ตอนที่ 1049
บทที่ 1049 หัดดูภรรยาเป็นตัวเอย่าง
October 31, 2026
งานเลี้ยงพบปะสังสรรค์นี้จบลงเร็วเพราะการก่อเรื่องของลูกสาวคนโตของอรรณพ
การออกจากงานของอรรณพสองสามีภรรยา ทำให้ป้องจึงได้ลุกขึ้นตาม
“ในเมื่อน้องสี่กลับไปแล้ว อย่างนั้นพวกเราค่อยเจอกันใหม่ครั้งหน้าแล้วกันนะ แต่พี่รองผมคิดว่าพี่น่าจะเรียกค่าเสียหายทางจิตใจกับอรรณพนะ จะให้ลูกสาวของมาเขาดูน้องชายของหลานชายผมฟรีๆได้อย่างไร ถูกไหม”
ป้องกลัวเรื่องราวจะวุ่นวายไม่พอจึงเกิดความคิดที่ไม่สร้างสรรค์ขึ้น
บุรุิศร์ปรายมองเขาแล้วพูดเบาๆ“เงินพนันของผมเมื่อไรจะให้ผม”
ป้องหน้าแหกทันใด
“ไม่ใช่สิ คุณเป็นคนขาดเงินด้วยเหรอ”
“ผมไม่ขาดเงิน แต่ผมก็หาเงินได้ไม่มาก และถึงอย่างไรก็เป็นเงินที่ผมชนะได้มานะ”
บุริศร์ท่าทางกวนโอ๊ย มองดูป้องที่ขบกัดฟัน
โพนี่ยิ้มแล้วพูด “พี่รอง แล้วจะให้ผู้จัดการนำเงินไปส่งให้ที่บ้านพี่นะ”
“ยังคงเป็นน้องสะใภ้ที่น่ารักจริงใจ คุณชายป้องหัดดูภรรยาเป็นตัวอย่างบ้างนะ”
บุริศร์พูดจบก็ลุกยืนขึ้น แล้วเดินตรงมาที่ด้านหน้าของนรมน ยิ้มแล้วพูด“ไปกันเถอะ ตอนเย็นอยากทานอะไร ผมจะพาคุณไปทาน เงินที่ชนะมาวันนี้น่าจะเพียงพอ”
ป้องรู้สึกว่าวันนี้ไม่ควรเอ่ยปากพูดจาเลยจริงๆ
คริชณะเห็นท่าทางของพวกเขาแบบนี้แล้ว จึงหัวเราะขึ้นอย่างร่าเริงเบิกบาน
งามสุดาเดินเข้ามา คริชณะคว้าเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แล้วพูดเสียงต่ำ “คุณอยากทานอะไร ตอนกลางวันผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณ”
“คุณมีเวลาเหรอ ไม่ต้องกลับไปที่ค่ายทหารเหรอ
“แม้จะยุ่งแค่ไหน แต่เวลาที่จะทานอาหารเป็นเพื่อนภรรยานั้นก็ย่อมมีอยู่”
เสียงคริชณะนั้นไม่ดังมาก งามสุดาได้แต่เม้มปากแล้วยิ้ม แต่ท่าทางที่มีความสุขนั้นทำให้คนรอบข้างอิจฉาไม่มีที่สิ้นสุด
การรวมตัวของทั้งสี่คนจึงจบลงไปแบบนี้
ตอนที่บุริศร์พานรมนออกมานั้น กมลที่อิ่มมากจนรู้สึกอึดอัดท้อง นรมนเห็นแล้วอยากจะหัวเราะ
“เมื่อกี้กานต์กลับมาหนูไม่เห็นเหรอ”
“เห็นสิคะ แต่ว่าหม่ามี้ไปจัดการแล้วไม่ใช่เหรอ หนูรู้สึกว่าการกินนั้นดีกว่าเยอะ”
กมลเรอสะอึกขึ้น ล้วนเป็นกลิ่นของเค้กครีมทั้งนั้น
“นี่ทานไปเท่าไหร่จ๊ะ ไม่กลัวว่าท้องหนูจะแตกเหรอ”
นรมนยื่นสองมือไปอุ้มกมลขึ้น แต่กลับได้ยินเธอพูดว่า“หม่ามี้หนูกลับไปกับพี่ดนัยได้ไหม หนูอยากไปเล่นกับคุณทวด”
ดนัยที่พอดีอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น ได้ยินคำพูดของกมลจึงรีบพูดขึ้น “พี่สะใภ้รอง ผมจะดูแลกมลอย่างดีครับ”
“จ๊ะ รบกวนเธอแล้วนะ”
บุริศร์ที่อยากจะมีเวลาส่วนตัวสองต่อสองกับนรมน ย่อมไม่อยากจะพากมลไปด้วย เวลานี้ดนัยกลับอยากให้กมลกลับไปพร้อมกับเขา เขาน้อมรับด้วยความยินดีอย่างที่สุด
กมลหันมาโบกมือให้กับพวกบุริศร์ จากนั้นก็จากไปพร้อมกับดนัย
