ตอนที่ 1165
บทที่ 1165 คุณยังแต่งหน้าอีก
October 31, 2026
“โอ๊ย โตษิน ตานี้เดินไม่ถูก ฉันต้องเดินใหม่”
คุณท่านตนุวรเห็นว่าตัวเองจะแพ้แล้ว จึงเล่นลูกไม้อย่างหน้าด้าน
“วางแล้ววางเลยสิลูกผู้ชายน่ะ คุณท่าน”
โตษินค่อนข้างหดหู่
“ลูกผู้ชายอะไร ฉันมันตาเฒ่ากากๆ ไม่นับๆ ฉันต้องเดินใหม่”
คุณท่านตนุวรเอาหมากเมื่อครู่นี้กลับมาอย่างขี้โกง จากนั้นก็ครุ่นคิดใหม่ก่อนวางลงไป ผลที่ตามมาก็ยังโดนโตษินกิน
ผลสุดท้ายนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน คุณท่านตนุวรแพ้แล้ว
“ไม่เล่นแล้วๆ ไม่น่าสนใจเลย ฉันง่วง จะไปนอนแล้ว”
ตอนนี้คุณท่านตนุวรเหมือนเด็ก ทำให้โตษินอยากขำอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากทุกอย่างคืนสู่ความสงบ มีแค่เกล็ดหิมะด้านนอกเท่านั้นที่ตกลงมาอย่างช้าๆ และมีเงาดำไม่รู้จักสองสามเงาส่องระยิบระยับ
เมื่อนรมนตื่นขึ้นมาก็สิบโมงกว่าแล้ว รู้สึกสดชื่นสบายใจ เธอทำตามคำแนะนำของบุริศร์ มอบหมายงานของงามสุดาให้ชัยยศ
บุริศร์เข้าครัวตั้งแต่เช้า ทอดไข่ให้นรมน
เจตต์เห็นเข้า ก็พูดขึ้น “คุณไม่ทอดเผื่อภรรยาฉันสักใบเหรอ?”
“ภรรยาตัวเองก็ทำเองสิ”
บุริศร์พูดจบก็ยกไข่ดาวเข้าไปในห้อง
นรมนยังไม่ได้แปรงฟัน ก็เห็นบุริศร์ยกไข่ดาวเข้ามา
“หอมจริง”
“รีบไปล้างหน้าแล้วมากิน ข้างล่างฉันยังต้มโจ๊กข้าวฟ่างด้วย เดี๋ยวลงไปตักให้คุณ”
บุริศร์ยิ้มเรียบๆ
“ไม่ลงไปกินข้าวเหรอ?”
นรมนถามอย่างประหลาดใจนิดหน่อย
“กินในห้องดีกว่า ข้างล่างคนเยอะ”
คำพูดนี้ของบุริศร์ ทำให้นรมนอยากจะขำนิดหน่อย
แต่เธอก็ไม่ได้คัดค้าน
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว นรมนกับบุริศร์ก็กินข้าวในห้องนอน
หิมะด้านนอกตกตลอดคืน ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
นรมนมองผ่านหน้าต่างไป ด้านนอกมีหิมะหนาหนึ่งชั้น ทำให้มองแล้วรู้สึกหนาว
“ไม่รู้ว่ากานต์เป็นยังไงบ้าง แยกหลายบุคลิกของเขาตอนกลางคืนอาการจะกำเริบไหม? ถ้าอยู่เขตทหาร……”
“อย่าไปคิดเรื่องพวกนี้เลย เขาโอเค”
บุริศร์รีบโอบนรมนไว้
เขารู้นรมนเป็นห่วงกานต์ เขาก็เป็นห่วงเหมือนกัน แต่กานต์เป็นลูกชายเขา อยู่ที่เขตทหารแน่นอนว่ามีคนคอยดูแลเขา
นรมนก็ไม่พูดอะไรอีก
กิจจายังคงอ่านหนังสือแพทย์อยู่ในห้อง
จู่ๆ นรมนก็นึกอะไรบางอย่าง จึงถามขึ้น “ยาที่กิจจาสั่งให้คุณ คุณได้กินตรงเวลาหรือเปล่า?”
“กินอยู่นะ”
“อาการกำเริบอีกไหม?”
