ตอนที่ 1167
บทที่ 1167 แสดงอำนาจอันน่าเกรงขามต่อลูกเขย
October 31, 2026
เจตต์ตกตะลึงเล็กน้อย
"เธอพูดอะไร?"
"ฉันบอกให้ยกเลิกพิธีแต่งงาน!"
ขวัญตาร้อนใจจนเหงื่อออกเต็มไปหมด สายตาสับสนวุ่นวายนั้นทำให้เจตต์รู้ได้ในทันทีว่าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว
เธอเป็นคนยังไงเจตต์รู้ดี และเขาก็รู้ว่าเธอเฝ้ารอคอยงานแต่งงานวันนี้ขนาดไหน เพราะฉะนั้นการที่เธอพูดประโยคแบบนี้ออกมา แน่นอนว่ามันต้องมีเรื่องอะไรที่เธอหาทางออกไม่ได้แน่ๆ
สมองของเจตต์นั้นกลับมาประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว
"หาเจอแล้ว!"
เขาคลำเจอรองเท้าใหม่ของขวัญตาโดยทันที พร้อมกับชูขึ้นอย่างดีใจ
รอบข้างนั้นก็ส่งเสียงร้องยินดีขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย
ช่างแต่งหน้าเห็นว่าเจตต์ไม่ได้ยืดเวลา และขวัญตาก็ไม่ได้ก้มหัวลงไปคุยอะไรกับเขา เมื่อคำนวณเวลาที่ค้นหารองเท้า ขวัญตาก็ไม่น่าจะลงมือทำอะไรได้ทัน ช่างแต่งหน้าจึงวางใจ
แต่ขวัญตาร้อนใจมาก
เจตต์ถึงกับจะไม่ได้ยินในสิ่งที่เธอพูดเชียวหรือ?
เธอบอกให้เขายกเลิกงานแต่งงานแล้ว แต่เกิดอะไรขึ้น? ทำไมยังทำหน้าตาชื่นบานชูรองเท้านั้นอย่างดีใจอยู่ได้นะ
มือของขวัญตาบีบกันไว้แน่นยิ่งขึ้น
หลังจากหารองเท้าเจอแล้ว เจตต์ก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกับเริ่มใส่รองเท้าให้ขวัญตา
ขณะที่เขากำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่งนั้น เจตต์ก็พูดแสดงความรัก "ภรรยาของฉัน เธอยินดีจะสวมใส่รองเท้าและร่วมเดินทางไปห้องโถงพิธีแต่งงานกับฉันไหม? หลังจากนี้ไปไม่ว่าพวกเราจะต้องเผชิญเรื่องดีหรือร้าย เราถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว เราก็จะร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน ฉันจะรักและทะนุถนอมเธอราวกับดวงตาของฉัน ฉันรู้ ว่าฉันไม่ใช่คนที่ดีเลิศ แต่ฉันจะทำให้สิ่งที่เธอได้รับและให้สิ่งที่เธอต้องการอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ฉันจะทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิง ไม่ให้เธอต้องทุกข์หรือเสียใจ จะไม่ให้มีแม้แต่วันเดียวที่เธอรู้สึกเสียใจภายหลังที่แต่งงานกับฉัน ตอนนี้เธอยินยอมให้ฉันโอบอุ้มเธอไปไหม?"
คำพูดและการกระทำที่มั่นคงเช่นนี้ช่างเกินความคาดหมาย ทุกคนล้วนแล้วแต่ตกตะลึง
ใจของขวัญตาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที
นี่คือคำมั่นสัญญาที่เธอต้องการที่สุด คือความโรแมนติกที่เธอต้องการที่สุด ถ้าหากไม่มีเรื่องของพ่อ ยังไงเธอก็ยินยอมอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ตอนนี้เธอทำได้เหรอ?
เมื่อเธอและเจตต์เดินออกจากห้องนี้ไป ระหว่างเธอและเจตต์คงไม่สามารถที่จะมีความรักความผูกพันที่สงบสุขเหมือนเช่นตอนนี้ได้อีกแล้ว
จู่ๆ ขวัญตาก็อดกลั้นไม่ไหว น้ำตาเม็ดใหญ่ค่อยๆ ไหลลงอาบแก้ม
"ฉันไม่…"
ตอนที่ขวัญตากำลังจะบอกว่า'ฉันไม่ยินยอม'นั้น ก็ถูกช่างแต่งหน้าก้าวมาขวางไว้ข้างหน้าซะแล้ว
"ดูสิเนี่ย เจ้าสาวตื่นเต้นจนเครื่องสำอางหลุดออกหมดแล้ว คุณชายเจตต์ ให้ฉันเติมหน้าให้เจ้าสาวก่อนเถอะนะ"
เมื่อพูดแล้วเธอก็จะขยับขึ้นมาข้างหน้า แต่ก็โดนเจตต์หยุดไว้ก่อน
"ตอนนี้ฉันกำลังสู่ขอภรรยาอยู่เธอไม่เห็นเหรอ? เธอตอนนี้ที่เห็นมันคือน้ำตาแห่งความสุข เธอจะมาก่อความวุ่นวายอะไร? ไปยืนอยู่เฉยๆ ข้างๆ โน่น!"
