ตอนที่ 1000
บทที่ 1000 ตนเองติดกับดัก
October 31, 2026
แม่นรมนเทหน้าตักจนหมดแบบนี้เกินความคาดหมายของนรมน
เธอคิดว่าแม่นรมนจะข่มขู่ตนเองเพื่อบีบบังคับบุริศร์ คิดไม่ถึงว่าหล่อนจะเอาชีวิตของตนเองมาคุกคามเธอ!
นรมนอยากหัวเราะ
“คุณอยากตายก็ตายไปเถอะ หรือคุณคิดว่าคุณตายตรงนี้แล้วฉันจะยอมคุณ?ตอนที่พวกคุณทำลายความรู้สึกของฉันไม่หยุดก็น่าจะคิดได้ว่า ฉันไม่มีทางประนีประนอมกับพวกคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ฉันเป็นแบบนี้ คุณคิดว่าคุณข่มขู่ฉันแล้วจะได้ผลเหรอ?อย่างมากก็แค่พวกเราตายไปพร้อมกัน ไม่ต้องเสียเวลาให้ลูกสาวสุดที่รักของคุณลงมืออีกครั้ง”
คำพูดของนรมนทำให้แม่นรมนตกตะลึงไปชั่วขณะ
จู่ ๆ เธอก็ค้นพบว่าตอนนี้ตนเองไม่รู้จักนรมนจริง ๆ
แต่ก่อนนรมนแคร์พวกเขามาก ตอนนี้ถึงแม้ว่าเธอจะตายตรงหน้าก็ไม่สนใจเหรอ?
ระหว่างพวกเขากลายเป็นคนแปลกหน้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
แม่นรมนจึงพบว่าระหว่างตนเองกับนรมนดูเหมือนจะหาความรู้สึกแบบนั้นระหว่างแม่ลูกไม่เจออีกแล้ว
เธอมองนรมนอย่างชะงักงัน เห็นนรมนไม่มีท่าทางแคร์ตนเองแม้แต่นิดเดียวจริง ๆ น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้
“นรมน เธอจะมองดูพ่อของเธอตายไปต่อหน้าต่อตาจริง ๆ ใช่ไหม? เธอต้องการทำอะไรกันแน่?”
แม่นรมนหมดอาลัยตายอยากทันที
นรมนเห็นเธอวางเศษแก้วในมือลง จึงกล่าวเสียงเบาว่า “ สิ่งที่ฉันต้องการนั้นง่ายมาก ฉันต้องการเนตรา”
“พวกเราก็ไม่รู้ว่าเธออยู่ไหน อย่างมากที่สุดพวกเราจะให้เธอกล่าวคำขอโทษดีไหม?”
คำพูดของแม่นรมนทำให้นรมนรู้สึกเจ็บปวดหน้าอก
เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฉันจะฟาดเธอด้วยแส้สามที จากนั้นฉันค่อยกล่าวคำขอโทษต่อเธอดีไหม?”
ถึงแม้เธอจะยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
แม่นรมนตึงเครียดทันที
“จะเป็นไปได้อย่างไร?”
“แล้วทำไมฉันต้องแบกรับแส้สามทีของหล่อนด้วย? คุณออกไปเถอะ ฉันจะพักผ่อน”
นรมนพูดจบก็เอนตัวลงนอนจริง ๆ
แม่นรมนไม่ยินยอม คิดจะวิ่งมาหานรมนตรงหน้าเตียง แต่ประตูด้านนอกเปิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่รู้ว่าบุริศร์กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ยืนอยู่นอกประตู มองแม่นรมนอย่างเงียบ ๆ
“คุณคิดจะทำอะไร?”
แม่นรมนกระสับกระส่ายทันที
เธอไม่ได้เป็นคนโง่ ก่อนหน้านี้นานมาแล้วเกรงกลัวบุริศร์ ถึงแม้นรมนจะมีความจำเป็นเมื่อห้าปีนั้น บุริศร์ก็ดีกับพวกเธอมาก แต่เธอก็เกรงกลัว
วันนี้หลังจากที่เนตราทำร้ายนรมนหลายต่อหลายอย่าง แม่นรมนจึงยิ่งเกรงกลัว
เธอตัวสั่น คิดจะพูดอะไรแต่กลับพูดไม่ออก
“ออกไปซะ?!”
บุริศร์พูดคำนี้อย่างไม่มีความเกรงใจ
ถ้าผู้หญิงคนนี้ยังเห็นนรมนเป็นลูกสาว หล่อนจะไม่มีทางพูดแบบนี้กับเธอ น่าเสียดายที่ตอนนี้หล่อนไม่คู่ควร
แม่นรมนสั่นไปทั้งตัว ยังคงคิดจะพูดอะไร แต่หลังจากสัมผัสกับสายตาเยือกเย็นของบุริศร์จู่ ๆ ก็พูดไม่ออกสักคำ
เธอเดินคอตกออกไป
“เป็นบอดี้การ์ดประสาอะไร?ไม่อยากทำแล้วใช่ไหม?”
บุริศร์โมโห คิดจะเปลี่ยนคนด้านนอก กลับถูกนรมนห้ามเอาไว้
“ฉันจงใจให้เธอเข้ามาเอง”
“คุณไม่รู้สภาพของตัวเองในตอนนี้เหรอ?ถ้าเธอทำอะไรคุณขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
บุริศร์ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
นรมนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก ฉันแค่อยากดูว่าพวกเขายังจะมีวิธีอะไรอีก คิดไม่ถึงว่าจะเป็นแบบนี้ไปได้ น่าเบื่อจริง ๆ ”
เธอถอนหายใจ ทำท่าทางเสียดาย แต่บุริศร์รู้ว่า เธอเพียงแค่ใช้ท่าทางแบบนี้เพื่อปกปิดความหดหู่และความผิดหวังของตนเอง
บุริศร์เดินมาที่หน้าเตียง ดึงเธอมาไว้ในอ้อมแขน กล่าวเสียงเบาว่า “คุณยังมีผมอยู่นะ และก็ยังมีลูก ๆ อีก มันคงจะโง่เกินไปที่จะเสียใจให้กับคนที่ไม่คู่ควร”
นรมนเจ็บปวดใจเล็กน้อย น้ำตาแทบจะไหลออกมา แต่เธอกลั้นเอาไว้
“อืม”
สองมือของเธอโอบเอวบุริศร์ พูดอย่างสะอึกสะอื้น “บุริศร์ กอดฉันหน่อย ฉันหนาว”
บุริศร์กอดเธอแน่น แต่ก็กลัวโดนบาดแผลของเธอ ในขณะที่นรมนกำลังจะพูดอะไรออกมาก็ก้มหน้าลงทันที จูบที่ร้อนแผดเผาค้างอยู่ที่ริมฝีปากของเธอในชั่วพริบตา
จูบของเขาทั้งอบอุ่นทั้งเร่าร้อน นรมนแทบจะหายใจไม่ออก แต่เธอชอบความรู้สึกนี้ ความรู้สึกเร่าร้อนที่เกือบจะหยุดหายใจ
ดูเหมือนว่าความรักและความผูกพันระหว่างพวกเขา ทั้งดุเดือดทั้งร้อนแผดเผา
นรมนตอบรับอย่างเร่าร้อน
บุริศร์รีบปล่อยเธอออก แววตาพลุ่งพล่าน
“อย่าจุดไฟสิ”
เขายื่นมือไปบีบจมูกนรมนเบา ๆ
ยัยผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ ปลุกไฟในตัวของเขาขึ้นมาแต่กลับไม่รับผิดชอบดับไฟ เขาจะระเบิดจริง ๆ
นรมนกลับยิ้มอย่างปลิ้นปล้อน
“คุณเป็นคนยั่วฉันก่อนเองนะ”
“เป็นความผิดของผมเอง คุณนายบุริศร์ คุณกินข้าวหรือยัง?”
บุริศร์จำเป็นต้องเปลี่ยนเรื่องคุย
เขามองเห็นจานชามบนโต๊ะ จึงอดไม่ได้ที่จะถาม “คมทิพย์เอามาให้เหรอ?”
“ใช่แล้ว เธอทำเองกับมือ”
“แล้วเธออยู่ไหนล่ะ?”
“ให้พื้นที่สำหรับฉันและแม่นรมน”
นรมนพูดอย่างปกติ แต่บุริศร์รู้ว่าในใจของเธอยังรับไม่ได้
“ไม่อยากเจอก็ไม่ต้องเจอหรอก”
บุริศร์รู้สึกสงสารภรรยาเหลือเกิน
นรมนก็ไม่ได้อยากเจอ แต่ในใจอยากรู้ว่าพ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนจะไร้ยางอายได้ถึงขนาดไหน
“รู้ไหม?แม่นรมนให้ฉันพูดโน้มน้าวคนเหล่านั้นในถอนฟ้อง แถมยังจะให้ฉันออกค่าชดใช้ เธอคิดว่าฉันเป็นคนโง่จริง ๆ เหรอ?”
นรมนยิ่งคิดยิ่งผิดหวัง
ดวงตาของบุริศร์หรี่ลงเล็กน้อย กล่าวเสียวเบาว่า “ผมไม่สนว่าคุณจะจัดการพวกเขาอย่างไร แค่อย่าทำร้ายตัวเอง เข้าใจไหม?ผมเจ็บปวดใจ”
“ฉันนวดให้คุณนะ”
ในขณะที่พูดนรมนก็ยื่นมือไปที่หน้าอกของเขา
บุริศร์หยุดการเคลื่อนไหวของเธอได้ทันเวลา
“คุณคิดจะทำอะไร สาวน้อย ทางที่ดีในตอนนี้คุณอย่าปลุกมันขึ้นมาอีกเลย”
“ทำไมเหรอ คุณจะทำอะไรฉัน?”