ตอนที่ 1127
บทที่ 1127 ที่สุดแล้วก็ยังไม่ทิ้งความแย่ๆ และทำต่อไป
October 31, 2026
นรมนเงียบ คนอื่นก็เงียบเช่นกัน บรรยากาศในห้องค่อนข้างแข็งขืนและอึดอัดใจ
“นรมน ไม่ต้องกังวล ผมจะไม่ปล่อยตุลยาไป”
บุริศร์จับมือนรมนไว้แน่น
แม้ว่า ดวงตาของนรมนจะไม่มีปัญหาแล้ว แต่เขาก็กลัว
พิษที่ไม่รู้จักนี่ทำให้พวกเขาจัดการอะไรไม่ได้
แต่นรมนกลับไม่สนใจ เธอยิ้มและพูดว่า “ฉันหิวแล้ว”
คำพูดที่ไม่เกี่ยวกันแม้แต่น้อยนี้ ทำให้บุริศร์และทุกคนตกตะลึง
ไม่พูดถึงปัญหาของดวงตาและพิษเหรอ?
ทำไมถึงพูดประโยคนี้ออกมา?
อย่างไรก็ตาม บุริศร์ก็ตามใจภรรยา เขารีบให้คนไปเตรียมของให้นรมนทานทันที
นรมนพูดอยากรวดเร็วว่า “ฉันอยากทานเนื้อ”
เมื่อเห็นความกระปรี้กระเปร่าของนรมน มุมปากของบุริศร์ก็ยกยิ้ม
“คุณเพิ่งฟื้นตัว ทานเนื้อเยอะไม่ดีนะ”
“แล้วถ้าฉันอยากทานละคะ?”
นรมนหดหู่เล็กน้อย เธอยู่ปาก ท่าทาง สีหน้า และน้ำเสียงนั้น ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าสองคนนี้อวดความรักกันอีกแล้ว
เจตต์กระแอมไอ ก่อนพูด “ในเมื่อนรมนไม่เป็นไรแล้ว ฉันไปหาขวัญตาก่อนนะ”
พูดเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นเดินออกไป
ขวัญตาของเขายังอยู่คงหมดสติ ถ้าผู้หญิงคนนี้รู้ว่าเธอเป็นลมเพราะเขา ไม่รู้ว่าตื่นมาจะเป็นอย่างไร?
เมื่อเจตต์คิดถึงขวัญตา ทั้งหัวใจของเขาก็อบอุ่น
รมิดาและโพนี่ก็อยากกลับบ้าน แต่ตอนนี้พวกเขากลับไปไม่ได้แล้ว
สาเหตุทางร่างกายของนรมนยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัด จะให้พวกเธอกลับบ้านอย่างไร?
ผัวเมียคู่นี้ไร้ยางอายจริง
ทั้งสองกระแอมไอ ก่อนจะถอยตัวออกไป
ภายในห้องเหลือเพียงบุริศร์และนรมน ก่อนที่เขาจะดึงนรมนเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม
นรมนรู้สึกว่าตัวเองต้องการถูกบุริศร์จูบจนหายใจไม่ออก
เธอรู้ว่าบุริศร์กลัวและกังวลมากในครั้งนี้
แม้ว่าตัวเธอเองจะไม่รู้ว่าทำไมร่างกายถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้ แต่เธอก็ยังคงมองโลกในแง่ดี
เป็นนิมิตหมายอันดีที่ตอนนี้เธอยังไม่ตายจากพิษหรือตาบอด
หลังจากดื่มกินจนอิ่มหนำถึงค่อยมาพูดคุยปรึกษากันถึงเรื่องนี้
บุริศร์ยังคงกังวลเมื่อเขาคลายตัวนรมนออก
นรมนมองไปยังใบหน้าที่ซีดเซียวของเขา ก่อนพูดเสียงอ่อนโยน “ฉันขอโทษ ที่ทำให้คุณกังวล”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณ แค่ศัตรูมันเจ้าเล่ห์เกินไป”
คำพูดของบุริศร์ ทำให้นรมนยิ้ม
“ตุลยา… …”
“ถูกผมคุมตัวเอาไว้แล้ว แต่คุณไม่ต้องไปดูหรอก ไปหาคำตอบจากปากของเธอก็ไม่ได้อะไร ปล่อยคนคนนี้ไว้ไม่ได้แล้ว”
ดวงตาของเขาแข็งกร้าว
ตอนจบของตุลยา นรมนคิดออกนานแล้ว ตอนนี้เธอรนหาที่ตายด้วยการกวนโมโหตัวเอง เป็นเรื่องแปลกที่บุริศร์จะปล่อยเธอไป
“สามีฉัน ฉันหิว ฉันหิวจริงๆ”
นรมนทิ้งเรื่องราวจะเป็นหรือตายของตุลยาไว้เบื้องหลัง ในเมื่อบุริศร์บอกจะไม่ปล่อยเธอไว้ เธอก็ไร้หนทาง ส่วนวิธีแก้ปัญหา นรมนไม่อยากถาม และรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องถาม
สำหรับเธอผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนคนแปลกหน้า
ส่วนคุณตา ค่อยกลับไปบอกให้คุณท่านเขาค่อยๆ ฟื้นตัว
เมื่อเห็นว่านรมนไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้ บุริศร์ก็ฉลาดพอที่จะไม่พูดต่อ ก่อนจะให้ป้าหวานเสริฟ์อาหารแทน
เมื่อนรมนเห็นโต๊ะอาหาร เธอรู้สึกว่าตัวเองหิวจนตาลาย และรีบร้อนไปทาน
“กินช้าๆ ระวังสำลัก”
บุริศร์เห็นท่าทางตะกละของเธอ ไม่เพียงแต่จะไม่รังเกียจ แต่ยังรู้สึกสบายใจ
ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานรมนไม่ได้กินอะไรเลย
กานต์รู้ว่านรมนตื่นแล้ว จึงรีบเดินไปหา แต่เมื่อมองจากหน้าประตู เขาเห็นนรมนทานข้าวอยู่เลยไม่เข้าไปรบกวน โดยเฉพาะดวงตาคู่นั่นของคุณบุริศร์ที่เกือบจะติดอยู่กับบนร่างกายหม่ามี้ เขาเข้าไปรังแต่จะทำให้รำคาญเท่านั้น
เขามองไปยังนรมนและพบว่าเธออารมณ์ดี เขาก็โล่งใจ ก่อนจะกลับไปที่ห้องหนังสือและเล่นคอมพิวเตอร์ต่อ
นรมนอาจจะอาจหิวจริงๆ
เธอกินข้าวหมดไปหลายชาม และยังกินอาหารบนโต๊ะจนหมด กินจนบุริศร์ตาค้าง
“ไม่รู้สึกว่าไม่สบายท้องเหรอ?”
แม้ว่าสองสามวันนี้นรมนจะไม่ได้ทานข้าว แต่ตอนนี้ทานเยอะสักหน่อยก็ไม่เป็นไรไหม?
แต่นรมนกลับโบกมือและพูดว่า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังหิวอยู่”
บุริศร์ตกใจกระต่ายตื่นตูม จนไปเรียกโพนี่และรมิดามา
เมื่อรมิดาเห็นท่าทางของนรมน เธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มก่อนพูด “คนที่รู้จะคิดว่าเธอป่วยและขาดปริมาณความร้อน แต่คนที่ไม่รู้จะคิดว่าเธอเป็นผู้ลี้ภัยชาวแอฟริกัน”
นรมนมองไปที่เธอ ก่อนพูดเสียงต่ำ “กินได้แล้วมันผิดกฎหมายไหม?”
“ไม่ผิด กินไปเถอะ”
รมิดาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นนรมนดูมีเรี่ยวแรง
เมื่ออาหารมื้อนี้จบลง นรมนก็รีเฟรชความรู้สึกของทุกคน
ผู้หญิงคนนี้ทานมากเกินไป
บุริศร์ให้รมิดาตรวจร่างกายนรมนสักนิด เมื่อพบว่านรมนไม่มีอะไรผิดปกติ เลยค่อยทำให้ผู้คนสบายใจขึ้นมาหน่อย
นรมนไม่ได้เห็นแสงแดดข้างนอกเป็นเวลานาน และหลังจากทานอาหารมามากขนาดนี้แล้ว เธอก็ขอให้บุริศร์พาตัวเองออกไปเดินเล่นข้างนอก
บุริศร์ไม่ได้ปฏิเสธ
ทั้งสองคนกำลังเดินเล่นอยู่ในสนาม แสงแดดสาดแสงส่องกระทบร่าง