแม่ผิดไปแล้วจริง ๆ ข้าขอโทษแทนพวกท่านด้วย”
เมื่อพูดจบ นางก็ยังคุกเข่าให้นายหญิงเฟิ่งด้วย
นายหญิงเฟิ่งรีบลุกขึ้นมาพยุงนางขึ้น
“อาอิ๋ง นี่เจ้าทำอะไรกัน! อย่าทำเช่นนี้!”
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ท่านพ่อท่านแม่ได้จากไปแล้ว มีคำพูดที่ว่าผู้ที่ตายจากไปแล้วย่อมยิ่งใหญ่เสมอ ต่อให้พวกท่านทั้งสองยังอยู่ นางเองก็ไม่โกรธพวกเขานานแล้ว
ยามนั้นตระกูลหลิวลำบากมากจริง ๆ สมบัติของตระกูลล้วนถูกน้องชายที่แพ้พนันใช้ไปจนหมดแล้ว พวกเขาจนตรอก ถึงได้มาขอให้นางส่งเสีย
คนผิดคือน้องชาย ไม่ใช่พวกท่านพ่อท่านแม่ แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของอาอิ๋ง
แววตาหลิวอิ๋งเจือไปด้วยน้ำตา “พี่หญิง ท่านช่างดีจริง ๆ”
จากนั้นสองพี่น้องก็กอดคอกันร้องไห้
จากนั้นหลายวัน หลิวอิ๋งก็คอยมาที่จวนพลทหารทุกวัน จนโจวซื่อทำตัวไม่ถูก
ยามเย็น
นางลากเฟิ่งเหยียนเฉินมา แล้วพูดกระซิบว่า
“ท่านต้องการให้พวกเราใคร่ครวญให้มาก พวกเราคิดว่าสตรีสามารถเข้าสู่สนามรบฆ่าศัตรูได้เหมือนบุรุษ ทว่าสุดท้ายแล้วพวกนางก็สู้บุรุษไม่ได้ บุรุษไม่มีทางตั้งครรภ์ และไม่มีรอบเดือน
“ดังนั้นที่ท่านกล่าวว่าพวกเราสู้กองทัพสตรีเหล่านั้นไม่ได้ พวกเรารู้สึกว่ามันผิด จะเทียบก็ต้องเทียบที่กำลังในการรบ จะมองแค่สิ่งที่ตาเห็นไม่ได้ ต้องมองระยะยาวด้วย
“ยามนี้พวกเราก็แค่ยังปรับตัวไม่ได้เท่านั้น ให้เวลาอีกหน่อย พวกเราจะต้องนำหน้ากองทัพสตรีแน่! ท่านไม่ควรตัดสินพวกเราเช่นนี้!”
อู๋ไป๋ไม่ค่อยได้พบผู้ที่พูดเก่งเช่นนี้
หากอยู่ในค่ายเป่ยต้าล่ะก็ ทุบตีสักยกก็สิ้นเรื่อง
ทว่าตอนนี้ไม่อาจทำได้
เขาจึงได้แต่ตำหนิเสียงดัง “ใครเป็นคนมอบความกล้าให้เจ้ากัน ถึงได้กล้าผู้กับฮองเฮาเช่นนี้!”
ทหารใหม่ผู้นั้นไร้ซึ่งความเกรงกลัว
“ที่ข้าเข้าร่วมกองทัพก็เพื่อปกป้องแคว้นหนานฉี ไม่ได้มาเพื่อฆ่าเวลาให้ฮองเฮา! ในเมื่อมีข้อสงสัยเหตุใดจึงถามไม่ได้เล่า?
“หรือสิ่งที่ฮองเฮาต้องการคือทหารที่ประจบสอพลอ ยอมเชื่อฟังคำสั่งของท่านอย่างนั้นหรือ!”
ฟังมาถึงตรงนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ยิ้ม
รอยยิ้มของนางนั้นบางเบามาก ราวกับถูกลมพัดผ่านก็ไม่ปาน ทว่ากลับทำให้คนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ผู้ที่คิดว่าการที่ชายแดนตะวันออกถูกตีแตก แปลว่าแคว้นหนานฉีพ่ายแพ้แล้ว จงเดินออกมา”
เมื่อพูดจบ ทหารหลายร้อยนาย รวมทั้งคนหัวแข็งที่สร้างเรื่องผู้นั้นก็เดินออกมาด้านหน้า
พวกเขาไม่เข้าใจว่าที่ฮองเฮาทำเช่นนี้ ทรงมีจุดประสงค์ใดกันแน่?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...