ตอนที่ 1096
บทที่ 1096 ผมอุ้มคุณไป
October 31, 2026
“ไม่ใช่ว่าแพรวาหมายตัวซินดี้ไว้แล้วตั้งแต่แรกเหรอคะ?”
“ไม่ใช่ ตอนที่ผมอยู่ในห้องขังได้ยินป้องสืบค้นมาว่า เป้าหมายที่แพรวาและกล้าณรงค์หมายตัวไว้ตั้งแต่แรกคือราเชน กล้าณรงค์ทำงานให้องค์ชายสาม ถึงแม้ว่าราเชนจะไม่คิดแย่งอำนาจ แต่เพราะว่าช่วงนี้เขาเข้าใกล้คุณมากเกินไปจนเกิดเป็นข่าว แล้วพอองค์ชายสามรู้สถานะที่อยู่เบื้องหลังของคุณ ก็กลัวว่าราเชนจะเกิดความคิดแย่งชิงอำนาจขึ้นมา เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่าลงมือก่อนเป็นผู้ได้เปรียบ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าซินดี้จะไปตามนัดแทนราเชน และยังทำให้ราเชนหมดสติไปก่อนอีกด้วย”
คำพูดของบุริศร์ทำให้ใจของนรมนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก
ภาพของซินดี้ที่อยู่ในสมองของเธอนั้นไม่ได้ลึกซึ้งมาก แม้กระทั่งหน้าตาของผู้ชายคนนั้นเป็นยังไงก็ไม่ค่อยชัดเจนนัก พอมาวันนี้ได้ยินบุริศร์พูดขึ้นแบบนี้ นรมนกลับรู้สึกว่าซินดี้มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งต่อราเชนมากจริง ๆ
“ฉันว่าซินดี้คนนี้น่าจะเป็นความอบอุ่นเสี้ยวสุดท้ายที่มีอยู่บนโลกของราเชนแล้วมั้ง”
“อืม การแก่งแย่งชิงดีในวังโหดร้ายมาตลอด ตอนที่ราเชนยังเป็นเด็กก็โดนวางยาพิษเกือบตาย คนอื่นยังมีแม่อยู่ข้างกายช่วยเขาวางแผน แต่ว่าราเชนไม่มี ไม่เพียงไม่มี แต่อยู่ต่อหน้าประธานาธิบดีก็เหมือนกับว่าเขาจะไม่เป็นที่รักด้วย ถ้าเขาอยากจะมีชีวิตอยู่ก็จะต้องทุ่มเทความพยายามมากกว่าคนอื่น แบกรับสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น แล้วกว่าจะบรรลุนิติภาวะมาได้ แล้วเขาไม่อยากจะตายไปท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดีในวัง ฉะนั้นก็เลยเลือกที่จะออกไปข้างนอก ยินยอมที่จะออกไปอยู่ในสลัมแต่ก็ไม่กลับไปเป็นองค์ชายในวัง แล้วก็พบเจอกับซินดี้เข้าในสลัมนี้ด้วย”
บุริศร์เอาเรื่องที่ตัวเองสืบค้นเจอมาพูดออกมา
“ซินดี้เดินเป็นเพื่อนผ่านช่วงเวลาวัยรุ่นทั้งหมดเขา พวกเขาจากประเทศFไปพร้อมกัน แล้วไปเติบโตที่เมืองBด้วยกับ เริ่มจากการไม่มีเส้นสายเลยจนกลายมาเป็นซูเปอร์สตาร์ในวงการบันเทิง คนอื่น ๆ แค่เห็นด้านที่สว่างสดใสสวยงามของราเชน แต่กลับมองไม่เห็นความลำบากที่ราเชนและซินดี้ต้องประสบมาในเบื้องหลัง สามารถพูดได้ว่าซินดี้เป็นพี่น้อง เป็นคนรัก และเป็นเพื่อนของราเชน เขารับบทบาทมากมายอยู่ในชีวิตราเชน และสุดท้ายก็ตายเพื่อราเชน ถ้าราเชนไม่กลายเป็นโหดเหี้ยมขึ้น ผมว่าถึงจะแปลก”
ฟังบุริศร์พูดไปอย่างนี้ นรมนกลับรู้สึกสงสารราเชนขึ้นมาบ้าง
“ในเมื่อเขาบรรลุนิติภาวะแล้ว และก็ออกจากประเทศFแล้ว ตอนนั้นทำไมไม่มาหาฉันล่ะ?”
บุริศร์ได้ยินนรมนถามแบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ตอนนั้นคุณมีสถานะอะไรอยู่? เป็นแค่ลูกสาวของตระกูลธนาศักดิ์ธนเท่านั้น ตระกูลธนาศักดิ์ธนอยู่ในเมืองชลธีถึงแม้ว่าจะมีชื่อเสียงเป็นตระกูลผู้มีความรู้ แต่ว่าก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร และอีกอย่างตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าคุณเป็นหลานสาวของตระกูลพรโสภณ เขากับคุณก็ยังไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ ต่อกันเลย แล้วจะมาหาคุณทำไม?”
“ก็ใช่นะ ฉันลืมไปเลย”
นรมนหลุดขำขึ้นมาทันทีเลย
“อ๋อใช่แล้ว พูดถึงตระกูลธนาศักดิ์ธน ตอนนี้สองสามีภรรยางามพลเป็นยังไงบ้างแล้วคะ?”
นรมนไม่ได้ตั้งใจที่จะถามหาพ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนเป็นพิเศษหรอก เพียงแต่ว่าพูดมาถึงตรงนี้แล้ว ก็เลยถามออกไปคำหนึ่งเท่านั้น
บุริศร์เห็นว่าในดวงตาของเธอไม่ได้มีแววเสียใจและโศกเศร้าอยู่ ถึงได้พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “เนตราไตวายกะทันหันแล้วไม่ได้รับการปลูกถ่ายไตทันที ไม่นานก็เสียชีวิตลง ผมได้ยินมาว่าแม้แต่คนไปรับศพสักคนก็ไม่มี โรงพยาบาลติดต่อให้สามีภรรยางามพลไปรับศพ แต่น่าเสียดายตาแก่สองคนนี้ต่างก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แล้วบอกว่าเนตราไม่ใช่ลูกสาวของพวกเขา พวกเขาจะไม่ยุ่ง”
พูดมาถึงตรงนี้ บุริศร์ก็หึเสียงเย็นทีหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าไม่อยากจะพูดถึงพวกเขามากนัก
นรมนเองก็รู้สึกทอดถอนใจอยู่เหมือนกัน
ในตอนที่พ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนนึกว่าเนตราเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองนั้น เพื่อเธอแล้วต้องสูญเสียทรัพย์สินไปมากมายก็ไม่เสียดาย และเพื่อเธอแล้วก็ไม่สนใจตัวนรมนที่รับมาเลี้ยงตั้งยี่สิบกว่าปีอีกด้วย และยิ่งสูญเสียความเป็นคนไปแล้วอยากจะแย่งทุกอย่างของตัวนรมนกลับไปทดแทนให้เนตราอีก
แต่ว่าพอความจริงปรากฏออกมา แล้วรู้ว่าเนตราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับพวกเขานั้น ทั้งสองคนกลับทำเรื่องไร้เยื่อใยขนาดนี้ออกมาได้
ถึงแม้จะเป็นหมาแมวตัวหนึ่งที่เลี้ยงมา พอตายแล้วก็ยังต้องฝังศพให้อยู่มั้ง ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือคนคนหนึ่ง ที่พวกเขาเคยทุ่มเทกายใจไปทำดีด้วย
นรมนส่ายหน้าเล็กน้อย ถอนหายใจแล้วถามขึ้นว่า “งั้นต่อมาศพของเนตราถูกจัดการไปยังไงคะ?”
“ทิ้งไว้ในห้องดับจิตไม่มีคนไปรับ โรงพยาบาลก็เลยต้องมาจ่ายค่าใช้จ่ายเอง พ่อแม่ตระกูลธนาศักดิ์ธนไม่ยอมไปรับ เมื่อทางโรงพยาบาลก็ไม่มีทางออกแล้ว จึงได้แต่ตามให้ตำรวจในท้องที่มาจัดการเรื่องนี้ แต่ว่าเรื่องนี้ก็ไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของตำรวจ สุดท้ายแล้วทางตำรวจต้องมารวบรวมเงินกันออกค่าเผาศพให้ จุดไฟทีเดียวแล้วเผาไปตรงนั้นแล้วก็ไม่รู้เรื่องอีกอะไรเลย”
บุริศร์พูดขึ้นอย่างเรียบเฉย ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากมาย
เนตรามีจุดจบอย่างนี้ก็สมควรมากแล้วจริง ๆ
ที่ว่ากันว่าทางล้วนมีคนเดินออกมา ในเมื่อเธอเลือกที่จะเดินเส้นทางนี้แล้ว ก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าทางนี้ไม่ได้มีจุดจบที่ดีแน่
นรมนคิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วเนตราจะมีจุดจบแบบนี้ นี่ถือได้ว่าตายศพไม่สวยหรือเปล่านะ?
