เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 969

เฟิ่งจิ่วเหยียนเคยรับปากมารดาว่า จะดูแลหลิวอิ๋งสองแม่ลูกแทนนางเป็นอย่างดี

ดังนั้น เมื่อหลิวอิ๋งถือจดหมายของนายหญิงเฟิ่งมาพบนาง นางเองจึงมิอาจไล่คนไปได้

นางสั่งอู๋ไป๋

“พานางไปที่ตำหนักหย่งเหอ”

อู๋ไป๋ประสานมือรับคำสั่ง

“พ่ะย่ะค่ะ!”

หลิวอิ๋งสองคนแม่ลูกเป็นครั้งแรกที่เข้ามาในวัง ประตูวังดูโอ่อ่างดงาม พอเข้าประตูวังมาแล้ว ภายในยิ่งกว้างขวาง และตำหนักที่ตั้งอยู่เรียงราย ยิ่งง่ายต่อการเดินพลัดหลง

ขันทีนำทางอยู่ด้านหน้า สองแม่ลูกเดินตามติดทุกฝีก้าว

ตอนอยู่ที่เจียงโจว คฤหาสน์จวนตระกูลเฉียนนั้นหรูหราโอ่อ่า ศาลาและหอคอย ก็สร้างขึ้นโดยช่างฝีมือดี แม้แต่จวนเจ้าเมืองก็ยังถือว่าห่างไกล

ตอนนี้หากเปรียบเทียบกับพระราชวังแห่งนี้ ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

เจิ้งจีอดที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมิได้

ในดวงตาของนางยากจะซ่อนความตื่นตะลึงและความปรารถนาเอาไว้ได้

มิน่าแปลกใจที่หลายคนต้องการจะเข้าวังมาเป็นสนม วังหลวงแห่งนี้ช่างงดงามเหลือเกิน!

ราวกับตำหนักสวรรค์บนเมฆา คนที่พำนักอยู่ที่แห่งนี้ เป็นคนที่อยู่เหนือคนโดยแท้

คนเป็นนายสามารถควบคุมอำนาจชี้เป็นชี้ตาย คำเดียวสั่งให้ตาย หรือคำเดียวสั่งให้มีชีวิตอยู่

เจิ้งจีอดที่จะคิดเพ้อฝันมิได้ว่า หากนางสามารถให้กำเนิดองค์ชายได้ มิใช่ว่าทั้งวังหลวงนี้นางจะสามารถวางอำนาจได้ตามใจชอบหรอกหรือ?

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ นางมิอาจควบคุมตัวเองได้ชั่วขณะ จึงกระซิบถามมารดา

“ท่านแม่ ฝ่าบาทอยู่ที่ใดเจ้าคะ?”

แววตาของหลิวอิ๋งดูเคร่งขรึม พลางใช้สายตาตักเตือนนางว่า อย่าพูดมากเกินไป

อย่างไรเสียที่นี่ก็คือวังหลวง กฎเกณฑ์ยิ่งมีมาก

ต่อให้มีความคิดใด ๆ ก็ต้องสงบนิ่งไว้

ทั้งสองคนเดินมาเป็นเวลานาน มองเห็นองครักษ์ลาดตระเวน ขันทีและนางกำนัลเดินไปเดินมาปฏิบัติงานกันอยู่ไม่น้อย

ยังเห็นสตรีสง่างามผู้หนึ่ง คนผู้นั้นมีเครื่องประดับงดงามบนศีรษะ ด้านหลังมีคนกลุ่มใหญ่ติดตามมา ดูท่าทางวางอำนาจยิ่งนัก

ขันทีที่นำทางสองแม่ลูกจึงหยุดเดิน พร้อมกับเอ่ยเตือนพวกนาง

“นั่นคือพระนางหนิงเฟย”

พูดจบ ขันทีก็โค้งคำนับ

สองแม่ลูกก็ทำความเคารพตามเช่นกัน

หนิงเฟยน้อยครั้งจะเห็นใบหน้าคนใหม่ ๆ ในวังหลัง จึงหยุดฝีก้าว พร้อมมองสำรวจทั้งสองคนแม่ลูก พลางเอ่ยถามอย่างเย่อหยิ่ง

“พวกนางเป็นใคร?”

