อวี๋หมิงหลางเห็นแบบนั้นจึงเข้าไปห้ามหญิงอ้วน
“เจ๊ครับ มีอะไรก็พูดกันดีๆ อย่าลงไม้ลงมือกับลูกสิครับ”
“คุณไม่รู้อะไร เด็กคนนี้ไม่ลูกแท้ๆของฉัน พ่อมันเป็นนักโทษ ถูกจับไปรับโทษแบบไม่มีกำหนด พวกฉันเห็นมันไม่มีบ้านอยู่ก็เลยรับเลี้ยงไว้ แต่คุณดูสิ เพราะพ่อมันไม่ดีลูกก็เลยเป็นแบบนี้ พวกฉันสงสารมัน แล้วดูมันทำงานให้สิ?”
พอได้ยินเจ๊เจ้าของร้านพูดแบบนั้นเด็กคนนั้นก็น้ำตาเอ่อล้น แต่ยังต้องอดทนไม่ให้ไหลออกมา ดูท่าทางเหมือนไม่พอใจที่หญิงอ้วนพูดถึงพ่อเขาแบบนั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ชีวิตที่โหดร้ายได้สอนให้เด็กตัวแค่นี้รู้จักปรับตัวอยู่กับความเป็นจริง
“เรื่องของผู้ใหญ่อย่าเอาเด็กเข้ามาเกี่ยว เขาเพิ่งจะอายุเท่านี้ไม่ใช่วัยที่ควรทำงานนะครับ”
อวี๋หมิงหลางรู้สึกขัดหูขัดตาที่ผู้หญิงคนนี้ทำตัวเอาใหญ่ แต่ก็คิดว่าถ้าเขาออกตัวว่าผู้หญิงคนนี้ตอนนี้ เดี๋ยวพอพวกเขาไปเด็กจะต้องถูกใช้ความรุนแรงอย่างหนักแน่นอน ครั้นแล้วจึงทำได้แค่เก็บความไม่พอใจเอาไว้แล้วพูดเตือนอย่างใจเย็น
“น้องชาย น้องไม่รู้อะไร คนโบราณพูดไว้ถูก มังกรออกลูกเป็นมังกร หงส์ออกลูกเป็นหงส์ ลูกของหนูย่อมเจาะรูเป็น พ่อมันทำเรื่องเลวไว้ก็ต้องไปรับกรรม ตอนนี้ผู้ปกครองของเด็กคนนี้คือพวกเรา พวกเราต้องคอยเข้มงวดมันจะได้ไม่ทำตัวเลวอย่างพ่อมัน”
เจ้าของร้านค่อนข้างคุยดีกับลูกค้า แต่ก็ยังคงพูดจาไม่น่าฟัง แสดงให้รู้เลยว่าลับหลังเวลาที่ไม่มีใครเห็นโหดร้ายแค่ไหนกับเด็ก
พอได้ยินเจ๊เจ้าของร้านพูดถึงพ่อไม่ดีอีก เด็กคนนั้นจึงวิ่งหนีไป เล่นเอาเจ๊โกรธมากตะโกนด่าไล่หลัง
“ไอ้เด็กชั่ว ไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีกนะ ไอ้เด็กนอกคอกมีคนคลอดแต่ไม่มีคนเลี้ยง!”
ภาพเหตุการณ์นี้อยู่ในสายตาของพวกอวี๋หมิงหลาง แม้แต่เด็กน้อยพ่านพ่านที่นั่งอยู่ข้างๆต้าอีก็เห็น สีหน้าของพ่านพ่านดูแปลกไป
เหมือนเจ๊เจ้าของร้านคิดจะไล่ตามเด็กไป แต่อวี๋หมิงหลางห้ามไว้
“เจ๊ครับ อย่าลงไม้ลงมือกับเด็กเลยครับ ของที่เด็กทำหล่นเดี๋ยวพวกเราจ่ายให้เอง แต่เจ๊ต้องรับปากว่าจะไม่ตีเขาอีก”
เสี่ยวเชี่ยนมองบน ดู! พ่อพระเข้าสิงร่างอีกแล้ว!
เสียทีที่เกิดมาหน้าตาหยิ่งทะนงเหมือนพระเอกในซีรี่ส์ แต่ดั๊นวันๆเอาแต่ทำเรื่องพ่อพระมาโปรด!
แต่มาคิดดูอีกที เมื่อชาติก่อนที่เธอกับอวี๋หมิงหลางได้เจอกันก็เพราะการชอบทำตัวเป็นพ่อพระของเขาไม่ใช่เหรอ?