นรมนพูดด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย“ลูกสาวของคุณคงต้องอบรมสักหน่อยแล้วคุณว่าไหม นิสัยที่เห็นว่าใครมีของกินหน่อยก็ร้องตามไปกับเขานี้ไม่ไหวนะ ถ้าหากว่าวันใดวันหนึ่งถูกคนไม่ดีหลอกล่อไปด้วยลูกอมอันหนึ่ง คุณจงร้องไห้อยู่ที่บ้านเหอะ”
บุริศร์จูงมือเธอ ยิ้มแล้วพูด“กมลใช่ว่าจะตามทุกคนไป”
“ทำไมจะไม่ตาม ครั้งก่อนที่สวนสนุกมีเด็กชายคนหนึ่งใช้ไอศกรีมแท่งหนึ่งมาหลอกล่อเธอให้ตามไปไม่ใช่เหรอ”
นรมนคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็รู้สึกหงุดหงิด
เจ้าตัวแสบนั่นยังรับพู่หยกจากเขามาหน้าดื้อๆ เรื่องนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะจัดการอย่างไร
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ บุริศร์ก็นึกขึ้นได้
“ผมให้คนไปสืบพู่หยกนั่นแล้ว เป็นของตระกูลพูนเจริญ”
“ตระกูลพูนเจริญไหน รีบให้คนส่งคืนกลับไปเร็ว”
นรมนที่ใบหน้าเหลืออดหมดคำพูด
บุริศร์ยิ้มแล้วพูด“ตระกูลพูนเจริญแห่งเมืองN ตระกูลเก่าแก่ทางด้านดนตรี คนในครอบครัวเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงหลายคน พู่หยกนั้นเป็นของธนธีเด็กที่ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ด้านดนตรีที่สูงมาก ถูกคนในตระกูลพูนเจริญให้ความสำคัญฝึกฝนเลี้ยงดูเรื่องนี้”
นรมนตะลึงงันไปชั่วครู่
“ตระกูลพูนเจริญแห่งเมืองNเหรอ นั่นอยู่ห่างไกลจากพวกเรามากเลยนะ”
บุริศร์ยิ้มขึ้นทันใด
“คุณคิดอะไรนะ หรือคิดว่ากมลของพวกเราจะแต่งงานกับธนธีจริงๆ เด็กๆเขาเล่นกันตามประสาใครจะไปจริงจังเล่า พรุ่งนี้ผมจะให้คนส่งคืนกลับไปให้ตระกูลพูนเจริญ”
“ใช่ๆๆ คืนกลับไป พู่หยกนั่นแพงเกินไป”
นรมนรีบพยักหน้า
ระหว่างที่ทั้งคู่สนทนานั้นได้ออกจากงานเลี้ยงแล้ว
บุริศร์ถามขึ้นอย่างอ่อนโยน“ไปทานอาหารที่ร้านไหนกันดี ผมจะได้โทรจองโต๊ะ”
“ที่ไหนก็ได้ แต่ว่าพวกเราจะไปหาเนตราไม่ใช่เหรอ”
นรมนแทบอยากจะเจอเนตราตอนนี้ใจจะขาด
ถึงแม้ว่าบาดแผลบนร่างกายจะตกสะเก็ดแล้ว แต่ก็ยังเจ็บอยู่
ความเจ็บปวดที่เนตราฝากไว้บนร่างกายของเธอ เธอย่อมต้องเอาคืนอย่างแน่นอน
บุริศร์เห็นเธอที่กระฟัดกระเฟียด ก็อดไม่ได้ที่จะใช้มือสัมผัสเข้าที่ใบหน้าของเธอ จากนั้นก็โทรศัพท์หาวินเซนต์
“เตรียมตัวสักหน่อย อีกสักครู่ผมจะพานรมนไปที่นั่น”
“ครับ เฮีย”
เมื่อวางสายโทรศัพท์ลง บุริศร์ก็โทรไปจองโต๊ะร้านอาหารสไตล์ตะวันตกร้านหนึ่ง
นรมนไม่ได้คัดค้านกับเรื่องนี้
สองคนที่ขึ้นรถแล้วขับตรงมาถึงหน้าประตูวิลล่าหลังหนึ่งที่อยู่เขตชานเมือง
นรมนมองดูที่นี่แล้วถามขึ้น“ที่นี่เป็นวิลล่าของคุณเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”
“ไม่ใช่ของผม เป็นของวินเซนต์”
บุริศร์อธิบาย
เป็นครั้งแรกที่นรมนได้ยินชื่อวินเซนต์ จึงอดไม่ได้ที่จะถาม “วินเซนต์คนนี้คือใครเหรอ”