ตอนที่ 1059
บทที่ 1059 บุริศร์โมโหแล้ว
October 31, 2026
และประโยคนี้ก็ทำให้นรมนขมวดคิ้วแน่นทันที
เจ้าเด็กหมีคนนี้ ช่างทำให้ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ
“บุริศร์ไม่ได้อยู่ด้วยเหรอ? เขามองดูโดยไม่ทำอะไรงั้นเหรอ?”
คำพูดของนรมนทำให้โตษิณเหมือนจะร้องไห้ออกมา
“คุณหนูนรมน อย่าพูดถึงเลย ประธานบุริศร์ให้กำลังใจกมลอยู่ด้านข้าง”
ประโยคนี้ของโตษิณทำเอานรมนอึ้งไปทันที
ให้กำลังใจเหรอ?
บุริศร์สนับสนุนให้กมลใช้กำลังเหรอ?
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
นรมนหมอบครู่หนึ่งแล้วลุกขึ้น
คุณท่านตนุวรรีบพูดขึ้นทันที“นรมน เด็กคนนี้ยังเล็ก มีอะไรก็ต้องพูดกันดีๆ อย่าได้ลงไม้ลงมือเลยเข้าใจไหม? อีกอย่าง ลูกหลานตระกูลเราไม่มีทางทำอะไรใครก่อน ต้องเป็นเพราะคนอื่นทำไม่ถูก”
“คุณตา”
นรมนพูดอะไรไม่ออกทันที
ตอนนี้คุณตากำลังเขาข้างลูกหลานตัวเอง
ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นก็บอกว่าเป็นความผิดคนอื่นแล้วเหรอ?
“คุณตาไม่ต้องไปหรอกนะ ให้ผู้ใหญ่มาดูเด็กตีกัน มันดูไม่ค่อยดี โตษิณ อยู่เป็นเพื่อนคุณตาที่นี่”
นรมนพึ่งจะพูดจบ โตษิณก็รีบตอบรับทันที จึงโดนคุณท่านตนุวรมองด้วยสายตาเขม่น แล้วรีบออกไปทันที
“กลัวอะไร ตอนนี้คุณตาก็เป็นแค่เสือกระดาษเท่านั้น”
นรมนลูบไหล่โตษิณ แล้วรีบเดินออกไปทันที
ยังไม่ทันจะออกมาจากประตูนรมนก็ได้ยินเสียงร้องของกมลดังขึ้น
“ไม่ลงมือกับแกแกก็ไม่รู้ว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ”
นรมนขมวดคิ้วเข้าหากันทันที
นี่คือกมล ของพวกเขาเหรอ?
ทำไมรู้สึกว่าคล้ายกับไอรา!
บุคลิก เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่กมลแน่นอน
แม้ว่าจะคิดได้แบบนี้ แต่ว่านรมนก็ยังเดินออกไปอย่างเร่งรีบ
ด้านนอกมีคนล้อมสองสามคน ดนัยกับเวธนีก็อยู่ พวกเขาไม่ได้ลงมืออะไร และนอกจากนั้นก็ยังมีเด็กใหญ่อีกสองสามคน มีทั้งอายุมากและอายุน้อย มากหน่อยก็เจ็ดถึงแปดขวบ ถ้าอายุน้อยก็ราวรุ่นเดียวกับกมล
และในตอนนี้กมลเองก็อยู่บนหลังของเด็กผู้ชายอายุเจ็ดแปดขวบที่ทั้งชกทั้งเตะ
เหตุการณ์นี้เป็นที่ดึงดูดสายตามาก
นรมนกำลังจะเข้าไป ก็พลางมองเห็นบุริศร์ที่อยู่ข้างๆ เขากอดอกมองอยู่นิ่งๆ แม้จะช้าไปนิด แต่ว่าดูจากบรรยากาศที่เยือกเย็นแบบนั้นแล้ว
บุริศร์โมโหแล้ว!
นรมนมั่นใจในเรื่องนี้มาก
กมลก็กำลังจัดการ ก็พลันได้ยินเสียงบุริศร์พูดขึ้น“ตีลงไปที่หน้าอก และก็ตรงก้น หัวเข่าก็ตีได้”
นรมนเป่าปากทันที
บุริศร์ก็ดูจะนิสัยไม่ดีเลย ที่สอนให้กมลตีตรงที่มองไม่เห็น
เธอจึงเดินเข้าไป
แม้ว่าบุริศร์จะเป็นคนตามใจลูก แต่ไม่น่าจะถึงขนาดนี้ ในเมื่อบุริศร์อยู่ที่นี่ แล้วยังยอมให้กมลลงไม้ลงมือ อย่างนั้นแสดงว่ากมลต้องมีเหตุผล
แต่ว่านรมนรู้สึกอยากรู้แล้ว ว่าเรื่องอะไรถึงทำให้กมลโมโหขนาดนี้
บุริศร์เห็นว่าเธอมาแล้ว เขาก็ไม่พูดอะไร เพียงแค่สยบสายตาอาฆาตลงนิดหน่อย
กมลเริ่มเหนื่อยแล้ว พอเห็นนรมนมา ก็ชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ว่าก็ไม่ได้ยอมหยุดตี และสุดท้ายก็จัดการอัดไปที่ตูดของฝั่งตรงข้ามไปหนึ่งที
ในที่สุดแม่ของเด็กคนนั้นก็ตามมาถึง
“พวกแกทำอะไร? รีบปล่อยลูกชายฉันเดี๋ยวนี้! มีที่ไหนเป็นผู้หญิงแท้ๆ กลับหน้าไม่อายขี่บนหลังผู้ชาย ดูแล้วเหมือนอะไร?”
แม่ของเด็กชายคนนั้นเขย่าตัวกมลออกทันที พร้อมกับออกแรงจนกมลเกือบล้มลงไปที่พื้น
นรมนรีบเข้ามารับกมลไว้ทันที พร้อมกับสีหน้าที่ไม่ดีแล้ว
“คุณผู้หญิงท่านนี้ เด็กทะเลาะกัน คุณเป็นผู้ใหญ่ไม่สมควรเข้ามายุ่งนะ?”
“นี่เป็นคุณหนูบ้านเธอเหรอ?”
แม่เด็กคนนั้นหันมาชักสีหน้าใส่นรมน
“ใช่”
หลังจากที่นรมนเข้ามารับตัวกมล สีหน้าของเธอก็เริ่มโมโหแล้ว
“ช่างเป็นเหมือนแม่จริงๆ ที่สอนยังไงลูกก็เป็นแบบนั้น ดูท่าทางยั่วยวนผู้ชายแบบนี้สิ มิน่าล่ะลูกสาวของเธออายุน้อยๆ แค่นี้ก็ขึ้นมาขี่บนตัวผู้ชายแล้ว ถ้าหากว่าโตไป คงจะชอบเที่ยวเล่นไม่เบา”
คำพูดของหล่อนทำให้นรมนสีหน้านรมนโมโหมาก
“ปากของคุณกรุณาพูดจาดีๆ หน่อยนะ”
เธอคิดว่ายังไงที่นี่ก็เป็นลานใหญ่ คนที่อยู่ที่นี่ก็น่าจะเป็นผู้ดีบ้าง แต่ไม่นึกเลยว่าที่นี่จะมีคนแบบนี้อยู่
เพราะนรมนไม่ได้โตจากที่นี่ มาที่นี่ก็แค่มาเยี่ยมคุณตาเท่านั้น ไม่เคยเดินออกไปไหนเลย ดังนั้นในลานใหญ่เขตทหารจึงไม่มีใครรู้จักเท่าไหร่
อีกฝั่งก็ดูจากสีหน้าของนรมนเหมือนกันถึงได้กล้าพูดขนาดนี้
สายตาของบุริศร์เริ่มเล็กลงเรื่อยๆ
“เสนาธิการเขมทัตก็สอนลูกได้ดีจริงๆ แค่พูดออกมาแบบนี้แล้ว หรือว่าตัวคุณเองก็เป็น? ไม่อย่างงั้นจะรู้ละเอียดขนาดนี้เลยเหรอ”
คำพูดนี้ของบุริศร์ทำให้หล่อนหน้าเสียทันที
“แกพูดเหลวไหล แกเป็นใคร? ถึงกล้าพูดบาตรใหญ่ที่นี่? ในเมื่อรู้แล้วฉันเป็นเสนาธิการเขมทัต ก็ควรจะคิดได้แล้ว รีบมาขอโทษลูกชายฉันเดี๋ยวนี้”
“ขอโทษเหรอ? ผมไม่ทำให้ลูกชายคุณหมดทางสืบทอดสกุลก็บุญแล้ว วันนี้โชคดีที่ลูกสาวผมออกโรงเอง ถ้าหากว่าเป็นผมลงมือ ผมจัดการลูกชายคุณพิการแน่ คุณเชื่อไหม?”
บุริศร์ก็ขี้เกียจพูดกับหล่อนอย่างไร้สาระแล้ว จึงรีบหยิบโทรศัพท์โทรหาเสนาธิการเขมทัต
“ผมคือบุริศร์ มาที่หน้าบ้านของตระกูลทวาทสินหน่อย ผมคิดว่าคุณต้องสั่งสอนภรรยากับลูกชายคุณบ้าง”