เสี่ยวเชี่ยนจดข้อมูลพวกนี้เอาไว้แล้วถามต่อ
“ระหว่างนั้นได้ยินเสียงผู้หญิงไหมคะ?”
“ผู้หญิง…มี!”
สมองของมนุษย์เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก
ความทรงจำบางอย่างนึกไม่ออกตอนที่มีสติดีอยู่
เพราะในแต่ละวันสมองต้องรับข้อมูลมากมาย จึงมีสารบางส่วนตกหล่นไป แต่ส่วนที่ตกหล่นนั้นกลับไปอยู่ในจิตใต้สำนึก
ดังนั้นเมื่อถูกสะกดจิตในระดับลึกจึงทำให้นึกความทรงจำที่หายไปออก
ตอนนี้เสี่ยวเชี่ยนได้ข้อมูลที่พี่ใหญ่นึกไม่ออกตอนมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
“ผู้หญิงพูดว่าอะไร?”
“แผน…ราบรื่น แล้วก็ เงิน…” พี่ใหญ่ไม่ได้ตอบอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าตอนนั้นค่อนข้างชุลมุน
เสี่ยวเชี่ยนเอะใจ “ผู้หญิงกี่คน?”
“สอง”
“จากนั้นพี่ไปที่ไหนคะ?”
“นั่งรถกลับบ้าน”
“พอกลับถึงบ้านแล้วเกิดอะไรขึ้น?”
นี่คือช่วงสำคัญที่สุด
“กลับบ้าน…เสียงน้ำ”
แย่ละ
เสี่ยวเชี่ยนใจหล่นวูบ
มีเสียงน้ำก็แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นอาบน้ำสิ หรือพี่ใหญ่จะมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ?
“หลังจากเสียงน้ำแล้วเกิดอะไรขึ้น?”
“จำไม่ได้แล้ว”
…เรื่องนี้ยากละ
อวี๋หมิงหลางเห็นเสี่ยวเชี่ยนเดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พี่ใหญ่หลับอยู่บนเตียงสะกดจิต
“เรื่องเป็นไง?” เขายื่นชาที่เย็นชืดหมดแล้วให้เสี่ยวเชี่ยน เสี่ยวเชี่ยนรับมาดื่มรวดเดียวหมด
“ไม่ง่ายเท่าไร ความทรงจำส่วนหนึ่งของพี่ใหญ่หายไปจริงๆ หากมองในแง่บวก พอพี่ใหญ่ถูกวางยาแล้วร่างกายก็ไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นอีก ดังนั้นเขาไม่มีทางมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น แต่ถ้ามองในแง่ลบ พี่ใหญ่ก็มีอะไรกับเขาจริงๆ ซึ่งมันขัดต่อจิตใต้สำนึกของเขา ทำให้จิตใต้สำนึกของเขาไม่อยากยอมรับความทรงจำส่วนนั้น”
“ดังนั้น…คุณกลายเป็นแม่หมอดูดวงไปแล้วจริงๆ พูดจากำกวมสองแง่สองง่าม?”
นี่เหรอข้อสรุปของเธอ?
“ตอนนี้จากข้อมูลที่ได้ก็คือเรื่องนี้เป็นแผน เป้าหมายก็คือจ้องจะตะครุบพี่ใหญ่ มีหลายคนที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด นอกจากเฝิงม่านม่านยังมีผู้หญิงอีกคน ข้อมูลสุดท้ายของพี่ใหญ่คือผู้หญิงกำลังอาบน้ำ หลังจากนั้นก็ตัดไปที่ตอนเขาจำได้ก็คือเห็นผ้าปูเตียงที่เปื้อนบางอย่างอยู่ในห้องน้ำ”
“เปื้อนบางอย่าง…?!” อวี๋หมิงหลางมองไปที่อวัยวะบางส่วนของตัวเองโดยอัตโนมัติ
เสี่ยวเชี่ยนพยักหน้า ใช่ นายคิดถูกแล้ว นั่นแหละ!
