ตอนที่ 1023
บทที่ 1023 ตอนนี้ฉันเป็นหัวหน้าเธอโดยตรง
October 31, 2026
“คุณตาคะ หนูจะกล้าทำเรื่องผิดกฎหมายได้ยังไง พูดไปแล้ว ตารู้ได้ไงคะหนูจับแพรวาไว้”
นรมนถามแล้วก็นึกขึ้นได้ สมจิตคือคนที่ส่งมาเป็นบอดี้การ์ดตัวเองไม่ใช่หรือ
เอาเถอะ ปิดบังคุณท่านตนุวรไม่ได้แล้ว เธอลำบากแล้ว
ได้ฟังเจตนาของคุณท่านตนุวร อยากให้เธอส่งตัวแพรวาให้ตำรวจ แต่ส่งให้ตำรวจก็ไม่แน่จะเปิดปากแพรวาได้ และยังมีปัจจัยที่ไม่แน่ชัด ถ้าเกิดเธอหนีไป ต่อไปคิดจะจับเธอก็ยากแล้ว
ถ้าไม่ส่งตัวให้ตำรวจ คุณท่านตนุวรคงไม่ยอมแน่
เธอไม่สบายใจ
“คุณตา อย่าห่วงเรื่องนี้เลยได้มั้ยคะ เอาล่ะ ตายังไม่ได้เล่าเรื่องที่ยายทิ้งรองเท้าหัวเสือไว้เลยนะคะ ของแม่หรือคะ”
นรมนรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ทำไมถามเรื่องนี้ล่ะ”
“หนูแค่แปลกใจค่ะ กล่องเล็กๆ เก็บในห้องนอนหนู ไม่สิ ควรจะพูดว่าในห้องนอนแม่ ไม่ใช่แม่จะเป็นใคร แต่ถ้าแม่เป็นคนวาง ทำไมยายต้องล็อกด้วย อีกอย่าง คุณยายเป็นคนยังไงกันแน่ ไม่ค่อยได้ยินตาเล่าเรื่องนี้เลยค่ะ”
นรมนยิงคำถาม
คุณท่านตนุวรพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
“หลานถามเยอะแยะขนาดนี้ จะให้ตาเริ่มตอบข้อไหนก่อนล่ะ”
“อยากตอบข้อไหนก็ตอบเถอะค่ะ”
นรมนส่งแอปเปิลที่ปอกแล้วให้ คุณท่านตนุวร
คุณท่านตนุวร ดีใจ กินแอปเปิลมาหลายปี รู้สึกว่าวันนี้แอปเปิลหวานที่สุด
“หลานนี่ฉลาดเป็นกรด กมลเหมือนหลานไม่ผิดจริงๆ”
“แหงอยู่แล้ว ลูกสาวหนูนี่คะ”
นรมนรู้สึกภูมิใจ
คุณท่านตนุวรถอนหายใจ ดวงตาเหม่อลอย
เขาพูดเสียงแผ่วเบา “รองเท้าหัวเสือนั่นที่จริงไม่ใช่ของแม่ของหลาน”
“งั้นของใครคะ”
“ป้าของหลาน”
“เอ๊ะ”
นรมนอึ้งทันที
“หนูมีแค่น้าไม่ใช่หรือคะ เทย่าแม่ของเจตต์ ทำไมถึงได้มีป้าโผล่มาอีกคน”
คุณท่านตนุวรวางแอปเปิลลง สายตาเจ็บปวด
“ตอนนั้นยายของหลานท้องฝาแฝด ตอนที่ป้าของหลานเพิ่งเกิด ผู้ก่อการร้ายหาพวกเราเจอ จับเด็กเพื่อข่มขู่ให้ตาปล่อยหัวหน้าของพวกมัน ตอนนั้นตาลำบากใจมาก ตาเป็นพ่อคน นั่นเป็นลูกคนแรก ในใจไม่อยากให้ลูกได้รับอันตราย แต่ตาเป็นทหาร ผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน ตาจะทำลายผลประโยชน์ของประเทศเพื่อลูกตัวเองไม่ได้ ตอนที่ตาลังเล พวกผู้ก่อการร้ายก็ยิงทารกที่เพิ่งคลอด”
พูดถึงตรงนี้ น้ำตาคลอเบ้าของ คุณท่านตนุวร
“เธอยังเล็กนัก เหมือนแมวตัวเล็กๆ ตายังไม่ทันได้เห็นหน้า เลือดก็เต็มดวงตาของตา ตอนนั้นยายของหลานสลบไปแล้ว สไนเปอร์ฝ่ายเราฉวยโอกาสสังหารผู้ก่อการร้าย หมอพยาบาลช่วยชีวิต สิบห้านาทีต่อมายายก็คลอดแม่ของหลาน ส่วนเด็กคนนั้นอยู่ในห้องผ่าตัด”