“ทูลพระนาง พวกนางเป็นแขกพิเศษของฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ”

“ฮองเฮา?” หนิงเฟยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จึงพินิจดูอยู่นาน มิได้เอ่ยสิ่งใดอีก

หลังจากหนิงเฟยไปแล้ว เจิ้งจีรู้สึกเย็นวาบในใจ

สตรีผู้นี้ เป็นเพียงสนมที่มิได้รับความโปรดปราน จะเย่อหยิ่งไปไย?

รอนางให้กำเนิดองค์ชายก่อน พวกนางจักต้องอ่อนน้อมต่อนาง!

......

ณ ตำหนักหย่งเหอ

ในเวลานั้น หลิวอิ๋งมิรู้ว่าจะเอ่ยต่ออย่างไร

เจิ้งจีที่อยู่ด้านข้างกลับเอ่ยอย่างไม่ละอาย: “น้องหญิงฮองเฮา ดูเหมือนท่านจะเข้าใจผิดหม่อมฉันกับท่านแม่ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ต่อไปท่านแม่หม่อมฉันจะแต่งเข้าจวนตระกูลเฟิ่ง ความสัมพันธ์ของพวกเราจะยิ่งสนิทแนบแน่น ท่านว่าอย่างไร น้องหญิง?”

คำพูดของเจิ้งจีแฝงความหมายของการยั่วยุอยู่บ้าง

การแต่งงานครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ตัดสินใจแล้ว ถึงแม้ฮองเฮาจะมิชอบพวกนาง ก็มิอาจเปลี่ยนแปลง---ความจริงที่ว่าพวกนางเป็นพี่น้องกัน

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองพวกนางด้วยสายตาเย็นชา แม้นางจะนั่งอยู่ แม่ลูกสองคนนั้นยืนอยู่ก็ตาม กลับทำให้คนเข้าใจผิดว่านางมองดูพวกนางอย่างดูหมิ่น

เจิ้งจีเงยคอขึ้น มิกลัวว่าจะยั่วโมโหนาง เอ่ยต่อ

“น้องหญิงฮองเฮา ท่านกับท่านป้าบอกว่า จะช่วยดูแลหม่อมฉันกับท่านแม่ วันนี้พวกเราเข้าวัง ก็เพื่อเรื่องงานเลี้ยงวันไหว้พระจันทร์ พวกเราเป็นเครือญาติของท่าน คิดว่าน่าจะมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้มากกว่าผู้อื่น ใช่หรือไม่?”

แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนสงบนิ่ง เพียงมองไปยังนอกประตูตำหนัก

ในเวลานี้ อู๋ไป๋ยืนอยู่ด้านนอกตำหนักเอ่ยรายงาน

“ฮองเฮา ใต้เท้าเฟิ่งมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

“ให้เขาเข้ามา” เฟิ่งจิ่วเหยียนนั่งหลังตรง ดวงตาทั้งคู่ราวกับบ่อน้ำไร้คลื่น ทว่าทำให้คนมองเห็นแล้วเกิดความรู้สึกหวาดกลัว

ใต้เท้าเฟิ่ง?

สองแม่ลูกมองหน้ากันแวบหนึ่ง คนใช้สกุลเฟิ่งในหนานฉีมีน้อยมาก คนเข้ามาเป็นขุนนางในราชสำนักก็ยิ่งน้อยเหลือเกิน มิรู้ว่าคนที่มานี้เป็นพี่ชายของฮองเฮา---เฟิ่งเหยียนเฉิน หรือว่าบิดาของฮองเฮา...

จากนั้น คนผู้นั้นก็เข้ามา

กลับเห็น คนที่มาเป็นเฟิ่งหลิน!

หลิวอิ๋งประหลาดใจอย่างยิ่ง

เขามาทำอะไรที่นี่?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย