ตอนที่ 1051
บทที่ 1051 คุณทำอะไรก็อร่อยหมด
October 31, 2026
วินเซนต์จากโรงพยาบาลไปแล้ว กานต์ก็จากไปแล้วเช่นกัน แต่ว่าตอนที่แยกย้ายกันที่หน้าประตูโรงพยาบาล วินเซนต์ปรายยตามองกานต์แวบหนึ่ง แล้วพูดเสียงต่ำๆ“ตอนนี้หนูทำงานในค่ายทหารเหรอ”
“ใช่ ดังนั้นคุณอย่าได้ให้ผมจับผิดคุณได้แล้วกัน”
กานต์พูดเบาๆ อารมณ์ที่ไม่ชัดเจนในแววตา
“เชี่ย!”
วินเซนต์สบถคำหยาบออกมา
“ผมเป็นเพื่อนที่แกร่งที่สุดของพ่อหนูนะ”
“อย่าพูดมั่ว แด๊ดดี้ผมเป็นนักธุรกิจที่ซื่อสัตย์ซื่อตรง จะเป็นเพื่อนคุณที่อยู่จอมฉวยโอกาสได้อย่างไร ไม่มีธุระอะไรก็อย่าเทียวไปเทียวมาหาสู่แด๊ดดี้ผม อย่ามาทำลายชื่อเสียงแด๊ดดี้ของผมให้ป่นปี้”
กานต์พูดจบก็ก้าวเท้าขึ้นรถไป
วินเซนต์โกรธจนอัดอั้นอยู่ในอก ขึ้นก็ไม่ได้ลงก็ไม่ได้
นี่มันเด็กเวรอะไรกัน
ให้ตายเหอะใจร้ายเหมือนบุริศร์ไม่มีผิด
นี่เขาลำบากตรากตรำเพื่อใครกัน
ตอนนี้กลับถูกเปิดโปงด้วยลูกชายของบุริศร์รึ
วินเซนต์มองตามทิศทางที่กานต์จากไปแล้วชูนิ้วก้อยขึ้นเชิงดูถูก
กานต์มองเห็นจากกระจกมองหลัง แล้วเปิดปากขึ้นเบาๆ
“นิสัยเด็กๆ”
ใบหน้าเล็กๆของเขายกรอยยิ้มขึ้น
นรมนไม่รู้เรื่องนี้เลย หวังเพียงแต่ให้โสธรจะสามารถนำหนังสือโบราณกลับมาได้
หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไป ป้องเดินเข็นบุริศร์ออกมา
“เป็นอย่างไรบ้าง”
นรมนรีบกระโจนเข้าไป
ป้องถอดหน้ากากออก พูดเบาๆ“ไม่เป็นอะไรแล้ว อาการกำเริบครั้งนี้ค่อนข้างอันตราย แต่ว่านี่เป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุไม่ใช่ที่ต้นเหตุ ผมเองก็ไม่มีวิธีที่ดีที่สุด ตอนนี้ทำได้แค่ควบคุมอารมณ์ของเขา อย่าให้ต้องเหนื่อยเพลียเกินไป พยายามทำให้จิตใจผ่อนคลาย”
“ค่ะ”
นรมนมองบุริศร์ด้วยความเป็นห่วง
สีหน้าของบุริศร์ได้กลับมาเป็นปกติ เมื่อเห็นนรมนเป็นเช่นนี้ก็รู้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองได้ทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมาก จึงรีบยิ้มแล้วพูดขึ้น “ผมไม่เป็นไร แค่นี้เอง”
“คุณหุบปาก”
นรมนจ้องเขาเขม็งตึง แต่ก็ก้าวไปข้างหน้าพยุงเขาด้วยความเป็นห่วง
“ พวกเราต้องพักที่โรงพยาบาลหรือเปล่า”
ป้องโบกมือปัดแล้วพูดว่า “ไม่ต้อง พักอยู่ที่โรงพยาบาลก็เปลืองเตียงผู้ป่วยเปล่าๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเขาได้”
“ ค่ะ”
ขณะที่นรมนพยุงบุริศร์เดินจากไปนั้น ฉับพลันป้องได้เอ่ยปากขึ้น“ พี่รอง อินทรีกลับมาแล้วหรอ”
“ อินทรีอะไร พี่ไม่รู้”
บุริศร์สีที่หน้าท่าทางมึนงง
ป้องจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างละเอียด เห็นแววตาของเขาที่แจ่มใสชัดเจน ในใจไม่เข้าใจจริงๆว่าเขานั้นไม่รู้จริงๆหรือว่าแกล้งไม่รู้
“ไม่เป็นไรครับ ถ้าหากว่าพี่รองเจออินทรี หวังว่าจะบอกกับเฮียสักคำ”
ป้องทิ้งประโยคนี้ไว้ บุริศร์พยักหน้าเบาๆ
“ไปกันเถอะ ผมยังรู้สึกเจ็บหัวนิดหน่อย”
นรมนรีบพยุงบุริศร์เดินออกจากโรงพยาบาลทหาร
“ อินทรีคือใครกัน”
“วินเซนต์”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนระวังตัวขึ้นทันใด
“ ป้องเห็นอะไรบางอย่างเหรอ”
“ ผมปวดเส้นประสาทขึ้นอย่างกะทันหัน วินเซนต์คงหลบไม่ทัน คุณส่งตำแหน่งไปให้เขา เมื่อเขามาถึงทางนี้ย่อมเห็นเป็นธรรมดา ตอนนั้นป้องก็เป็นทหารเช่นกัน ก็ย่อมจะเห็นถึงอะไรบางอย่าง”
บุริศร์คิ้วขมวดขึ้น
“อย่างนั้นทำอย่างไรดี”
นรมนรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมบุริศร์ถึงได้อยู่ด้วยกันกับจอมฉวยโอกาส แต่ว่าตอนนี้เป็นแบบนี้ไปแล้ว เธอไม่ต้องการให้ระหว่างป้องกับบุริศร์เกิดความบาดหมางกัน”
บุริศร์พูดเสียงเบาๆ“คงต้องให้เขาจากที่นี่ไปก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที”
“เขาจากไปแล้ว”
นรมนบอกเรื่องที่ตัวเองให้โสธรไปตามหาหนังสือโบราณกับบุริศร์
บุริศร์ถอนหายใจโล่งอก
“เป็นเช่นนี้ดีที่สุด”
ทั้งคู่สนทนากันแล้วก็ขึ้นรถไป
นรมนมีบางอย่างไม่ค่อยเข้าใจจึงได้ถามขึ้น “คุณกับวินเซนต์แท้ที่จริงแล้วยังไงกัน ฉันเห็นป้องดูโกรธมากเมื่อเอ่ยถึงอินทรีชื่อนี้”
บุริศร์ทอดถอนใจแล้วพูดขึ้น“อินทรีเคยเป็นนักบินที่เก่งที่สุดในค่ายทหาร เคยได้อันดับที่สองจากเข้าร่วมการแข่งขันทหารโลก อยู่ในกองกำลังพิเศษเดียวกันกับพวกเรา"
“วินเซนต์เป็นทหารกองกำลังพิเศษเหรอ”
นรมนรู้สึกประหลาดใจ