“หมอบอกว่าเด็กมีโอกาสรอดริบหรี่ แต่พวกเขาก็พยายามยื้อชีวิตเต็มที่ ผ่าตัดสิบเอ็ดชั่วโมง เด็กก็ถูกเข็นออกมา หน้าเล็กๆ ซีดเซียวเหลือเกิน หมอบอกว่าถ้าทนผ่านคืนนั้นไปได้ เด็กก็มีหวังรอด ตานั่งอยู่ตรงนั้น เธอไม่ร้อง ไม่ยิ้ม หายใจแผ่วเบา ตัวเล็กขนาดนั้น บอบบาง แต่ซีดเซียวอ่อนแอ กลางดึกยายเลือดออกมาก ต้องเข้าห้องฉุกเฉินช่วยชีวิต พอตาได้ยินข่าวก็รีบตามไปดู ตาสาบานขอให้ได้เห็นยายสักครั้งหนึ่ง สักครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้นี่เอง ลูกสาวคนโตของตาก็หายไปแล้ว”
คุณท่านตนุวรกัดริมฝีปากโศกเศร้า พยายามระงับความเศร้าเสียใจของตัวเอง
แม้ว่าจะผ่านมานานขนาดนี้แล้ว แต่เรื่องนี้ยังคงอยู่ในใจเขา ทำให้เขาหอบหายใจ
นรมนรีบขยับ ตบหลังของคุณท่านตนุวรเบาๆ พูดปลอบใจ “ตาคะ อย่าเสียใจไปค่ะ”
คุณท่านตนุวร โบกมือเล่าต่อ “บางทีความรู้สึกระหว่างตากับยายของหลานก็เริ่มแตกร้าวจากตอนนั้นเอง เธอแทบสละชีวิตคลอดลูก แต่ตาทำลูกหาย ลูกสาวคนโตของตาไม่ได้ตายในมือผู้ก่อการร้าย แต่หายไปในมือของตา ตาไม่รู้เธอเป็นหรือตาย ไม่รู้เธออยู่ที่ไหน ช่วงนั้นยายเหมือนบ้าไปแล้ว พอร่างกายดีหน่อยก็ออกไปหาลูกสาวคนโต แต่เด็กคนนี้จู่ๆ ก็หายไป ไม่มีร่องรอยอะไรเลย พวกเราถึงกับดูศพทารกที่ตายทุกคนในโรงพยาบาล ก็ยังคงไม่มีข่าวของเธอ ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว ตอนที่ฉลองวันเกิดของคิม ยายของหลานทำรองเท้าหัวเสือสองคู่ เก็บคู่หนึ่งในตู้ เธอไม่เคยพูดถึงลูกสาวคนโตที่หายไปอีกเลย เหมือนเธอไม่เคยคลอดเด็กคนนี้ ตาคิดว่าเธอค่อยๆ ดีขึ้นแล้ว แต่เห็นได้ชัด ตาผิดไปแล้ว”
คิดถึงตอนที่ตัวเองพักงานกลับมา ทุกครั้งภรรยาท่าทางเย็นชา คุณท่านตนุวรก็รู้สึกเสียใจ
เขาก็เสียใจที่ลูกหายไป แต่ตอนนั้นเขายังอายุน้อย รู้สึกว่าภรรยาไม่ให้อภัยเขา ทำหน้าบึ้งตึงใส่ จนเขายิ่งทีไม่อยากกลับบ้าน ตอนที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่ เขาก็อาสาไปทำงานเพื่อออกจากบ้าน
จนกระทั่งเขาได้ข่าวภรรยาท้อง เขาถึงรู้สึกว่าตัวเองถูกภรรยาสวมเขา และเขาไม่มีหน้าจะไปโกรธภรรยาด้วย
เมื่อคิดถึงเรื่องตอนนั้น คุณท่านตนุวรรู้สึกว่าใจแตกสลายแล้ว
นรมนคาดไม่ถึงจะได้ยินเรื่องเช่นนี้จากปากคุณท่านตนุวร
เธอปลอบใจคุณท่านตนุวร ถามเขา “หลายปีมานี้หาป้าไม่เจออีกเลยหรือคะ”
“เคยหาแล้ว แต่ผู้คนมากมาย จะไปหาที่ไหน! ตอนนั้นเงื่อนไขจำกัด ไม่เหมือนทุกวันนี้มีกล้องวงจรปิด ตอนนั้นอะไรก็ไม่มี พวกเราไม่รู้แม้กระทั่งใครอุ้มเด็กไป ตอนนั้นสถานการณ์ของเธออันตรายมาก มีชีวิตรอดหรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้ ตาใช้เส้นสายหลายทาง แต่ก็ไม่มีข่าวคราว ตาคิดว่าสุดท้ายยายของหลานหมดหวังแล้ว ถึงได้ไม่พูดถึงลูกคนนี้อีก แม่ของหลานก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองมีพี่สาวฝาแฝด”