ตอนที่ 1001
บทที่ 1001 คนตายเป็นใคร
October 31, 2026
บุริศร์ยิ้มขมขื่น เป็นเหยี่ยวมาทั้งชีวิต คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะพลาดท่า
เสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ บุริศร์ก็ไม่หลบหนี กลับหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟ
เมื่อประตูเปิดออก บุริศร์ก็สูบบุหรี่ไปได้สักพักแล้ว
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายก็ไม่คิดว่าจะเจอบุริศร์ เพียงแต่ตำรวจที่ตามหลังมา รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
“ประธานบุริศร์?”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
บุริศร์ยังคงถามออกไปโดยไม่รู้ตัว
ตำรวจตอบเสียงเบาว่า “มีคนแจ้งความว่าที่นี่มีคนก่อคดีฆาตกรรม พวกเราจึงมาตรวจสอบ”
“อืม ตรวจสอบเถอะ”
บุริศร์ก็ไม่ได้พูดอะไร
อีกฝ่ายสำรวจลมหายใจของซินดี้ จากนั้นคิ้วขมวดยิ่งขึ้น
“ประธานบุริศร์ เกรงว่าคุณต้องไปกับพวกเรา”
“ได้”
บุริศร์ให้ความร่วมมือเต็มที่
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น” ต้องใส่กุญแจมือไหม?”
” ไม่ต้องครับ พวกเรารู้จักนิสัยของประธานบุริศร์”
ตำรวจพาตัวบุริศร์ไป
ด้านนอกมีนักข่าวอยู่เต็มไปหมด เมื่อเห็นบุริศร์ออกมากับตำรวจก็รีบเข้ามาหา
“ประธานบุริศร์ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ?คุณกับผู้ตายมีความแค้นอะไรกัน?”
“ประธานบุริศร์ ไม่ทราบว่าคุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?ตอนมาถึงผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ไหมคะ?”
คำถามที่ดุเดือดเป็นชุดถาโถมเข้าใส่
บุริศร์เพียงแค่หัวเราะอย่างเย็นชา
เขาเพียงแค่เพิ่งจะเข้าไปเท่านั้น ซินดี้ก็ตายแล้ว จากนั้นนักข่าวก็รออยู่ข้างนอก ถ้าบอกว่านี่ไม่มีคนวางแผนอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อ
ยังถือว่าตำรวจมีจรรยาบรรณ ขวางนักข่าวเอาไว้ทันที
“ขอโทษนะครับ ตอนนี้รายละเอียดยังไม่ชัดเจน ยังไม่สามารถให้การสัมภาษณ์ได้ชั่วคราว ขอบคุณครับ”
พูดจบตำรวจก็พาบุริศร์เดินไป
นรมนรอบุริศร์กลับมา จนรอไม่ไหว โทรหามือถือของเขาก็ปิดเครื่อง จึงรู้สึกไม่สบายใจทันที
บุริศร์คนนี้ นี่มันหมายความว่าอะไรเนี่ย!
คมทิพย์รู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นกับบุริศร์ ตอนนี้กระวนกระวายใจ
ถ้านรมนรู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นกับบุริศร์ เธอจะใจร้อนออกไปหรือเปล่า?
คิดถึงบาดแผลบนร่างกายของนรมน คมทิพย์ปวดหัวสุด ๆ
“เป็นอะไรไป ดูเหมือนเธอมีเรื่องปิดบังฉันเลย?”
นรมนไม่ได้เพิ่งจะอยู่กับคมทิพย์วันสองวัน ตอนนี้มองเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของคมทิพย์ จึงอดเอ่ยถามไม่ได้
“มีไหม?”
คมทิพย์พยายามทำให้ตนเองสงบลง แต่ก็ทำไมได้ เธอมองเห็นใบหน้าของนรมนก็นึกถึงบุริศร์
“ฉันจะออกไปข้างนอก”
“ไปทำอะไร?”
