ตอนที่ 1057
บทที่ 1057 ร้องขอชีวิต
October 31, 2026
“คุณจะทำอะไร?”
นรมนมองบุริศร์ด้วยสายตาแวววาว
ทันใดนั้นบุริศร์ก็คิดขึ้นได้ว่านรมนอาจจะเข้าใจผิด เขาจึงรีบพูดขึ้นด้วยความเขินอาย“ไม่ต้องกวนแล้ว พูดเรื่องที่ต้องการจะพูดมา”
“เรื่องอะไร?”
ในตอนนี้นรมนถึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาเพื่อจุดประสงค์อะไร
“เออ ใช่ เรื่องบริษัทของฉัน”
นรมนพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจทันที
“พริมาไม่ใช่คนของคุณเหรอ? ความสามารถในการทำงานก็น่าจะใช้ได้ ทำไมตอนนี้ถึงปิดเงียบไม่ยอมทำอะไรเลย? หรือว่ามีเรื่องอะไรที่ปิดบังไว้ใช่ไหม?”
นรมนดูไม่ตงิดใจในเรื่องความสามารถของพริมาเลยสักนิด ตอนนี้สิ่งที่น่ากังวลคือคนที่จงใจเล่นงานบุริศร์ ถ้าหากเป็นแบบนั้น นรมนไม่มีทางรับปาก
บุริศร์เห็นท่าทางเธอดูร้อนใจ ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้“ก็แค่เกิดปัญหานิดหน่อย แต่ว่าเธอวางใจได้ ฉันจัดการได้ กินข้าวเช้ามาหรือยัง?”
“นี่มันเวลาไหนแล้ว ยังจะมีอารมณ์มาห่วงข้าวเช้าอีกเหรอ?”
นรมนรู้สึกว่าสองของบุริศร์น่าจะมีปัญหา
บุริศร์รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรไปหาเลขาทันที
“ไปที่ร้านอาหารแล้วสั่งข้าวมาให้คุณนายชุดหนึ่ง”
หลังจากวางสาย บุริศร์ถึงได้ยิ้มออกมาแล้วพูดขึ้น“ไม่ว่าจะเป็นตอนไหน ร่างกายของเธอสำคัญที่สุด ไม่กินข้าวเช้ามันไม่ดีต่อกระเพาะ”
“ตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว อีกอย่างเรื่องบริษัทของฉัน........”
“มีฉันอยู่ เธอควรจะกินข้าว”
บุริศร์จงใจพูดตัดนรมนไม่ให้พูดต่อ
สำหรับการไล่ตามทั้งชีวิตของนรมนก็คือบุริศร์ แต่กลับไม่นึกว่าผู้ชายคนนี้จะมอบความสบายใจให้เธอ
ความร้อนใจของเธอจึงค่อยๆ หายไป
ไม่นานเลขาก็เอาอาหารเข้ามา
ที่จริงนรมนไม่ได้รู้สึกหิวเลย แต่ว่าในเมื่ออยู่ภายใต้สายตาของบุริศร์ เธอจึงจำเป็นต้องกินเข้าไป
เธอพูดไปกินไป“เรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”
“กินเสร็จค่อยพูด”
บุริศร์พูดออกมาด้วยท่าทางจริงจัง
เจอเข้ากับสามีที่เข้าใจตัวเองแบบนี้ นรมนยังจะพูดอะไรได้อีก?
เธอจึงทำได้แค่กินข้าวเช้าให้หมด บุริศร์จึงส่งนมร้อนมาให้แก้วหนึ่ง เธอขมวดคิ้วมอง แต่ก็ยังดื่มเข้าไปอยู่ดี
พอเห็นว่านรมนกินข้าวเช้าแล้ว บุริศร์ถึงได้พูดขึ้นด้วยเสียงโทนต่ำ“ที่จริงก็ไม่ได้มีอะไรมาก ก็แค่การแข่งขันระหว่างคนในสายเดียวกัน”
“อย่ามาหลอกฉัน ถ้าหากเป็นการแข่งขันในสายเดียวกัน ไม่มีทางที่พริมาจะจัดการไม่ได้ ฉันไม่เชื่อว่าคุณจะเลือกคนไม่มีความสามารถให้ฉัน”
นรมนเป็นคนไม่สับสนเลยสักนิด
บุริศร์หัวเราะออกมาทันที“เธอก็แค่ยกให้ฉันเป็นคนจัดการไม่ได้เหรอ?”
“บริษัทของฉันทำไมต้องยกให้คุณจัดการ? คุณบุริศร์ ฉันคือประธานนรมน ก็ต้องเป็นคนเดียวที่เผชิญหน้า คุณจะเลี้ยงฉันเป็นเด็กจนแก่เลยเหรอ?”
“แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ ขอแค่เธอยินยอม”
“ฉันไม่ยินยอม”
นรมนปฏิเสธออกมาทันที
เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้เธอรู้ดี เป็นผู้หญิงไม่ควรจะพึ่งเอาแต่พึ่งผู้ชายฝ่ายเดียว เป็นคนก็ต้องมีช่วงที่เหนื่อยเป็น ถ้าหากว่าบุริศร์เกิดเหนื่อยขึ้นมา แล้วศัตรูใช้โอกาสนั้นโจมตีจะทำยังไง?
พวกเขายังมีลูกอีกตั้งสามคน
พอคิดถึงจุดนี้ นรมนก็ต้องบังคับตัวเองให้ยืนหยัดไว้
สิ่งที่นางต้องการไม่ใช่การหลบอยู่หลังบุริศร์ แต่เป็นการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปพร้อมกับเขาทั้งชีวิต
บุริศร์เห็นท่าทางแน่วแน่ของนรมนแบบนั้น ถึงได้ถอนหายใจแล้วพูดขึ้น “นรมน บางครั้งเธอก็ออกงานไม่สะดวก”
“ยังมีอะไรที่ฉันไม่สะดวกงั้นเหรอ? เรื่องการเลี้ยงดูพ่อแม่ฉันก็จัดการเองทุกอย่าง ยังมีอะไรที่ฉันไม่สามารถรับได้อีกเหรอ? ตกลงว่าเป็นใคร?”
“ชาวี”
ตอนที่บุริศร์พูดชื่อคนนี้ออกมา นรมนทำหน้าอึ้งไปชั่วขณะ แถมในสมองครึ่งซีกก็ยังนึกไม่ออกว่าคนนี้เป็นใคร
พอเห็นท่าทางเธอแบบนั้น บุริศร์ก็หัวเราะออกมาทันที
“พ่อของตุลยา ชายคนรักของแม่เธอที่อยู่ต่างประเทศคนนั้น”
พอพูดออกมาแบบนี้นรมนก็พอจะนึกออกแล้ว
เธอขมวดคิ้วครุ่นคิด
“หมายความว่ายังไง? เขาช่วยลูกสาวตัวเองแก้แค้นเหรอ?นี่มันก็ผ่านมานานแค่ไหนแล้ว ถึงได้นึกอยากจะขอความเป็นธรรมให้กับตุลยา? ”
สิ่งที่นรมนนึกออกก็คือความแค้นของตัวเองกับตุลยาสมัยก่อน
บุริศร์กลับส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น “ไม่ใช่ น่าจะเป็นเพราะเรื่องที่แม่เธอเสีย เขาคงจะคิดว่าเป็นเธอที่ทำร้ายแม่จนต้องตาย ที่จริงก็เหมือนการเปลี่ยนเรื่องอะไรแบบนั้น พอคิมตายไป เขาก็เพียงต้องการหาคนที่จะเกลียดให้ได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็อยู่ต่อไปไม่ได้ ก็เหมือนเป็นการปรับทุกข์ตัวเองเพื่อความรักที่มีมาหลายปี”
“ที่จริงก็เพราะเกิดจากการที่ตัวเองรักแต่ไม่ได้ครอบครอง จึงมาลงกับคนอื่น ช่างเป็นคนอ่อนต่อโลกจริงๆ”
นรมนรู้สึกไม่ค่อยชอบถูกชาวี
ครั้งก่อนเรื่องของอิงฟ้า ชาวีก็เป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง พวกเขายังไม่ทันได้เล่นงานชาวีเลย เพียงแค่จัดการกับน้องชายของชาวีเท่านั้น แต่ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะหันกลับมาแว้งกัดตัวเองเร็วขนาดนี้
พอรู้ว่าอีกฝั่งเป็นใคร นรมนก็ดูจะสบายใจขึ้นมาก
“ณัจยาเป็นคนของชาวีเหรอ?”
“ไม่ใช่ ณัจยาเป็นเพียงศิลปินคนหนึ่ง แต่ก็ถือว่าเป็นคนโชคไม่ดี ที่ต้องมาเจอกับพ่อแม่ที่โลภมากแบบนี้ และยังมีน้องชายที่ไม่ได้เรื่องอีก
ครอบครัวของพวกเขาเหมือนกับปลิงเลย อีกนิดเดียวก็จะสูบเลือดณัจยาหมดตัวแล้ว เรื่องนี้คนในวงการน่าจะพอรู้กันอยู่ เพียงแค่เธอเปิดบริษัทใหม่ ยังเชื่อใจใครไม่ได้ ตอนที่เซ็นสัญญายังไม่ได้ตรวจสอบให้ดี ในส่วนนี้พริมาเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ ดังนั้นครั้งนี้ชาวีถึงได้ซื้อใจพ่อของณัจยาได้ และยังบอกพวกเขาว่า ณัจยาได้รับบทบาทนางเองด้วย ทำเงินได้มากมาย ดังนั้นถึงได้เกิดเรื่องนี้ขึ้น”
บุริศร์เล่าเรื่องทั้งหมด
นรมนเองก็ขมวดคิ้วคิดตาม
“ฉันได้บอกให้พริมาออกไปหาหลักฐานแล้ว และพริมาเองก็บอกว่า ได้หลักฐานมาแล้ว พวกเราสามารถเปิดการแถลงข่าวกับนักข่าวและเปิดโปงณัจยาจนถึงที่สุดได้แน่นอน”