“นายอยากให้ฉันไปดูดอกไม้ไฟเป็นเพื่อนเหรอ” เสี่ยวเชี่ยนพูดพลางเปิดแฟ้ม นี่เป็นแบบทดสอบจิตวิทยาที่เธอใช้ตอนทำงาน ใช้ทดสอบบุคลิกคนได้
“ถูกต้อง มาเถอะเบบี๋”
น้ำเสียงได้ใจของอาเหม็ดดังลอดมา
เสี่ยวเชี่ยนกอดเอวอวี๋หมิงหลางไว้ พี่ ใจเย็น
“เบบี๋” อาเหม็ดงง ทำไมทางนั้นเงียบไปบ่อยๆ ประทับใจมากเลยเหรอ
“คือแบบนี้นะ เรามาเล่นเกมกันหน่อย ถ้านายให้ความร่วมมือกับฉัน ฉันก็จะลงไป” เสี่ยวเชี่ยนมองคำถามในแบบทดสอบที่มีค่อนข้างเยอะ เธอกะว่าจะเลือกมาแค่ไม่กี่ข้อ
“ได้สิ”
อาเหม็ดกำลังเคลิ้มกับน้ำเสียงเสี่ยวเชี่ยนที่ดูอ่อนโยนกว่าตอนปกติ อีกอย่างคำถามของเสี่ยวเชี่ยนก็ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ เธอถามอะไรมาเขาก็ตอบไป
เสี่ยวเชี่ยนจดบันทึกคำตอบของอาเหม็ดอย่างรวดเร็ว หลังทดสอบไปได้ไม่กี่ข้อเสี่ยวเชี่ยนก็เจอเรื่องสนุก เธอยิ้มมุมปาก นึกไม่ถึงว่าอาเหม็ดจะเป็นคนแบบนี้
“เบบี๋เมื่อไรจะลงมาจ๊ะ”
เสี่ยวเชี่ยนหันไปขยับปากพูดกับอวี๋หมิงหลาง ให้เขาโทรหลิวลี่ลูกชายของศาสตราจารย์หลิวที่เป็นเทศกิจ ให้มาจับคน
อวี๋หมิงหลางรอเวลานี้มานาน เขารีบออกไปโทรศัพท์ทันที
“ไม่รีบ พวกเราเอาอีกสักข้อนะ”
“ยังมีอีกเหรอ” อาเหม็ดใกล้หมดความอดทน เขาให้ความร่วมมือกับเธอมานานแล้วนะ
“คำถามสุดท้ายง่ายมาก สมมติว่าคนรักของนายไม่ชอบกินแตงโม นายคิดว่าเป็นเพราะอะไร”
“คนรักของผมเหรอ ผมเห็นคุณก็ชอบกินแตงโมนี่” อาเหม็ดจำได้ เขาเคยสืบมาว่าเสี่ยวเชี่ยนชอบเตรียมแตงโมไว้ในบ้าน
เสี่ยวเชี่ยนใบหน้าร้อนผ่าว หันไปมองอวี๋หมิงหลางที่ออกไปโทรศัพท์ ก็เพราะไอ้บ้านั่นไง เวลาเสร็จภารกิจเธอถึงต้องเติมน้ำให้ร่างกายยกใหญ่ ทุกครั้งเขาเลยต้องหิ้วแตงโมมาบ้าน ของแบบนี้มันน้ำเยอะ
นี่อาเหม็ดสืบขนาดรู้เรื่องแตงโมเลยเหรอ…
“ตอนนี้ฉันไม่ใช่คนรักของนายนะ ฉันแค่สมมติคนรักของนายขึ้นมา ถ้าวันหนึ่งนายมีแฟน นายคิดว่าที่เขาไม่ชอบกินแตงโมเพราะอะไร ก.ไม่ชอบกลิ่น ข.รำคาญเมล็ด ค.แตงโมลูกใหญ่แช่เย็นลำบาก ง.กินไปเยอะๆต้องวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อย น่ารำคาญ”
“ผมเลือกข้อ ง.” อาเหม็ดตอบอย่างไม่ลังเล
เสี่ยวเชี่ยนยิ้มมุมปาก เขาเลือกข้อ ง.ตามคาด แบบนั้นเธอก็รู้แล้วว่าจะส่งดอกเบญชมาศดอกนี้ให้ซ่งชิงอู๋ยังไง
เพราะการเลือกข้อง. หมายถึง ชอบเป็นฝ่ายรับ ฮ่าๆ สนุกจัง
