ตอนที่ 1054
บทที่ 1054 ใครอยากไว้หน้าพวกเขา
October 31, 2026
“พ่อมัน คุณเป็นอะไร”
แม่นรมนเห็นงามพลที่ใจแทบสลาย จึงอดไม่ได้กระตุกมุมเสื้อของเขาขึ้น
งามพลเพื่อเนตรายอมสละทุกอย่าง จุดนี้แม่นรมนรู้ดี แม้กระทั่งสละชื่อเสียงของเขาตัวเอง สละนรมน เพียงเพื่อทดแทนลูกสาวของตัวเอง แต่ว่าคำพูดของนางพยาบาลเมื่อสักครู่ราวกับสายฟ้าที่ฟาดตรงเข้าศีรษะของงามพล
ไม่ใช่ลูกแท้ๆ
จะไม่ใช่ลูกแท้ๆได้อย่างไร สมองของงามพลวกวนอยู่แต่คำถามนี้
“แม่มัน คุณยังจำเรื่องที่เจอใบตรวจผลดีเอ็นเอของเนตราได้ไหม”
ฉับพลันงามพลพลิกมือมาจับมือของแม่นรมนไว้ แรงจับนั้นทำให้แม่นรมนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น
“ใบตรวจผลดีเอ็นเอแผ่นนั้นคุณทำขึ้นมาใช่ไหม”
“อะไรคือผมเป็นคนทำเหรอ ตอนนั้นเนตราบอกว่าคุณเป็นนำไปตรวจ”
เมื่อคำพูดของงามพลเปล่งออกมา แม่นรมนก็ตะลึงนิ่งขึ้น
“ผมไม่เคยทำ ผมจะมีความสามารถนั้นได้อย่างไร”
จนวินาทีนี้พ่อแม่นรมนถึงรู้สึกตัวว่าถูกเนตราหลอกตั้งแต่แรก
“ไอ้หลอกลวง !ไอ้เลว! ฉันจะฆ่ามัน!”
งามพลตะโกนเบาๆพร้อมมุ่งเดินไปห้องผ่าตัด กลับถูกผู้คุมขังรั้งตัวไว้
“สงบหน่อย! ตอนนี้คุณไม่รู้ว่าเหรอว่าอยู่ในสถานะใด คิดจะทำอะไร”
คำพูดนี้ราวกับน้ำเย็นหนึ่งกะละมังที่ราดลงบนตัวของงามพล
ตอนนี้เขาคือนักโทษ!
เพื่อเนตราแล้ว เขาทุ่มเททำทุกอย่าง แม้แต่จะทำผิดต่อนรมนก็ตาม หรือแม้แต่เป็นการทำลายชื่อเสียงของตัวเองก็ยอม ตอนนี้แก่แล้วก็ยังยอมเข้าเรือนจำแทนเนตรา แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าเนตราไม่ใช่ลูกแท้ๆของเขา อย่างไรงามพลก็ไม่สามารถที่จะรับผลลัพธ์นี้ได้
“ผมจะไปหาเธอถามให้รู้เรื่อง! หรือว่าพวกเราทำการตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง”
งามพลไม่สนสถานะนักโทษของตัวเองอีกต่อไป คิดแค่อยากจะได้คำตอบที่ถูกต้อง
ตำรวจจะทำตามใจเขาไม่ได้ จึงจับเขาคุมตัวไว้บนเก้าอี้
“สงบหน่อย! ถ้าคุณยังทำเช่นนี้อีก ผมจะพาคุณกลับ”
แม่นรมนรีบขอร้อง
“คุณตำรวจ คุณเบามือหน่อย เขาใกล้จะหกสิบแล้ว ทนความทรมานแบบนี้ไม่ไหว”
เธออ้อนวอนร้องไห้คร่ำครวญ ทันใดนั้นสายตาเหลือบไปเห็นนรมน จึงกระโจนเข้ามาหา
บุริศร์จึงกันตัวนรมนไว้ด้านหลัง
“คุณจะทำอะไร”
น้ำเสียงของเขาที่เย็นชา ไม่โกรธแต่ทรงพลัง
แม่นรมนตอนนี้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
เธอทำไมถึงผลักใสไล่ส่งลูกสาวที่เลี้ยงมากว่ายี่สิบปีเพื่อคนที่ไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของตัวเอง
แม่นรมนคุกเข่าลงดังตุบให้กับนรมน
นรมน แม่ขอร้องหนูล่ะ ข้อร้องให้สงเคราะห์คำขอของพ่อของหนูด้วยเถอะ พวกเราไม่ขออะไรอย่างอื่น ขอแค่ทำการตรวจดีเอ็นเอเท่านั้น ทำที่นี่เลย แม่รู้ว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาลทหาร เป็นโรงพยาบาลที่มีอำนาจ อีกทั้งผู้อำนวยการของโรงพยาบาลนี้ มีความสำพันธ์ที่ดีกับพวกเธอสองสามีภรรยา ขอเพียงแค่พวกเธอเอ่ยปาก พวกเขาจะต้องตรวจตรงไปตรงมาอย่างแน่นอน”
นรมนน้ำตาซึม
ฉากนี้ช่างเป็นอะไรที่น่าขำมาก
ก่อนหน้านี้ไม่นานสองสามีภรรยาคู่นี้ยังต้องการให้เธอตายโดยที่ไม่สนใจดูดำดูดี ตอนนี้ตอนจบกลับกลายมาเป็นเช่นนี้
นรมนไม่ได้พูดอะไร ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรจริงๆ
ความสัมพันธ์ทางสายเลือดสำคัญขนาดนั้นหรือ
เธอค่อนข้างไม่เข้าใจ
บุริศร์พูดด้วยความเย็นชา “ตรงไปตรงมา?” สี่คำนี้พวกคุณมีสิทธิ์พูดด้วยเหรอ พวกคุณไม่กลัวผู้อำนวยการโรงพยาบาลเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่ดีของพวกเราแล้วทำการเปลี่ยนผลของการตรวจเหรอ ใช่ไม่ใช่ลูกสาวของตัวเอง ตัวเองจะไม่รู้สักนิดเลยเหรอ หรือถ้าไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของตัวเอง พวกคุณก็จะไม่ช่วยเนตราอย่างนั้นใช่ไหม พวกคุณเลี้ยงดูนรมนมายี่สิบกว่าปี สุดท้ายก็ถูกผลักไสออกนอกบ้านเพียงเพราะใบผลตรวจดีเอ็นเอใบเดียว ตอนนี้กลับมานึกขึ้นได้ว่ายังมีลูกสาวคนนี้ ผมนั้นรู้สึกสมเพชพวกคุณจริงๆ หรือว่าความสัมพันธ์ทางครอบครัวในสายตาพวกคุณ เมื่อมีประโยชน์ถึงจะเป็นลูกสาว พอหมดประโยชน์คือศัตรูอย่างนั้นเหรอ”
แม่นรมนถูกคำพูดของบุริศร์เสียดสีแดกดันจนหน้าแดงก่ำ
“อย่าไปขอร้องเธอ”
งามพลกลับสู่ภาวะที่สงบ ค่อยๆเอ่ยปากพูดขึ้น
เขามองนรมนด้วยสายตาที่เย็นชา
“พวกเราเลี้ยงเธอมายี่สิบปีกว่า เธอทำอะไรเพื่อพวกเราบ้าง ต่อให้ไม่ใช่เพื่อเนตรา หลังจากที่เธอได้เป็นคุณนายบุริศร์แล้วเธอเคยให้อะไรพวกเราสองคนบ้าง อย่าโทษที่พวกเราตามหาลูกสาวแท้ๆ ลูกของคนอื่นอย่างไรก็ใช้ไม่ได้ ตอนนี้เธอสนิทกับตระกูลทวีทรัพย์ธาดาไม่ใช่เหรอ พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงอย่างพวกเราจะเทียบอะไรได้ ผมยังจำไม่ลืมว่าที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำนี้ใครเป็นผู้มอบให้”
“คุณนี่ช่างตลกจริงๆ หรือว่าการที่คุณดุด่าตบตีจะฆ่าเธอนั้น เธอยังต้องกล่าวขอบคุณระลึกบุญคุณพวกคุณอย่างนั้นเหรอ นรมนทำไมถึงส่งคุณเข้าไป ไม่รู้ตัวเองเลยเหรอ หึ ตอนนี้มาบอกว่านรมนไม่ดี หลังจากแต่งงานแล้วนรมนก็ไม่เคยให้อะไรพวกคุณ ตอนที่นรมนแต่งงานนั้นพวกคุณเคยให้อะไรกับนรมนบ้าง แม้แต่เงินค่าชุดแต่งงานสักบาทก็ไม่มี ใช่ การที่นรมนชอบผมนั้นเป็นเรื่องของเธอ แต่ว่านรมนในตอนนั้นยังเป็นลูกสาวของพวกคุณ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอนั้นไม่ใช่ลูกแท้ๆของพวกคุณ พวกคุณเองก็คงไม่รู้เช่นกัน อย่างนั้นตอนที่นรมนแต่งงานพวกคุณได้ให้อะไรกับเธอ ตอนนั้นคุณธรรมบารมีตระกูลธนาศักดิ์ธนสูงส่ง แต่ว่านรมนนอกจากพกแต่ตัวมาบ้านตระกูลโตเล็กแล้ว ก็ไม่ได้พกเงินตระกูลธนาศักดิ์ธนของพวกคุณมาแม้แต่บาทเดียว คุณมีหน้ามาขอให้นรมนให้ของแก่พวกคุณอีกเหรอ!”
บุริศร์เกิดอาการโมโห คำพูดที่เปล่งออกมาจึงไม่ค่อยมีความเกรงใจ
นรมนฟังคำพูดทั้งหมดของงามพลอยู่หลังบุริศร์ แม้แต่แรงโกรธก็ไม่มีแล้ว
เธอรู้สึกว่าความคิดของคนคนหนึ่งถ้าเกิดความเอนเอียงแล้ว ไม่ว่าคุณจะมีเหตุผลมากเพียงใด เขาก็ไม่มีทางที่จะรับฟังความเห็นต่างๆแล้ว
ตั้งแต่ที่เธอแต่งงานกับบุริศร์ พ่อแม่ก็เริ่มไม่พอใจในตัวเองแล้ว แต่ว่าในตอนนั้นตัวเองยังเป็นลูกของพวกเขา พวกเขาไม่รู้ว่านรมนนั้นไม่ใช่ลูกแท้ๆ ดังนั้นจึงได้แต่อดทนอดกลั้นเอาไว้ แต่ว่าในใจนั้นกลับมีคำดุด่าอยู่ไม่น้อย
ตอนที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านตระกูลโตเล็กนั้น นรมนมีแต่ตัว เพราะด้วยความเต็มใจของตัวเอง ต่อให้บุริศร์นั้นจะไม่สนใจตัวเองก็ตาม เธอก็จะทำให้ดีที่สุด แม้นต้องปรนนิบัติคนแก่เด็กเล็กแดงของตระกูลโตเล็กก็ตาม ตอนนั้นพ่อแม่นรมนเคยถามสักคำบ้างไหม