เมื่อชาติก่อนเสี่ยวเชี่ยนคิดจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย อวี๋หมิงหลางเป็นคนมาช่วยไว้
พอคิดได้แบบนั้นเสี่ยวเชี่ยนก็ไม่อะไรกับพฤติกรรมี่เขาใช้เงินเพื่อช่วยเด็กไว้
พอได้ยินอวี๋หมิงหลางบอกจะจ่ายให้ เจ๊ก็รีบยิ้มหน้าบาน “ดูก็รู้ว่าน้องชายไม่ใช่คนธรรมดา จิตใจดีจริงๆ งั้นก็ได้ ถ้าน้องช่วยจ่ายให้เจ๊ก็จะไม่ตีมัน ตามเจ๊มา”
พอหันไปเจ๊ก็ยังบ่นไม่หยุด “เด็กนี่นะ ถ้าไม่ใช่ลูกตัวเองก็ไม่ไหวหรอก เลี้ยงไม่เชื่อง ว่านิดว่าหน่อยก็หนี เดี๋ยวก็ต้องให้ใหญ่ไปตามกลับมาอีก”
ใหญ่ ที่ว่านี้คงเป็นภาษาถิ่นที่แปลว่าพ่อ เด็กคนนี้พอมาอยู่บ้านนี้ก็เรียกเจ้าของร้านว่าพ่อกับแม่ แต่ถึงจะเรียกแบบนั้นแต่กลับไม่ถูกปฏิบัติเหมือนเป็นลูก
เจ๊เจ้าของร้านพาอวี๋หมิงหลางลงไปชั้นล่างพลางบ่นเรื่องที่จะยกเด็กคนนี้ให้คนอื่นเลี้ยงก็ไม่ได้ เสี่ยวเชี่ยนเห็นดังนั้นเลยทิ้งต้าอีกับพ่านพ่านไว้แล้วตามอวี๋หมิงหลางลงไป
เถ้าแก่เนี้ยปากจัดคนนั้นหงอลงทันทีที่เธอพูดบางอย่าง ท่าทีเปลี่ยนไปทันตาเห็น
“อันที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่บอกเขาว่า คราวก่อนที่มากินเห็นสามีเจ๊แอบเล่นหูเล่นตากับพนักงานในร้าน พอเด็กคนนั้นเห็นเข้าก็ไปว่าพนักงานคนนั้น ต่อมาทุกคนในร้านก็เลยไม่ชอบ”
“…นี่คุณเบี่ยงประเด็น สร้างข่าวปลอม?” อวี๋หมิงหลางยอมผู้หญิงคนนี้เลยจริงๆ เห็นหน้าซื่อๆแบบนี้ แต่กลับพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้?
“ก็ไม่ถึงกับเป็นข่าวปลอมนะ พวกเรามาร้านนี้บ่อย นายก็น่าจะเห็นว่าเถ้าแก่ร้านนี้นิสัยเป็นไง ต่อเขาให้ไม่ได้จริงจังกับพนักงานในร้าน แต่เรื่องหยอกล้อเกินเลยคงมีแน่นอน ผู้ชายระดับล่างพอได้เป็นเถ้าแก่หน่อยก็ชอบทำเรื่องพวกนี้”
เฉินหลินพ่อที่ตัดสัมพันธ์กันไปแล้วของเธอก็เป็นคนแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? พอเปิดร้านเป็นของตัวเองก็ไปได้กับฉวีเสวี่ยลูกน้องในร้าน เถ้าแก่ร้านเนื้อย่างนี่เสี่ยวเชี่ยนเคยเจอหลายครั้ง สายตาที่มองพนักงานของตัวเองมันไม่ปกติ
เธอก็แค่ใช้เรื่องพวกนี้ให้เป็นประโยชน์ เบี่ยงเบนประเด็น คิดๆดูต่อไปเจ๊เจ้าของร้านคงดีกับเด็กคนนั้นมากขึ้น ต่อให้ไม่ถึงกับทำเหมือนเป็นลูกตัวเอง แต่ก็คงเลิกด่าเลิกตี เจ๊จะต้องสั่งคนจับตามองสามีตัวเองแน่นอน และถ้าเด็กคนนี้ฉลาดหน่อย รู้จักใช้โอกาสนี้ ต่อไปก็จะลำบากน้อยลง
พอไปถึงสวนสาธารณะก็เจอหมาจรจัดตามคาด เสี่ยวเชี่ยนหยิบเนื้อย่างออกมาโยนลงพื้น สักพักก็มีหมาวิ่งเข้ามา
“เมียจ๋า ดูเหมือนผมจะเห็นคุณเลี้ยงหมาแมวจรจัดบ่อยๆนะ คุณชอบเลี้ยงสัตว์เหรอ? ถ้างั้นเราเลี้ยงสักตัวดีไหม? ผมล่ะหมั่นไส้หยูกังนานละ เมียมันเลี้ยงหมาปักกิ่งอยู่ตัว วันๆพาหมาออกมาเดินเล่น ส่วนมันก็ทำหน้าภูมิใจน่าเตะเหลือเกิน พวกเราเลี้ยงหมาพันธุ์ใหญ่เลย แล้วให้หมาเล่าไล่กัดหมามันดีไหม?”
“ปัญญาอ่อน! ฉันไม่เอาหรอก! บ้านนี้ห้ามเลี้ยงสัตว์เด็ดขาด”
เสี่ยวเชี่ยนคิดในใจ เลี้ยงตัวเดียวก็พอแล้ว วันๆปวดหัวจะแย่ นี่ถ้าเอาหมาแมวมาเลี้ยงอีกไม่ประสาทเสียเหรอ
อวี๋หมิงหลางเห็นเธอยืนยันหนักแน่นก็ไม่พูดอะไรอีก นั่งเลี้ยงหมากับเธอ พอเลี้ยงหมดแล้วเสี่ยวเชี่ยนก็หยิบกระดาษทิชชู่ออกมาเช็ดคราบมันๆออก ขณะที่กำลังจะเดินไปทิ้งขยะทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องไห้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย