ตอนที่ 1055
บทที่ 1055 ให้ตายเหอะ
October 31, 2026
"ไปกันเถอะ."
นรมนรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อไปอีก
ภาพฉากตลกนี้ได้จบไปแล้ว ตอนจบลงเอยอย่างไรได้ชัดเจนแล้ว
บุริศร์มองดูท่าทางเธอที่อ่อนเพลีย จึงถามขึ้นเบาๆ“ไม่คิดจะช่วยเนตราหน่อยเหรอ”
นรมนจ้องเเขาเขม็งแล้วพูดขึ้น“คิดว่าฉันเป็นพระแม่มารีหรือไง เธอแทบอยากจะฆ่าฉันให้ตาย ฉันจะช่วยเธออีกเหรอ ฉันส่งเธอมารับการรักษาในฐานะมนุษยธรรมแล้ว ค่ารักษาของเธอฉันเป็นคนออก สำหรับเรื่องอื่น ฉันจนปัญญา คงจะไม่ใช่ให้ฉันบริจาคไตให้กับเธอนะ อาการบาดเจ็บที่หลังของฉันยังไม่หายดีเลย”
บุริศร์ยิ้มขึ้นทันใด
“ผมคิดว่าคุณจะจิตใจดี”
“อย่างนั้นก็ต้องดูเป็นใคร อีกอย่างเรื่องนี้เกินความสามารถของฉันจริงๆ ไปกันเถิด”
นรมนคล้องแขนของบุริศร์แล้วทำท่าจะจากไป กลับถูกแม่นรมนรั้งไว้
“นรมน หนูดูสิ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความเข้าใจผิด แม่กับพ่อของหนูก็ถูกเนตราสารเลวนั่นหลอก หนูอย่าถือโทษโกรธเคืองพวกเราเลยนะ ความสัมพันธ์ในเมืองชลธีของบุริศร์นั้นแน่นแฟ้นมาก พ่อของหนูอายุก็ปูนนี้แล้ว หนูให้คนช่วยเขาออกมาทีเถอะ อย่างน้อยก็เคยเป็นพ่อลูกกันไม่ใช่เหรอ”
นรมนเคยเห็นคนหน้าด้าน แต่ไม่เคยเห็นหน้าด้านขนาดนี้
“สองสามวันก่อนที่ท่านอยากจะฆ่าฉันนั้นทำไมถึงจำไม่ได้ว่าอย่างน้อยพวกเราก็เคยเป็นแม่ลูกกันล่ะ”
นรมนสะบัดแม่นรมนทิ้ง จากนั้นก็ยกเท้าก้าวเดิน
ถ้าอยู่ต่อไปมีหวังหงุดหงิดตาย
บุริศร์แค่ส่งสายตา ก็มีบอดี้การ์ดเข้ามาจับตัวคุณท่านคุณนายตระกูลธนาศักดิ์ธนไว้
เขาโอบเอวบางของนรมนแล้วพูดอย่างอ่อนโยน“อย่าไปโมโหคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกับเรา มันไม่คุ้ม”
“ฉันไม่ได้โมโห แค่รู้สึกเหนื่อยและเมื่อยเท่านั้นเอง คุณว่าความรักของพ่อแม่จะต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเหรอ คุณดูคู่สามีภรรยาของป้องที่มีต่อปวีราสิ แทบจะรักเธอเข้ากระดูกแล้ว ทำไมคุณท่านคุณนายตระกูลธนาศักดิ์ธนถึงไม่มีหัวใจแบบนี้บ้าง ความจริงจะใช่หรือไม่ใช่ลูกแท้ๆของตัวเองก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ขอเพียงมีวาสนาต่อกัน ทุกคนก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้ไม่ใช่เหรอ”
“คนเรานั้นต่างกัน คุณอย่าคิดมากเลย ดูภาพฉากละครไปหนึ่งตอนคงเหนื่อยแล้วสินะ ปะผมจะพาคุณออกไปเดินเล่น”
บุริศร์เห็นภรรยาอารมณ์ไม่ค่อยดี จึงอดไม่ได้ที่จะหาวิธีทำให้เธอมีความสุข
นรมนกลับพูดอย่างไม่มีอารมณ์ “ไม่มีที่ที่อยากจะไป ฉันอยากไปหาลูกชายที่ค่ายทหาร ไปได้ไหม”
บุริศร์รู้สึกว่าภรรยานั้นตั้งใจทำให้เขาลำบากใจ
“เขตทหารเป็นสถานที่กวดขัน ตอนนี้ผมเองก็ไม่ได้กลับ แน่นอนว่าต้องเข้าไปไม่ได้อยู่”
พูดอย่างกับว่าถ้าคุณกลับแล้วฉันจะสามารถเข้าได้อย่างนั้นแหละ กฎระเบียบค่ายทหารฉันเข้าใจดี”
ท่าทางนรมนที่กระปลกกระเปลี้ยทำให้เขารู้สึกกังวลเล็กน้อย
“หรือผมพาคุณไปยิงปืนสักสองสามนัดที่สโมสรยิงปืนดี”
คำแนะนำของบุริศร์ทำให้นรมนเกิดความสนใจ
“สโมสรยิงปืนเหรอ เมืองชลธีมีสโมสรยิงปืนแบบนี้ด้วยเหรอ”
ตอนนั้นเพราะกานต์ถูกคุมตัวอยู่ในสโมสรยิงปืนจนเกือบจะเกิดเรื่องขึ้น บุริศร์จึงสั่งปิดสโมสรยิงปืนทั้งหมดในเมืองชลธี ตอนนี้ได้ยินบุริศร์พูดเช่นนี้ นรมนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
บุริศร์ยิ้มแล้วพูด“ผมรู้ว่าคุณชอบไง ก็ย่อมเก็บไว้หนึ่งสโมสรอยู่แล้ว ถูกผมซื้อไว้แล้ว คนที่อยู่ด้านในล้วนเป็นคนกันเอง คุณวางใจได้ ไม่เกิดอะไรขึ้นอย่างแน่นอน”
นรมนมองบุริศร์ ไม่รู้ว่าเขาแอบทำอะไรมากมายขนาดนี้ ตอนนี้รู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย และได้ซัดความหงุดหงิดเมื่อสักครู่ลงไปไม่น้อย
“ก็ได้ เห็นแก่หน้าคุณ ไปสนุกกัน”
“ขอบคุณภรรยาที่เห็นแก่หน้าครับ ไปกันเถอะ”
บุริศร์เห็นเธออารมณ์ดีขึ้นจึงได้ถอนหายใจออกมา
เมื่อทั้งคู่ขึ้นรถไปแล้วนรมนก็ถามขึ้นฉับพลัน “คำพูดของกล้าณรงค์คุณได้อัดเสียงไว้แล้วใช่ไหม”
“อัดไว้แล้ว ถึงแม้เคยคิดว่าไตวายฉับพลันของเนตราไม่น่าจะเกิดขึ้นกะทันหัน แต่คิดไม่ถึงว่ากล้าณรงค์จะเผยข้อมูลออกมา ผมต้องอัดเสียงไว้อยู่แล้ว นี่เป็นหลักฐานเลยเชียวนะ”
บุริศร์พลางพูดพลางยิ้ม
นรมนจึงหยุดหัวข้อนี้ขึ้น สำหรับผลลัพธ์ของเนตรานั้นจะเป็นอย่างไร เธอไม่ได้สนใจอีกแล้ว
สำหรับเธอเนตราถูกทรยศทอดทิ้งแบบนี้ถือว่าเป็นการลงโทษแล้ว
ความแค้นระหว่างพวกเธอนั้นจบสิ้นกัน
ทั้งคู่ขับรถไปที่สโมสรยิงปืน
สโมสรตั้งอยู่ในเขตชานเมือง ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวาง ดูดีมาก ทำให้คนเห็นรู้สึกผ่อนคลายมีความสุข
“ใช้ได้ สภาพแวดล้อมแบบนี้ดีสุดๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นสนามยิงปืนจริงๆ”
“แน่นอน ผมสร้างตามแบบสนามฝึกยิงปืนของค่ายทหารเลยนะ”
บุริศร์อธิบายด้วยความภาคภูมิใจ
“ดูคุณดีใจเข้าซิ”
นรมนปรายตามองเขา ยิ้มแล้วพูด “มาประลองกัน”
“เอาสิ ยากนักที่ภรรยาจะมีกะจิตกะใจ ผมขอน้อมถวายชีวิตเพื่อภรรยา”
บุริศร์เองก็อยากประลองเช่นกัน
ทั้งคู่สวมชุดอุปกรณ์ความปลอดภัยเสร็จสรรพ ก็หยิบปืนแล้วเข้าไปในสนามยิงปืน
นรมนเริ่มก่อน ได้เก้าคะแนน
บุริศร์เห็นสีหน้าที่ค่อนข้างแย่ของนรมน จึงครุ่นคิดแล้วยิงที่แปดคะแนน
“อ้าวคุณชายบุริศร์เป็นอะไรไป ไม่ใช่เกิดในค่ายทหารเหรอ ทำไมยังสู้มือสมัครเล่นอย่างฉันไม่ได้”
นรมนพูดจาอวดเบ่ง
บุริศร์วางปืนลงข้างๆแล้วพูดเบาๆ“ไม่ได้ฝึกซ้อมนาน ก็เลยรู้สึกไม่ชิน”
“เหรอ งั้นลองอีกที”
“เอาสิ”
สองสามีภรรยาเกิดแรงฮึกเหิมขึ้น
เวลาทั้งช่วงบ่ายได้ใช้อยู่ในสโมสร แต่ทว่าบุริศร์นั้นแต่ละครั้งมักจะได้คะแนนน้อยกว่านรมนหนึ่งคะแนน
หากนรมนยังดูไม่ออกว่าบุริศร์นั้นอ่อนข้อให้กับเธอ อย่างนั้นก็คงจะฉลาดน้อยแล้วจริงๆ
เธอนั่งพักอยู่เก้าอี้ข้างๆ แล้วถอนหายใจพูดขึ้น“คุณบอกไม่ใช่เหรอว่าตอนฝึกซ้อมหากอ่อนข้อให้จะเป็นการทำร้ายฉัน นี่คุณชายบุริศร์เป็นอะไรไป”
บุริศร์วางปืนลงแล้วนั่งเขยิบเข้ามาแล้วจับมือของเธอวางไว้ที่มือของตัวเอง จากนั้นนวดเบาๆ
นรมนรู้สึกผ่อนคลายลงมาก
“ฝึกซ้อมส่วนฝึกซ้อม ตอนนี้เป็นการเล่นเป็นเพื่อนคุณ อย่างไรก็ต้องยอมอ่อนให้ภรรยามีความสุขไม่ใช่เหรอ”
“อ้าว ลำบากคุณชายบุริศร์แล้ว”
ถึงแม้นรมนจะพูดเช่นนี้ แต่มุมปากนั้นยกขึ้น
มีผู้หญิงที่ไหนที่ไม่ชอบให้สามีตามใจ
เธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดาเช่นกัน
“เล่นต่ออีกไหม”
บุริศร์ถามขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่น
“ไม่เล่นแล้ว ถูกคุณอ่อนข้อให้ตลอด เล่นไปก็ไม่สนุก ตุ๋นซุปเป็ดไว้ไม่ใช่เหรอ กลับบ้าน!ทานซุปกัน!”