ตอนที่ 1092
บทที่ 1092 คนที่เธอรักที่สุดคือตัวเธอเอง
October 31, 2026
ตอนนั้น เธอโดนจับไปขายที่ต่างประเทศ ทั้งคนทั้งสถานที่ล้วนแปลกหน้า แถมยังโดนจับตัวไว้ และกิมจิเป็นคนมาช่วยเธอไว้ และยังให้ความห่วงใยและความอบอุ่นกับเธอมากด้วย
เขาเป็นเพื่อนที่มากกว่าเพื่อนของเธอ
ถ้าหากไม่มีการหักหลังในตอนหลังของกิมจิ บางทีถึงตอนนี้ทั้งสองคนก็อาจจะยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดต่อกันอยู่ แต่น่าเสียดายโชคชะตาไม่ได้อยู่ในกำมือเรา จะโทษเขาก็ไม่ได้หรอก
เรณุกาเก็บเขามาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก และอบรมสั่งสอนเขา สำหรับเขาแล้ว เรณุกาเป็นทั้งครูและเป็นทั้งแม่
เขาไม่มีทางเลือก
แต่สุดท้ายกิมจิต้องกลายมาเป็นสภาพอย่างตอนนี้ก็เพราะเธอ เธอยังจะมีอะไรติดค้างอีกล่ะ? ยังจะโกรธเคืองอะไรอีก?
ระยะเวลาเพียงไม่กี่ก้าวที่เดินเข้ามานี้ หัวสมองของนรมนคิดอะไรได้มากมาย
กิมจิเห็นนรมนเดินเข้ามา ก็อดไม่ได้ที่จะซาบซึ้งขึ้นมา
“นายหญิง ผม……”
“ขาดีขึ้นบ้างหรือยัง?”
น้ำเสียงของนรมนแฝงไว้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเสี้ยวหนึ่ง ทำให้น้ำตาร้อน ๆ ของกิมจิเอ่ยขึ้นมาเต็มดวงตา
ถึงแม้ว่าคราวที่แล้วที่ล้อมปราบปรามเรณุกา นรมนจะเคยพูดแล้วว่าเธอได้ให้อภัยตัวเองแล้ว แต่ว่ากิมจิก็มักจะรู้สึกว่ามันไม่จริงทั้งหมด พอมาวันนี้ที่ตามมาด้วยยังกลัวว่านรมนจะเฉยชาต่อตัวเอง แต่คิดไม่ถึงเธอกลับเปิดปากพูดกับตัวเองแล้ว
“ดีขึ้นเยอะแล้วครับ ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่แล้ว”
คำพูดของกิมจิทำให้หัวคิ้วของนรมนขมวดขึ้นเล็กน้อย
“ไม่เจ็บไม่ใช่เรื่องดี เดี๋ยวกลับไปฉันจะให้คนถามอาการของนายดู ดูซิว่ายังจะสามารถรักษาให้หายได้หรือเปล่า”
นรมนพูดขึ้นเสียงต่ำ
กิมจิกัดริมฝีปากล่างเอาไว้และเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
“ไม่เป็นไรครับ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว”
“ดีอะไรดีล่ะ? ยังไม่แต่งงานเลย เป็นแบบนี้จะไปหาแฟนได้ยังไงกัน? ฉันจำได้ว่าตอนที่นายอยู่อเมริกาหล่อเหลาและเป็นอิสรเสรีแค่ไหน ไม่ว่าจะยังไง ก็ต้องจัดการตัวเองให้เรียบร้อยซะก่อน”
พอได้ยินนรมนพูดขึ้นอย่างนี้ กิมจิก็สะอื้นขึ้นมาทันที
“ครับ”
“นายหาที่สักแห่งนั่งไปก่อน ไว้ฉันจัดการเรื่องเรียบร้อยแล้ว ค่อยมาคุยกันต่อ”
นรมนตบบ่าของกิมจิเล็กน้อย จากนั้นก็ถามพฤกษ์ขึ้นว่า “ธิดาอยู่ห้องไหน?”
“406ครับ”
หัวคิ้วของนรมนค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน
ทั้งสองคนขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสี่โดยตรง
หน้าประตูห้อง406ไม่มีอะไรผิดแผกไป บางทีอาจจะเพราะกลัวคนอื่นให้ความสนใจมากเกินไป ประตูห้องของธิดาวีร์จึงเป็นเหมือนห้องธรรมดาทั่วไป
โรงแรมนี้ก็ไม่ใช่โรงแรมระดับห้าดาว พูดให้ตายก็แค่สามารถถึงมาตรฐานของโรงแรมได้เท่านั้น
ชลิตา
นี่เธอยังกล้าตั้งนามแฝงให้ตัวเองจริง ๆ ด้วยนะ
นัยน์ตาของนรมนเยือกเย็นลงหลายองศา จากนั้นก็เดินไปเคาะประตู
“ใครคะ?”
ข้างในมีน้ำเสียงที่คุ้นเคยของธิดาลอยมา
ถ้าเกิดว่าเมื่อกี้นรมนยังสงสัยอยู่ว่าคนคนนี้จะใช่ธิดาหรือเปล่า งั้นวินาทีนี้ก็มั่นใจแล้วจริง ๆ
นัยน์ตาของเธอมีแววเยือกเย็นพาดผ่านเสี้ยวหนึ่ง แต่กลับพูดเสียงแหลมขึ้นว่า “พนักงานโรงแรมเองค่ะ มาส่งอาหารให้คุณค่ะ”
ตอนนี้ธิดาวีร์ยังเป็นคนท้องอยู่ และเหมือนกับว่าท้องจะพังไปแล้ว แน่นอนว่าต้องรู้สึกหิวอยู่แล้ว พอได้ยินนรมนพูดแบบนี้ ก็ไม่ได้เป็นกังวลมากเท่าไหร่ แล้วก็เดินไปเปิดประตูห้องให้เลย
ตอนที่เธอเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือนรมนนั้น ธิดาวีร์ก็จะปิดประตูลงอย่างอัตโนมัติ แต่กลับโดนนรมนแตะประตูทีหนึ่งเปิดออกเลย
“เป็นอะไรเหรอ? เห็นฉันแล้วแปลกใจขนาดนั้นเลยเหรอ?”
นรมนยิ้มอ่อน ๆ ขึ้น แต่ว่ารอยยิ้มกลับไม่ได้มาจากใจจริง
ใจของธิดาวีร์เต้นโครมครามขึ้นมา
ไม่ว่ายังไงเธอก็คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอกับนรมนเข้าแบบนี้
นรมนมาอยู่ที่นี่ได้ยัง?
นรมนรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?
หัวสมองของธิดาวีร์หมุนอย่างรวดเร็ว แต่ว่ากลับยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “พี่สะใภ้ คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“ใช่ซิ ฉันก็อยากจะถามเธอเหมือนกัน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยัง? ไหนว่านาวินอยู่เป็นเพื่อนเธอบำรุงครรภ์อยู่ที่สถานพักฟื้นไม่ใช่เหรอ? แล้วตัวนาวินล่ะ?”