ระหว่างที่เสี่ยวเชี่ยนถามคำถามอาเหม็ดก่อนหน้านี้เธอก็พอจะวิเคราะห์ได้แล้วว่าเขาเป็นประเภทคนที่มีความมั่นใจสูง ซึ่งก็ตามคาด เพราะอาเหม็ดมั่นใจมากว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ล้วนอ่อนแอ และก็มั่นใจว่าขอแค่เขากระดิกนิ้วผู้หญิงก็ต้องเข้ามาหา เขายังคิดอยากใช้ทรัพย์สินของผู้หญิงทำตามความฝันตัวเอง จนถึงตอนนี้สิ่งที่เขาแสดงออกล้วนสอดคล้องกับผลการทดสอบที่ได้
แต่สิ่งที่เหนือความหมายที่ได้จากการทดสอบนี้ก็คือ อาเหม็ดเป็นรับ หรือที่เรียกกันว่าเป็นพวกมาโซคิสม์
มันดูจะเหลือเชื่อไปหน่อย
หลิวลี่เพิ่งได้รับแต่งตั้งบุคคลผู้เป็นแบบอย่างที่ดีไปไม่นาน กำลังอยู่ในช่วงฮึกเหิมภาคภูมิใจ พอเจอคนกล้าทำผิดกฎก็ย่อมไม่ปล่อยผ่าน ส่งเจ้าหน้าที่ในทีมที่พูดมากสุดไปทำการอบรมอาเหม็ด ส่วนเขาก็ยกโทรโข่งขึ้นมาพูด
“ชาวบ้านที่รักทุกท่านครับ สร้างความเป็นระเบียบให้กับสังคม การกำจัดความยุ่งยากที่อาจก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยในสังคมเป็นหน้าที่ของพวกเรา ขออภัยที่ต้องรบกวนทุกท่านในเวลานี้ด้วยครับ”
ตอนนี้ภาพลักษณ์ของเทศกิจดีขึ้นมาก ไม่ทำร้ายแต่ใช้การอบรม พอเจอชาวต่างชาติแบบอาเหม็ด เจ้าหน้าที่เทศกิจยังให้การอบรมเป็นแบบสองภาษาคือจีนและอังกฤษ แต่อาเหม็ดยังรู้สึกหูอื้อจากเสียงโทรโข่งอยู่เลย
“มีอะไรก็คุยกันดีๆสิ จะตะโกนใส่โทรโข่งทำไม” อาเหม็ดไม่ยอม
หลิวลี่อธิบาย “เพราะชาวบ้านยังมีความเข้าใจผิดพวกเราอยู่ ถ้าไม่ใช้โทรโข่งอธิบายพวกเขาจะไปพูดกันได้ว่าเทศกิจใช้อำนาจโดยมิชอบ สูญเสียภาพลักษณ์ การทำตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ช่วยไปกับพวกเราด้วยครับ”
เวลานี้อาเหม็ดยังแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะถูกเทศกิจของประเทศนี้จับ
เขารีบอธิบายกับเสี่ยวเชี่ยนที่ยังอยู่ในสาย “เบบี๋ พรุ่งนี้เดี๋ยวผมมาหาใหม่นะ”
เสียงตอบกลับมีเพียงสัญญาณที่ตัดไปแล้ว ไม่รู้ว่าเสี่ยวเชี่ยนได้ฟังหรือเปล่า
ก่อนไปหลิวลี่ยังหันไปทำท่าโอเคทางบ้านเสี่ยวเชี่ยน ประธานเชี่ยนมีบารมีมากสุดบรรดาลูกศิษย์ของแม่เขา แถมพี่หลางยังเป็นซุปเปอร์ไอดอลของเขา ดังนั้นเมื่อสองคนนี้ขอร้องมาก็ต้องจัดให้เต็มที่
“ช่วงสองปีนี้เด็กคนนี้โตไวมาก” เสี่ยวเชี่ยนที่ยืนดูอยู่ตรงหน้าต่างพลางพูดออกมา แต่พอหันหน้าไปก็ผงะ
“นายเพี้ยนอะไรขึ้นมาอีก…”
เธอเห็นอวี๋หมิงหลางไม่รู้เอาเทียนมาจากไหน วางเทียนเป็นรูปหัวใจบนพื้นกำลังจะจุด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย