ตอนที่ 1073
บทที่ 1073 คุณควรจะเชื่อใจลูกชายของคุณ
October 31, 2026
แขนของบุริศร์กระชับขึ้นทันที
ห่ากระสุนรอบตัวก็ดี การเตะต่อยก็เถอะ สำหรับพวกเขาแล้วไม่มีความสำคัญ อวัยวะสัมผัสทั้งหมดและเซลล์ทั้งหมดของเขาร้องตะโกน กระโดด และตื่นเต้นเพื่อผู้หญิงที่ชื่อนรมนคนนี้
นรมนรู้สึกว่ากระดูกของตนเองถูกบุริศร์บดขยี้
ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะน่ากลัวจริง ๆ
เธอจะมาที่นี่โดยไม่เตรียมตัวได้อย่างไร?
ครั้งแรกบุกไปคนเดียวเพราะไร้เดียงสา ถ้าครั้งที่สามครั้งที่สี่ยังเป็นแบบเดิมก็คงจะโง่จริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นี่วุ่นวายแบบนี้ ถึงแม้เธอจะไม่เอาคนของอาณาจักรรัตติกาลมา ก็เอาคนของคุณท่านตนุวรกับตระกูลทวีทรัพย์ธาดามา
แต่บุริศร์ห่วงใยเธอแบบนี้ นรมนรู้สึกดีใจมาก
จนเมื่ออากาศในทรวงอกใกล้จะถูกสูบจนหมดไป นรมนจึงพยายามดิ้นและผลักบุริศร์ออก
เธอหอบเฮือกใหญ่ หน้าแดงเหมือนผลเชอร์รี่สุก มีความงดงามอย่างบอกไม่ถูก จนแม้แต่หน้าตาหลังจากความซาบซึ้งใจยังมีความเลือนรางและเสน่ห์ชวนให้หลงใหล
บุริศร์อยากจะเอาเธอไปซ่อนเสียจริง ไม่ให้คนอื่นได้เห็นความงดงามของเธอ
“ไปเถอะ พวกเราไปหากานต์กัน!”
บุริศร์เพิ่งจะพูดจบ เขาช้อนตัวอุ้มนรมนขึ้นมาแล้วเดินออกไปข้างนอก
ในขณะนั้นเอง “ปัง” เสียงปืนดังขึ้น เฉียดด้านหลังศีรษะของบุริศร์ไปทันที
เสียง “พู” ดังขึ้น ของเหลวอุ่น ๆ กระเด็นออกมาในชั่วพริบตา สาดใส่ใบหน้าของนรมน
เลือด!
อุ่น ๆ เลย!
ร่างกายของนรมนแข็งทื่อ เธอมองไปทางด้านหลังของบุริศร์ ผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งอยู่ห่างกับบุริศร์เพียงไม่ก็เซนติเมตร ในตอนนี้ค่อย ๆ ล้มลงไปบนพื้น
เลือดทะลักออกมาจากขมับของเขา นองบนพื้นอยู่รวดเร็ว
เป็นครั้งแรกที่นรมนเผชิญหน้ากับความตายในระยะประชิดเช่นนี้ เธอตกใจกลัวอย่างห้ามไม่ได้
บุริศร์กอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนแน่น เหลือบมองไปยังทิศทางที่ปืนยิงออกมา ร่างของกานต์ปรากฏสู่สายตาของเขาทันที
คิดไม่ถึงว่าคนที่ยิงปืนไรเฟิลจะเป็นกานต์?!
ลูกตาดำของบุริศร์เบิกกว้างทันที
กานต์กลับลุกขึ้นอย่างไร้ความกดดันใด ๆ และก้าวเดินมาทางนี้
เห็นได้ชัดว่านรมนก็มองเห็นสิ่งนี้เช่นนี้
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
เมื่อสักครู่กานต์ฆ่าคน?
ถึงแม้จะพูดว่าทำไปเพื่อปกป้องบุริศร์ แต่เขายังเป็นเด็กอยู่นะ!
เขายังเป็นเด็กคนหนึ่งหรือว่าไม่จริง?