“เข้าห้องน้ำ”
คมทิพย์หาข้ออ้างที่ไม่อาจแย่ไปกว่านี้และวิ่งออกไป
นรมนกลับไม่คิดอะไรมาก คิดว่าคมทิพย์มีธุระส่วนตัว เธอไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด ไม่ช้าก็เร็วตนเองก็จะรู้
เธอหยิบโน๊ตบุ๊คออกมาเริ่มทำงาน
ผลงานช่วงนี้ของบริษัทภาพยนตร์ถือว่าไม่เลว
เด็กหน้าใหม่สองสามคนต่างได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์และมีละครเป็นของตัวเอง ถึงแม้จะไม่ได้โด่งดังมาก แต่ก็พัฒนาไปในทางที่ดี
นรมนส่งข้อความหาพริมา
“ช่วงนี้ลองดูหน่อย ถ้ามีผู้จัดการส่วนตัวที่เหมาะสมก็รับสมัครมาอีกสองคน ไม่อย่างนั้นคุณคนเดียวคงรับไม่ไหว”
“ค่ะ”
พริมาตอบอย่างว่องไว
“ประธานนรมน ฉันคิดว่าตอนนี้บริษัทของพวกเรายังเล็กเกินไป การหาผู้จัดการส่วนตัวที่มีประสบการณ์ คนอื่นคงไม่อยากมาทำ พวกเราฝึกอบรมจากคนใหม่น่าจะดีกว่านะคะ”
สำหรับคำแนะนำนี้ของพริมา นรมนเห็นด้วย
“ได้ ตามใจคุณเลย ตราบใดที่คุณคิดว่าดีก็สามารถเสนอมาให้พวกเราร่วมกันหารือ”
“ขอบคุณค่ะ”
พริมารู้สึกซาบซึ้งกับการมอบอำนาจของนรมนมาก
นรมนถามคำถามอื่น ๆ เกี่ยวกับบริษัทต่อ สุดท้ายจึงตัดสินใจว่าต้องมีภาพลักษณ์ถึงจะดูดี
นั่นหมายความว่าเธอจำเป็นต้องจ่ายราคามหาศาลเพื่อเซ็นสัญญากับดาราแถวหน้าในเมือง
นรมนอดนึกถึงราเชนไม่ได้
เธอส่ายหน้าทันที
ราเชนแค่มองก็รู้ว่ามีแผนกับตนเอง ถ้าตอนนี้ตนเองเซ็นสัญญากับราเชน หลังจากนี้จะต้องมีเรื่องยุ่งยากไม่น้อยแน่นอน
คิดถึงตรงนี้ นรมนจึงปฏิเสธความคิดนี้
เมื่อพริมารู้ว่าเธอต้องการเซ็นสัญญากับดาราแถวหน้า ก็ค่อนข้างลังเล
“ประธานนรมน ยังไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้บริษัทของพวกเรายังเล็ก ดาราแถวหน้าเหล่านั้นไม่ใช่ว่าจะกลับมาเสมอไป และถึงแม้จะกลับมา พวกเราก็อาจจะไม่สามารถจ่ายค่าตัวให้พวกเขาได้”
นี่คือความจริง
นรมนถอนหายใจเบา ๆ
“เอาเถอะ เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกครั้ง”
“อืม โอเคค่ะ”
พริมาเห็นนรมนไม่ได้โต้แย้ง ในใจก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งต่อเธอ
ยากนักที่จะได้เจอเจ้าของที่มีความคิดก้าวหน้าเช่นนี้
นรมนพูดจบก็ตัดสินจะจบการสนทนา แต่ทางฝั่งของพริมากลับนิ่งไปพักหนึ่งและกล่าวว่า “ประธานนรมน มีเรื่องหนึ่งไม่รู้ว่าควรจะพูดกับคุณหรือเปล่า”
“เรื่องอะไรเหรอ? พูดมาเถอะ”
นรมนคิดว่าเป็นเรื่องในที่ทำงาน จึงถามออกไปอย่างไม่ต้องคิด
พริมากลับไม่ได้พูดออกมาทันที แต่หยุดไปสักพักหนึ่ง นรมนก็ไม่ได้เร่งรัดเธอ