“นอกจากนั้นพี่ใหญ่ยังเห็นถุงยางอนามัยใช้แล้วอยู่ในถังขยะตรงหัวเตียง ในนั้นก็มีของเหลวเหมือนกัน”
อวี๋หมิงหลางฟังแล้วก็โมโห
“คราวก่อนที่ฉันสะกดจิตหวางไห่ฉวินสำเร็จส่วนหนึ่งก็เพราะคลิปลูกน้องของเขาที่ฉันเคยอัดไว้ ไม่ว่าจะเป็นการสะกดจิตแบบแทรกซึมหรือการสะกดจิตทั่วไปล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกต่อต้านฉัน นายคิดว่าผู้หญิงที่วางแผนได้ขนาดนี้จะถูกฉันสะกดจิตได้ง่ายๆ?”
“อ่อ ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็—” เสี่ยวเฉียงครุ่นคิดพลางมองเสี่ยวเชี่ยน จากนั้นก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
“ลูกเชี่ยน~ เสียวเหม่ยของผม คุณจะยอมสูญเสียภาพลักษณ์หน่อยไหม?”
เสี่ยวเชี่ยนสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที หมอนี่มีแผนชั่วอะไรอีก?
“มานี่มา เดี๋ยวพี่จะโชว์ฝีมือแต่งหน้าพรางตัวของทหารหน่วยรบพิเศษให้ดู!”
…
พี่ใหญ่นอนไปสักพักก็ตื่น พอออกมาจากห้องก็เห็นอวี๋หมิงหลางนั่งกระดิกขาอยู่ที่โซฟา น้อยครั้งที่จะได้เห็นน้องชายคนเล็กทำท่าทางที่ดูไม่เหมาะแบบนี้ มันเรื่องอะไรกัน? แสร้งทำเป็นนักเลง?
“เสี่ยวเชี่ยนล่ะ?”
“ยัยผู้หญิงไม่รักดีนั่นถูกผมไล่ไปแล้ว”
“อะไรนะ?!” พี่ใหญ่คิดว่าตัวเองยังไม่ตื่นดี น้องเล็กเป็นคนหัวรุนแรงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร กล้าพูดแบบนี้กับเสี่ยวเชี่ยนด้วยเหรอ?
“นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะเป็นใหญ่ในบ้านนี้! ยัยผู้หญิงไม่รักดีนั่นนับแต่วันนี้ไปจะไม่ได้มาอยู่ที่นี่อีก มานี่สิสาวน้อย รินน้ำชาให้พี่หน่อย!”
ประตูห้องครัวเปิดออก เปิดตัวผู้หญิงคนใหม่
ภาพแรกที่ปรากฏในสายตาพี่ใหญ่คือ กางเกงคนงานก่อสร้างสีน้ำเงิน ท่อนบนเป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีเข้มสำหรับฝึกของทหาร เนื่องจากเสื้อตัวใหญ่เกินไปจึงเอาชายเสื้อยัดไว้ในกางเกง รูปร่างผอมบางของผู้ใส่ดูแล้วเหมือนจะถูกลมพัดปลิวไปได้ทุกเมื่อ ผมยาวที่ปกติม้วนไว้บนหัวหรือไม่ก็ปล่อยสยายตอนนี้ได้ถูกถักเป็นเปียสองข้าง อีกทั้งยังผูกด้วยโบว์ที่เชยสะบัด ใบหน้าทาอะไรก็ไม่รู้ทำให้ผิวดูกระดำกระด่าง
“ไอ้เล็ก แม่บ้านคนใหม่เหรอวะ?” พี่ใหญ่กวาดตามองหนึ่งรอบแล้วหันไปมองน้องชาย
อวี๋หมิงหลางชี้ไปที่ผู้หญิงคนนั้นด้วยความภูมิใจ “ดูดีๆสิว่านั่นใคร?”
“ดูอะไร มีอะไรน่าดู—อ๊าก เสี่ยวเชี่ยน?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย