ตอนที่ 1053
บทที่ 1053 เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า
October 31, 2026
ทำไมรู้สึกว่าคุณดูยุ่งกว่าผมซะอีก”
พฤกษ์รู้สึกไม่อยากจะจากไปจึงโอบล้อมคมทิพย์ไว้ ตอนนี้อยากจะเป็นกษัตริย์ที่ไม่ต้องออกว่าราชการในท้องพระโรงจริงๆ
คมทิพย์ถูกเขาตามตื้อ จึงยิ้มแล้วใช้นิ้วมือแตะเข้าที่จมูกของเขา จากนั้นพูดขึ้น“ฝันเฟื่องไปเหอะคุณ คิดอยากเป็นฮ่องเต้รึ ทำไมเหรอ รังเกียจว่าฉันคนเดียวจะปรนนิบัติไม่ทั่วถึง จึงอยากมีสนมนางในไว้คอยปฏิบัติรับใช้ใช่ไหม”
“จะกล้าที่ไหนล่ะ มีคุณคนเดียวเป็นสนมเอกก็พอแล้ว”
คำอวยของพฤกษ์ใช้ได้ผลกับคมทิพย์มาก ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผู้หญิงนั้น หากถูกผู้ชายพูดจาหวานใส่ไม่กี่คำก็จะไปไม่ถูกแล้ว
“ช่างเหอะ ไม่เจ๊าะแจ๊ะคุณแล้ว เป็นโทรศัพท์จากริชาร์ด คิดว่าคงจะเร่งให้ฉันกลับไปอัดเพลง ทุกคนทุ่มเทกับอัลบั้มนี้มาก อยากให้ดังเป็นพลุแตก อีกทั้งเพิ่งเปิดตัวกับบริษัทภาพยนตร์โทรทัศน์ของนรมน จึงต้องทำคะแนนหน่อย อย่างอื่นฉันไม่สามารถช่วยเธอได้ แต่ว่าจุดนี้ฉันจะต้องพยายามให้ถึงที่สุด”
คมทิพย์มองพฤกษ์แล้วพูดอย่างตั้งใจ
พฤกษ์ย่อมรู้นิสัยของคมทิพย์ เมื่อตัดสินใจทำอะไรแล้วก็จะมุ่งมั่นทำอย่างตั้งใจอย่างสุดความสามารถ
“ครับ เมื่อเสร็จธุระและผ่านช่วงนี้ไปแล้ว พวกเราแต่งงานกันนะ ผมได้ยินมาว่าเจตต์นั้นจดทะเบียนสมรสแล้ว พวกเรายังตามหลังเขาอยู่เลย ให้ตายสิ”
เมื่อได้ยินพฤกษ์บ่น คมทิพย์อดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูดขึ้น “คุณจะไปเปรียบคนอื่นเรื่องนี้ทำไม”
“ทำไมจะไม่เปรียบล่ะ เขากับขวัญตาเพิ่งรู้จักกันไม่นานเอง เขาก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว คุณบอกซิว่าเรารู้จักกันนานแค่ไหนแล้ว ยังไงก็น่าจะลงเอยออกดอกออกผลได้แล้ว”
“ฝันไปเหอะ ยังไม่ได้ขอแต่งงานเลยจะให้ฉันแต่งกับคุณซะแล้ว ฉันไม่ใช่ขวัญตาสักหน่อย คุณรอไปก่อนแล้วกันนะ”
คมทิพย์ผลักเขาออกไป กระหยิ่มยิ้มย่องถือกระเป๋าเดินออกไป
“ผมไปส่งคุณ”
พฤกษ์รีบใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแล้วตามออกไป
บุริศร์ไม่รู้สถานการณ์ทางฝั่งนี้ของพฤกษ์ จึงโยนก้นบุหรี่ในมือทิ้งไป จากนั้นก็ขับรถไปซื้อเค้กกลับมาให้นรมน
หลังจากที่นรมนตื่นขึ้นจากการนอนงีบกลางวัน ก็ได้กลิ่นโชยของอาหาร
“ทำอะไรอ่ะ ทำไมหอมอย่างนี้”
เธอลงจากตึกก็เห็นบุริศร์กำลังดูหนังสือพิมพ์การเงิน จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
บุริศร์ยิ้มแล้วพับหนังสือพิมพ์ลง จากนั้นกล่าวขึ้น “ทำซุปเป็ดให้คุณน่ะ แต่ว่าต้องตั้งระดับความร้อนของไฟไว้ ทานตอนค่ำเหมาะสมกว่า”
“ซุปเป็ดเหรอ คุณไปซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเหรอ”
“ไปซื้อที่ตลาด”
บุริศร์ยิ้มเบาๆ นรมนชิดเข้าไปใกล้ ยื่นมือไปคล้องคอของเขาไว้ แล้วนั่งลงบนตักของเขาอย่างออดอ้อนออเซาะ จากนั้นพูดเจ๊าะแจ๊ะขึ้น “คุณดีกับฉันเช่นนี้ คุณบอกซิว่าจะให้ฉันตอบแทนคุณอย่างไร”
“อย่าก่อกวนสิ”
บุริศร์ดึงมือของเธอลง แต่กลับใจไม่แข็งพอที่จะดันเธอให้ลุกขึ้น
นรมนพูดจึงด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย “ยังไง เดี๋ยวนี้ไม่สามารถแตะเนื้อต้องตัวได้แล้วเหรอ ไม่ยอมให้ฉันนั่งบนตักคุณแล้วเหรอ”
“พูดอะไรกัน อะไรคือไม่สามารถแตะเนื้อต้องตัวได้ พูดจาเป็นหรือเปล่า นรมน คุณรอผมก่อนนะ รอให้ผมผ่านช่วงนี้ไปก่อนแล้วคอยดูว่าผมจะจัดการกับคุณอย่างไร”
“เชอะ”
นรมนปรายมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์
บุริศร์จึงหงุดหงิด
นี่ถือว่าเป็นเสือที่ตกลงที่ราบแล้วถูกสุนัขรังแกหรือเปล่า
“คุณรอดูผมแล้วกันนะ!”
“เหอะๆ”
หางตานรมนชำเลืองมอง ทันใดนั้นก็เห็นกล่องเค้กเข้า
“ซื้อให้ลูกสาวคุณเหรอ”
“ซื้อให้คุณ รีบทานสิ เดี๋ยวกมลกลับมาคุณอยากทานก็ไม่ได้ทานหรอก”
บุริศร์ยื่นมือไปหยิบเค้กให้กับนรมน
เมื่อมองดูบรรจุภัณฑ์บนกล่อง นรมนก็รู้สึกประหลาดใจแล้วพูดขึ้น“คุณตั้งใจขับรถไปซื้อเค้กสองชิ้นนี้กลับมาเหรอ”
“ก็ไม่ถึงกับตั้งใจหรอก คุณชอบทานเค้กเกาลัดนี้ไม่ใช่เหรอ”
บุริศร์ยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ว่านรมนกลับรู้สึกว่าได้ผล
อะไรเรียกว่าผู้ชาย
นี่ต่างหากที่เรียกว่าผู้ชาย
ถ้าบุริศร์รู้ว่าเค้กสองชิ้นนี้จะซื้อนรมนได้ ไม่รู้ว่าจิตใจจะคิดอย่างไร
นรมนหยิบเค้กขึ้นมาดู เป็นเค้กที่ตัวเองชอบทานจริงๆ เธอจึงไม่เกรงใจ ทานหมดในไม่กี่คำ ไม่มีความเป็นกุลสตรีสักนิดเดียว
บุริศร์มองเขาด้วยความรักเอ็นดู จากนั้นก็ยื่นน้ำอุ่นไปให้กับเธอ
“ทานอย่างรีบร้อนทำไมกัน ไม่มีใครแย่งทานสักหน่อย”
“นี่ก็กลัวว่าลูกสาวของคุณกลับมาไง เด็กเห็นแก่กินคนนั้นถ้าเห็นแล้วต้องทานแบบไม่เหลือแน่ๆ”
นรมนพลางพูดพลางทาน จนเกิดการสำลักขึ้น บุริศร์จึงรีบยื่นน้ำอุ่นไปให้
เธอดื่มน้ำเข้าไปหลายอึก จนลื่นคอ
“ค่อยๆทานสิ อีกนานกว่ากมลจะกลับมา”
บุริศร์ตบหลังของเธอด้วยความเป็นห่วง
นรมนรีบพูดขึ้น“คุณเบาๆหน่อย แผลของฉันยังไม่หายดีนะ”
“ก็เบาอยู่”
บุริศร์รีบขึ้น
ขณะที่นรมนยังอยากจะพูดอะไรนั้น คมทิพย์ได้โทรศัพท์เข้ามา
“นรมน ฉันกลับไปที่เมืองBแล้ว ทางนี้ต้องการรีบเร่งในการอัดเสียง ฉันได้ยินมาว่านักแสดงในบริษัทของคุณมีข่าวอื้อฉาว ตอนนี้ข่าวสงบลงหรือยัง”
นรมนถอนหายใจแล้วพูด “ยังเลย ทางพริมาน่าจะใกล้รวบรวมหลักฐานครบแล้วล่ะ ถึงเวลานั้นค่อยเชิญนักข่าวจัดงานแถลงชี้แจงขึ้นก็น่าจะดี"
“เธอยังนั่งเฉยอยู่ได้ ตอนนี้ระบบอินเตอร์กำลังจะล่มแล้ว มีแต่การดุด่าว่านักแสดงคนนั้น บอกว่าเธอนั้นจิตใจเหี้ยมโหด เธอรีบจัดการให้เร็วที่สุดเถอะ ไม่อย่างนั้นปล่อยไว้เดี๋ยวจะจัดการยากนะ ใช่แล้วเรื่องนี้มีคนชักใยอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า ถ้าไม่เช่นนั้นจะบังเอิญขนาดนั้นได้อย่างไร เพิ่งจะมาถึงบริษัทของพวกเราก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
คมทิพย์รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจ
นรมนพูดอย่างเฉยเมย“ไม่ว่าจะเป็นฝีมือใคร ฉันตอนนี้หากทหารมาก็จะใช้ขุนพลต้าน น้ำมาก็จะใช้ดินต้าน ไม่ว่าจะมาวิธีไหนก็สามารถรับมือได้หมด ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”
“เธอนี่ช่างคิดปลงได้จริงๆ”
“ไม่ปลงแล้วจะทำอะไรได้ จะให้ตีตนไปก่อนไข้เหรอ อีกอย่างการเปิดบริษัทย่อมต้องเคืองใจคนกลุ่มหนึ่งอยู่แล้ว ฉันเองก็ไม่สามารถที่จะป้องกันได้ทุกวัน อย่างนั้นสู้คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆดีกว่า”
การเป็นแม่พระของนรมนทำให้คมทิพย์หมดคำจะพูด
“โอเค เธอชนะแล้ว แค่นี้ก่อนนะ ฉันต้องรับไปทำธุระก่อน มีธุระติดต่อก็ติดต่อมานะ”
!