นรมนดิ้นออกมาจากอ้อมแขนของบุริศร์ทันที วิ่งตรงไปหากานต์
“เป็นอย่างไรบ้าง? กานต์ ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
นรมนสั่นไปทั้งตัว
เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะตนเองหวาดกลัว หรือเป็นเพราะกังวลที่กานต์เป็นเช่นนี้
กานต์ตอบอย่างใจเย็น “ผมไม่เป็นอะไรครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณบุริศร์ปลอดภัยก็พอ”
“ลูกเป็นเด็กนะ ทำไมลูก……”
นรมนพูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกบุริศร์ดึงเอาไว้
ในตอนนี้บุริศร์มองเห็นแววตาของกานต์แล้วรู้สึกกังวลใจ
“เข้าไปหากิจจาเถอะ เขาได้รับบาดเจ็บ อยู่ข้างใน”
“มิลินเข้าไปแล้ว”
กานต์พูดอย่างเรียบเฉย
บุริศร์สังเกตเห็นอย่างรวดเร็วว่ามือของกานต์กำลังสั่น
แรงถีบของปืนไรเฟิลแรงมาก ไม่ใช่สิ่งที่เด็กอายุเท่ากานต์จะสามารถทำได้ เมื่อสักครู่เป็นวินาทีเส้นยาแดงผ่าแปด กานต์ก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน
ราวกับว่าจะสังเกตเห็นสายตาของบุริศร์ กานต์เก็บมือขวาไปข้างหลัง และกล่าวอย่างเรียบเฉย “ผมขอไปดูกิจจาก่อนนะ”
พูดจบเขาก็เดินไป ไม่เห็นแววตาที่เป็นกังวลของบุริศร์และนรมนสักนิดเดียว
เมื่อกานต์เข้าไปในห้องของกิจจา ก็มองเห็นมิลินกำลังตรวจดูบาดแผลของเขา ส่วนนภดลก็ออกไปแล้ว
“กานต์”
กิจจาเอียงคอส่งยิ้มให้กานต์
กานต์พยักหน้า ยกมุมปากขึ้น แต่กลับไม่ได้ยิ้มออกมา
มิลินจัดการบาดแผลของกิจจาเสร็จเรียบร้อย เธอมองไปที่กานต์ รู้สึกได้ว่าสองพี่น้องมีเรื่องจะคุยกัน จึงพยักหน้าให้กิจจาและถอยออกไป
เมื่อภายในห้องเหลือแค่เพียงกิจจากับกานต์ กิจจาจึงพบว่าสีหน้าของกานต์ขาวซีดจนน่ากลัว
“กานต์ นายเป็นอะไรไป?”
“เปล่าไม่ได้เป็นอะไร”
กานต์นั่งลงข้างกิจจา สายตาเหม่อลอย
“นาย……”
กิจจาเอื้อมมือไปจับมือของกานต์ เขาขมวดคิ้วถามทันที “ทำไมมือของนายถึงได้เย็บเฉียบแบบนี้?ฝ่ามือยังมีเหงื่อออกมากอีกด้วย?”
“ฉันเพิ่งจะยิงคนตายมา”
กานต์พูดอย่างนิ่งเฉยสุด ๆ แต่กิจจามองเห็นความสับสนวุ่นวายจากน้ำเสียงและแววตาของเขา
ฆ่าคน?
สองคำนี้ค่อนข้างห่างไกลกับความรู้สึกนึกคิดและภาพจำของเด็ก ๆ แต่กานต์เพิ่งจะผ่านประสบการณ์ทั้งหมดนี้มาอย่างไม่คาดคิด จึงไม่แปลกใจที่เป็นเช่นนี้
“ฉันสามารถให้คำปรึกษาทางด้านจิตวิทยากับนายได้นะ”
กานต์ส่ายหน้าและกล่าวว่า “ไม่เป็นไร หลังจากกลับไปจะมีจิตแพทย์ประจำเขตทหาร ฉันก็แค่ยังไม่ค่อยชิน”
“ใครก็ไม่ชินทั้งนั้นแหละ คืนนี้นอนกับฉันไหม”
“อืม”
กานต์ไม่ปฏิเสธคำขอของกิจจา
นรมนมองบุริศร์และเอ่ยถามว่า “กานต์จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“คุณเห็นเหมือนเขาไม่เป็นอะไรหรือไง?ลูกคนนี้ถึงแม้จะเปลือกนอกจะดูไม่สะทกสะท้าน ไม่รู้ว่าในใจจะพังแค่ไหน ถึงอย่างไรก็เป็นคน ยิงครั้งแรกก็จะเป็นภาพจำฝังใจ เดี๋ยวผมจะคุยกับเฮีย บอกให้เขาหาจิตแพทย์ให้กานต์ อย่าปล่อยให้มีอะไรฝังใจ”