เธอถอนหายใจทีหนึ่ง แล้วก็ไม่พูดอะไร
บุริศร์พูดต่อไปว่า “สองผัวเมียงามพลนั่น ตั้งแต่รู้ว่าเนตราตายไปแล้ว ตัวเองยังไม่ตายใจอีก ยังฝากคนส่งข้อความมาว่า อยากจะเจอคุณ บอกว่าพวกเขาสำนึกผิดแล้ว และโดนเนตราทำให้หลงผิดไป ถึงได้ทำเรื่องที่ไม่ดีแบบนั้นกับคุณออกมาได้ หวังว่าคุณจะเห็นแก่บุญคุณที่เคยเลี้ยงดูมาและให้อภัยพวกเขา ผมไม่ได้ยอมให้คำพูดพวกนี้ผ่านมาถึงหูคุณ จึงก็หาคนไปจัดการพวกเขา”
นรมนอึ้งไปเล็กน้อย
เธอแทบไม่อยากจะเชื่อเลย เป็นมาถึงขนาดนี้แล้ว สามีภรรยางามพลยังจะสามารถเอาเรื่องบุญคุณที่เลี้ยงดูมาอ้างได้อีก
ยังหวังว่าเธอจะสามารถช่วยพวกเขาออกมาได้อีก?
สองผัวเมียนี้นี่ตกลงคิดยังไงกันแน่?
คิดว่าเธอนรมนเป็นดินเหนียว ที่ไม่มีอารมณ์เหรอ?
“ฉันได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริง ๆ”
นรมนยิ้มอย่างขมขื่น แต่กลับไม่มีความโศกเศร้าใด ๆ แล้ว
บุริศร์เห็นว่าอารมณ์ของเธอยังดีอยู่ ถึงได้โล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง
“คุณคงจะไม่โทษผมว่าตัดสินใจไปคนเดียวหรอกนะ?”
“ไม่หรอกค่ะ ตาแก่สองผัวเมียนั่นชาตินี้ฉันไม่อยากจะเจอแล้ว นี่ได้อัพเกรดโลกทัศนของฉันใหม่จริง ๆ เลย”
นรมนส่ายหน้าเล็กน้อย
บุริศร์หัวเราะและพูดขึ้นว่า “ผมเองก็เจอไม่ได้แล้ว ผมให้คนข้างในนั้นตั้งใจเกิดการทะเลาะกับพวกเขาขึ้น ในช่วงที่ไม่ได้ตั้งใจงามพลก็ได้แทงคนบาดเจ็บเข้า ระยะเวลารับโทษก็เลยหนักขึ้น คาดว่าน่าจะได้แก่ตายในคุกแล้ว ส่วนคุณนายธนาศักดิ์ธนนั้น ผมได้ยินว่าหัวใจเหมือนว่าจะมีปัญหาเล็กน้อย แล้วอยากจะยื่นขอประกันตัว แต่โดนผมส่งคนไปคัดค้านกลับไป”
“คุณนี่จะไม่เหลือทางรอดไว้ให้พวกเขาจริง ๆ เหรอคะ”
นรมนหัวเราะไป
บุริศร์พูดอย่างเย็นชาขึ้นว่า “ผมให้ทางรอดพวกเขา แล้วให้พวกเขามาออกมาเป็นปีศาจร้ายคอยทำร้ายคุณกับลูกอีกเหรอ? งั้นยังสู้ให้พวกเขาอยู่ข้างในดี ๆ ต่อไปดีกว่า”
“มันก็ใช่”
นรมนพยักหน้า
ชั่วขณะหนึ่งระหว่างทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันอีก
ข่าวในทีวียังคงรายงานต่อไป ราเชนกลับไม่ได้ทำการกระทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงมากเกินไปอีก เพียงแต่แค่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนแล้วจ้องมองคลังอาวุธอย่างโหดเหี้ยมไปสักพักก็จากไป
อยู่ ๆ นรมนก็รู้สึกว่าตัวเองควรจะเจอราเชนสักหน่อย
ในเมื่อนงลักษณ์ได้ช่วยตัวเองไว้ถึงสองครั้ง
“บุริศร์ คุณว่าวันนี้ถ้าเราจะเจอราเชนสักหน่อยละก็ จะนำพาความวุ่นวายมาให้เขาไหม?”
นรมนเปิดปากพูดขึ้น
บุริศร์อึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็พูดว่า “ถ้าหากว่าคุณอยากเจอ ผมจะมาคิดวิธีเอง”
“จะเป็นอันตรายต่อคุณหรือเปล่าคะ?”