สีหน้าของเจตต์นั้นดูไม่ได้เลย ถึงขนาดที่ว่าแผ่รังสีโหดเหี้ยมและฟึดฟัดออกมา
ไม่ว่าจะพูดยังไง เจตต์นั้นก็เคยเป็นทหารมาก่อน แม้ว่าไม่กี่ปีมานี้จะหลงใหลในหญิง หรือมีภาพลักษณ์ที่ดูเป็นเพลย์บอย แต่แท้จริงแล้วเขานั้นเคยอยู่ในสนามรบและฆ่าคนมาแล้ว เวลานี้ที่จู่ๆ ก็แผ่รังสีโหดเหี้ยมซัดสาดออกมากระจายเต็มห้อง ทำให้บรรยากาศในห้องนั้นดูตึงเกร็งขึ้นมา
ช่างแต่งหน้านั้นรู้สึกราวกับว่ามีอะไรมาบีบรัดคอเธออยู่ ขนาดจะหายใจยังรู้สึกลำบาก
ตลอดมานี้เธอไม่เคยให้ความสำคัญกับเจตต์เลย คิดว่าเพราะเจตต์นั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องของนรมนจึงถูกดูแลคุ้มครองโดยบุริศร์ พูดตรงๆ ก็คือเป็นลูกผู้ดีมีเงินคนหนึ่ง แต่เวลานี้เธอรู้แล้วว่าเธอคิดผิด
เจตต์นั้นเป็นเหมือนสิงโตที่จำศีลอยู่ตลอดเวลา ที่ยามปกติตอนที่หลับก็ไม่มีพิษภัยเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าตอนนี้ที่แผ่รังสีกดดันออกมา ไม่นึกเลยว่าจะทำให้เธอรู้สึกว่าไม่มีแรงรับมือได้
"คุณชายเจตต์ ฉันเพียงอยากจะแต่งหน้าให้เจ้าสาว!"
ช่างแต่งหน้าพูดเสียงอ่อนๆ
"ไม่ว่าภรรยาฉันจะเป็นยังไงฉันก็ชอบ ไสหัวไปซะ"
เจตต์ไม่ไว้หน้าช่างแต่งหน้า นั่นทำให้ทุกตะลึงในทันที แต่เจตต์ไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง แต่กลับหันไปมองทางขวัญตา แล้วพูดอย่างเอาใจใส่ "ภรรยาของฉัน ไปกันเถอะ ผู้ชายคนนี้จะพาเธอกลับบ้านเอง"
พูดจบเจตต์ก็สวมรองเท้าเข้าไปที่เท้าของขวัญตา จากนั้นก็อุ้มเธอไว้
"สู่ขอภรรยาเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว พี่น้องทุกคน เชิญไปต่อได้!"
เจตต์ตะโกนออกมาอย่างดังราวกับราชาบนขุนเขา นั่นทำให้เพื่อนเจ้าสาวและชายโสดทั้งหลายนั้นคล้อยตาม
"ไปกัน สู่ขอภรรยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว!"
แต่ละคนนั้นทยอยเข้ามากอดขวัญตาทีละคนก่อนจะเดินออกไป
ขวัญตาดึงลากคอเสื้อของเจตต์แน่น ในใจเต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึกปนเปกัน มั่นใจแน่ๆ ว่าตนเองนั้นรักคนไม่ผิด แต่ทว่าตอนนี้ในใจกลับสับสนอย่างมาก
"เจตต์ คนของกล้าณรงค์ลักพาตัวพ่อฉันไป บังคับให้ฉันฆ่านรมนในวันแต่งงาน ถ้าไม่เช่นนั้นมันจะฆ่าพ่อฉัน ฉันไม่อยากเป็นศัตรูกับคุณ ถือว่าฉันขอร้องได้ไหม? พวกเรายกเลิกงานแต่งงานซะเถอะนะ ฉันไม่อยากแต่งแล้ว ไม่อยากแต่งแล้วจริงๆ "
ขวัญตาซบลงที่ไหล่ของเจตต์พลางร้องไห้ไปพูดไป
รอบข้างนั้นรายล้อมไปด้วยเสียงเอะอะหยอกล้อ แทบจะไม่มีใครได้ยินที่พวกเขาพูดกันเลย เพียงแค่มองเห็นน้ำตาของขวัญตานั้นเอ่อล้นทุกคนก็ล้วนเข้าใจว่าเป็นน้ำตาแห่งความตื่นเต้นและดีใจของเจ้าสาว
บรรยากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี
เจตต์นั้นยืนนิ่งไม่ไหวติง พร้อมพูดยิ้มๆ ว่า "วันนี้เธอเป็นเจ้าสาวนะ ทุกคนในเมืองชลธีกำลังมองมาที่เธอ แถมยังมีหญิงสาวที่อิจฉาเธอที่ได้แต่งงานกับฉันอีก เจ้าสาวของฉันโดนคนนับหมื่นจับจ้องขนาดนี้ ไม่ร้องนะ เจ้าสาวร้องไห้ก็หมดสวยกันพอดี ไม่ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น เธอก็มีฉัน วันนี้ฉันแต่งงานเป็นของเธอแล้วนะ"
"แต่ฝั่งนรมนนั้น…"
"ยกให้บุริศร์จัดการเถอะ ช่างแต่งหน้าเป็นคนของกล้าณรงค์ใช่ไหม?"