ตอนที่ 1024
บทที่ 1024 ฝีมือสู้ไม่ได้แล้วจะโกรธใครได้
October 31, 2026
นรมนถอนหายใจ
เรื่องแล้วเรื่องเล่าประดังเข้ามา ปวดหัวเหลือเกิน
ตอนนี้เธออยากจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้นออกไปท่องโลกกับบุริศร์สองคน
“โสธรยังอยู่มั้ย”
“อยู่ค่ะ เขารับผิดชอบเฝ้าแพรวาได้ยินชัยยศบอกว่าจัดการเฮลิคอปเตอร์คืนนี้ส่งแพรวาไปขึ้นเครื่องบินแล้วค่ะ”
สมจิตรายงานอย่างขยันขันแข็ง
นรมนพูดเสียงเบา “บอกโสธรด้วย ให้เขาตามขึ้นเครื่องไปประเทศFด้วย ราเชน ให้วีซ่ามาหลายคน พาไปได้สองสามคน แล้วก็ติดต่อกับคนของบุริศร์ที่ประเทศFสองฝ่ายแลกคนกันแล้ว อย่าให้เกิดปัญหา ไม่ว่ายังไงก็ตาม ห้ามให้แพรวาถูกใครชิงตัวไปได้ระหว่างทาง”
“ค่ะ ฉันจะไปจัดการให้เรียบร้อย”
หลังจากสมจิตออกไปแล้ว นรมนก็ลุกขึ้นไปชั้นบน
วันนี้ไม่กินมื้อเย็นแล้ว
เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า โทรไปหา ราเชน บอกเขาให้หาคนรวมกับคนของบุริศร์ไปรับตัวแพรวาจะดีที่สุด
ราเชนไม่มีปัญหากับการจัดการของเธอ
หลังตกลงกันเรียบร้อยแล้ว นรมนคิดจะพักผ่อนสักหน่อย เดี๋ยวจะไปรับเนตราเอง
ผู้หญิงคนนี้ ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมปล่อยไป
เวลานี้เอง มือถือของนรมนก็ดังขึ้น
เธอมองแวบหนึ่ง คาดไม่ถึงคือวิดีโอคอลที่กิจจาส่งคำเชิญเข้าร่วมมา
นรมนรีบจัดแจงตัวเอง แล้วกดรับ
“กิจจา!”
“หม่ามี้!”
กิจจาค่อนข้างคล้ำกว่าเมื่อก่อน แต่ดูแล้วแข็งแรง และร่าเริงมาก ท่าทางไม่เหมือนคนที่เป็นออทิสติก
เรื่องนี้ทำให้นรมนดีใจมาก
“เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน แม่เห็นหน้าลูกตากแดดจนดำเชียว”
นรมนสงสารมาก
กิจจายิ้มแย้ม “ผมตามอาจารย์มาแอฟริกาครับ”
“แอฟริกางั้นหรือ”
นรมนตกใจ
“ทำไมถึงไปที่นั่นล่ะ”
“อาจารย์บอกว่าเงื่อนไขการแพทย์ที่นี่จำกัด อยากจะมาช่วยเหลือ และโรคที่นี่ก็ซับซ้อน เหมาะให้ผมมาเรียนที่นี่”
ในตอนแรกกิจจาไม่ได้ชอบแพทยศาสตร์มากนัก แต่ตอนนี้ติดตามมิลินเห็นความลำบากจนเคยชิน จึงรู้สึกว่าเรียนหมอก็ดีมาก
“หม่ามี้ ผมได้ยินอาการปวดประสาทของแด๊ดดี้กำเริบหรือครับ”
นรมนอึ้งไปนิดหนึ่ง
เรื่องนี้เป็นความลับมาก มีไม่กี่คนที่รู้ แต่ตอนนี้กิจจารู้เรื่องนี้ แสดงว่ามิลินคอยติดตามข่าวคราวที่นี่ตลอด