นรมนรู้ว่าบางครั้งบุริศร์อาการกำเริบแล้วจะปิดบังตน ดวงตาเธอจ้องมองบุริศร์โดยตรง
“ไม่ ช่วงนี้ไม่มี จริงๆ นะ”
บุริศร์ยิ้มเรียบๆ โอบเธอแน่นขึ้น
นรมนรู้สึกทั้งร่างอบอุ่น มองหิมะด้านนอก ยิ้มขณะพูดขึ้น “อยากออกไปทำตุ๊กตาหิมะ ปาหิมะใส่กันจัง”
“สุขภาพคุณไม่ได้”
บุริศร์ปฏิเสธทันที
นรมนเบ้ปาก บุริศร์ก็ไม่มีการประนีประนอม
รู้ว่าเขาคำนึงถึงสุขภาพของตน นรมนก็ไม่ได้ดื้ออะไร ทานข้าวเสร็จแล้วก็เปิดคอมพิวเตอร์วิดีโอคอลหาพริมา
ตอนนี้บริษัทหยุดพักผ่อน ทางด้านพริมาเธอให้โบนัสก้อนหนึ่ง ใจกว้างมาก
ช่วงเวลานี้บริษัทได้รับรายได้ดีภายใต้การนำของพริมา นักแสดงสองสามคนถึงจะไม่โด่งดัง แต่อย่างไรแล้วก็ไม่มีข่าวเชิงลบอะไร แหล่งทรัพยากรก็ไม่เลว
แผ่นเสียงของคมทิพย์ดังมาก ช่วงนี้ถนนหลักตรอกซอยเล็กก็ได้ยินเสียงร้องเพลงของคมทิพย์
นรมนดีใจแทนเธอ ไม่รู้จริงๆ ว่าปีใหม่เธอจะกลับมาหรือเปล่า
คิดถึงตรงนี้ นรมนก็โทรหาคมทิพย์
“ปีใหม่กลับมาไหม?”
“กลับสิ พฤกษ์บอกว่าคิดถึงบุริศร์ของพวกเธอ จริงๆ นะ คนอื่นป้องกันไม่ให้มีเมียน้อย นี่ฉันต้องป้องกันผู้ชาย”
คมทิพย์พูดอย่างไม่พอใจ แต่ทำให้นรมนตลกขบขัน
“ปัญญ์เป็นยังไงบ้าง? ช่วงนี้มีข่าวอะไรไหม? ปีใหม่กลับมาหรือเปล่า?”
ตั้งแต่ส่งปัญญ์ไปฟื้นฟูร่างกายที่ต่างประเทศ เธอก็ไม่ได้ข่าวปัญญ์เลย
คมทิพย์ชะงักไป พูดขึ้น “น่าจะไม่กลับมาล่ะมั้ง เขาฟื้นร่างกายได้โอเค แต่ยังยืนได้ไม่นาน เขาให้ฉันตามหาที่อยู่มายด์ ตอนนี้ฉันยังหาไม่เจอ คาดว่าคงไม่กลับมา”
“มายด์ก็ไม่มีข่าวเลยสักนิดเหรอ?”
นรมนยังนึกถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นได้ โตกว่าปวีราไม่เท่าไร และไม่รู้ว่าเคยติดต่อกับปวีราหรือเปล่า
“ไม่มีข่าวเลยสักนิด เหมือนจู่ๆ ก็ระเหยไปจากโลกใบนี้ ร่องรอยสักนิดก็ไม่มี ช่างเถอะ เมื่อไรที่ควรปรากฏตัวก็คงจะปรากฏตัวแหละ”
คมทิพย์ถอนหายใจ
“กลับมาฉลองปีใหม่เถอะ อีกสามวันเจตต์แต่งงาน อีกสี่วันฉันจัดงานแต่ชดเชย”
คำพูดนรมนทำให้คมทิพย์ตกตะลึง
“เชี่ย! บุริศร์ของเธออยากแต่งงานกับเธอกี่รอบเนี่ย? ปล่อยให้ใช้ชีวิตหน่อยได้ไหม?”
“อิจฉาเหรอ? อิจฉาเธอก็รีบแต่งกับพฤกษ์สิ!”
คำพูดนรมนทำให้คมทิพย์ถอนหายใจก่อนพูดขึ้น “เราไม่มีพ่อแม่ ไม่จัดงานแต่งแล้ว เดี๋ยวไปท่องเที่ยวแต่งงาน ตอนนี้ยังไงแล้วฉันก็เป็นบุคคลสาธารณะ งานแต่งได้รับความสนใจมากมันจะไม่ดี ความสุขเราเองให้ตัวเองดูดีกว่า”
จู่ๆ นรมนก็รู้สึกเสียดาย
“ไม่งั้นฉันจัดให้พวกเธอดีไหม?”
“ไม่ต้องจริงๆ ฉันกับพฤกษ์ตั้งใจจัดเรียบๆ สักหน่อยก็พอแล้ว ความต้องการในการแต่งงานของทุกคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่ฉันต้องการคืออยากไปเที่ยวกับเขาสองคนอย่างมีความสุข”
ได้ยินคมทิพย์พูดแบบนี้ นรมนก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว
ทั้งสองคุยกันสักพักหนึ่งก็วางสายไป
วันเวลาถือว่าผ่านไปอย่างสงบสุขชั่วคราว
พริบตาเดียวก็ถึงวันแต่งงานของเจตต์
วันนี้นรมนตื่นแต่เช้าตรู่ ตื่นเต้นอย่างมาก แต่โดนบุริศร์กดลงเตียงโดยตรง
“นอนอีกหน่อย”