มิลินติดตามเรื่องที่นี่อาจเป็นเพราะกิจจา หรืออาจเป็นเพราะเหตุอื่น นรมนไม่อยากจะคิดให้ซับซ้อน แต่ละคนต่างมีเรื่องราวของตัวเอง สร้างพลังที่เหมาะสมเพื่อปกป้องตัวเองก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
เธอจึงยิ้มถาม “ลูกได้ยินจากอาจารย์หรือจ๊ะ”
“อึม อาจารย์บอกว่าอาการปวดประสาทของแด๊ดดี้เป็นเคสที่ซับซ้อน รักษายาก แต่อาจารย์บอกด้วย ที่ศาลบรรพบุรุษหมู่บ้านดารายนมีหนังสือเก่าเล่มหนึ่ง ในนั้นมีวิธีรักษาอาการปวดประสาทของแด๊ดดี้ หม่ามี้ ลองส่งคนไปหาดูสิครับ ผมคิดว่าอาป้องอ่านแล้วอาจจะมีวิธี”
กิจจาเล่าอย่างนี้ ทำให้นรมนดีใจ
เธอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาป้าโอเคยพูดเรื่องนี้ แต่ตอนนั้นพวกเขาซ่อมแซมศาลนี้ก็หาหนังสือเล่มนั้นไม่เจอ
“พวกเราหาหนังสือเล่มนั้นไม่เจอจ้ะ”
“ทำไมล่ะครับ อาจารย์บอกผมว่ามี”
ใบหน้ากิจจาแสดงความสงสัย
เห็นได้ชัดเขาในวัยนี้ยังไม่เข้าใจอาจารย์บอกว่ามีแล้วทำไมถึงไม่มี
นรมนเห็นเขาหน้านิ่วคิ้วขมวด ก็อดสงสารไม่ได้ “หม่ามี้จะลองหาวิธีค้นหาอีกรอบ ลูกไม่ต้องกังวลไป ถ้าคิดถึงบ้านก็กลับมานะ”
“โอเคครับ หม่ามี้ ผมจะเอาของฝากจากแอฟริกาไปให้”
“ผู้อพยพแอฟริกาหรือจ๊ะ”
นรมนพูดเล่น แต่คาดไม่ถึงตอนที่กิจจากลับมาจะพาผู้อพยพแอฟริกามาด้วยจริงๆ แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องในภายหลัง
สองคนคุยกันครู่หนึ่ง ก็วางสาย
ครั้งนี้ได้เจอกับกานต์ และยังได้คุยวิดีโอคอลกับกิจจา ตอนนี้เหลือแต่กมลที่ยังไม่ได้เจอ
ตอนนี้นรมนรอไม่ไหวที่จะโทรไปหากมล
เธอคิดแล้วก็ทำทันที รีบโทรไปหากมล แต่ฝั่งนั้นไม่มีคนรับสาย
นรมนโทรสามสี่ครั้ง ก็ไม่มีคนรับสาย เธออดไม่ได้ที่จะไม่สบายใจ
เด็กน้อยต่อให้ออกไปวาดรูป ก็ไม่น่าจะไม่พกมือถือ
หรือว่ากมลเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ นรมนก็เป็นกังวล
เธอหวังเหลือเกินการคาดเดาของเธอจะไม่เป็นจริง
นรมนโทรไปหาอาจารย์ของกมล แต่ปลายสายไม่มีสัญญาณ
เมื่อติดต่อกมลไม่ได้อย่างนี้ทำให้นรมนหงุดหงิด
“คุณหนูครับ ท่านหัวหน้า ให้คุณลงไปกินข้าวครับ”
เสียงของโตษินดังมาจากข้างนอก
ตอนนี้นรมนจะมีอารมณ์กินข้าวได้ยังไง
“ฉันจะออกไปกินข้าวข้างนอก ไม่ต้องรอ”