ตอนที่ 1189
บทที่ 1189 ดูท่าเธอจะเข้าใจอาสามผิดไปแล้ว
October 31, 2026
ความโศกเศร้าของนงลักษณ์แน่นอนว่าคนอื่นต้องดูไม่เข้าใจอยู่แล้ว
ทางด้านนรมน มองเห็นนภดลออกมาจากห้องฉุกเฉินแล้ว และก็ได้ยินหมอบอกว่าอาการของเขาไม่ได้หนักมาก ถึงได้โล่งอกไปได้เปลาะหนึ่ง
ในตอนที่นภดลโดนเข็นออกมานั้น ก็มองซ้ายมองขวาทีหนึ่ง แล้วพอมองไม่เห็นคุณนายตระกูลจันทรวงศ์แล้วก็โล่งใจได้เปลาะหนึ่ง
นรมนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อย
“ตอนนี้รู้จักกลัวแล้วเหรอ? คุณนายตระกูลจันทรวงศ์ทำกับนายมาตั้งหลายปีขนาดนี้ ฉันนึกว่านายมีความสุขกับมันซะอีก”
ถึงแม้ว่าจะสงสารนภดล แต่ว่าพอนึกถึงการอดทนอยู่อย่างนั้นของนภดลแล้วนรมนก็รู้สึกไม่ค่อยชอบใจเลย
นภดลยิ้มขมขื่นขึ้นแล้วพูดว่า “ก็ผมมัวแต่คิดถึงคำสั่งเสียของฉัตรยา ก็เลยไม่อยากจะทะเลาะกับเธอไปใหญ่โต?”
“คนบางคนนายยิ่งไม่อยากจะเอาเรื่องกับเธอ เธอก็ยิ่งได้คืบจะเอาศอก ถ้าหากว่าตั้งแต่แรกนายก็แสดงเจตนารมณ์ของนายออกมา หลายปีมานี้ก็คงจะไม่ต้องมีชีวิตอยู่อย่างนี้หรอก เอาล่ะ เรื่องของนายฉันก็จะไม่พูดแล้ว เห็นนายตอนนี้ก็ได้ทำการตัดสินใจออกมาแล้ว แน่นอนว่าฉันก็จะไม่ยุ่งกับนายแล้ว ตอนนี้คุณนายตระกูลจันทรวงศ์ก็โดนควบคุมตัวไว้แล้ว นายกะว่าจะให้เธออยู่ข้างในเลยไหม?”
นรมนมีความสงสัยอยู่บ้าง
ดูจากภายนอกแล้วนภดลเป็นเย็นชา แต่ที่จริงแล้วเป็นผู้ชายที่ใจอ่อนมาก หลายปีมานี้คุณนายตระกูลจันทรวงศ์ทำไม่ดีกับเขา แต่ว่าฉัตรยาดีกับเขา นรมนกลัวมากเลยว่านภดลแค่จะทำให้เธอตกใจหน่อยเท่านั้น
คนอย่างคุณนายตระกูลจันทรวงศ์นั้นไม่มีทางเป็นคนที่แค่หลอกให้ตกใจหน่อยก็จะยอมแพ้ไปอย่างนั้นหรอก เธออาจจะเดินบนเส้นทางดื้อด้านนั้นยิ่งเดินยิ่งไกลก็ได้ จนสุดท้ายไม่แน่อาจจะทำให้ตัวเองดื้อด้านจนตายด้วยซ้ำ
นภดลเงียบขรึมไปครู่หนึ่งแล้วก็พูดขึ้นว่า “อืม ให้เธออยู่ในนั้นไปเถอะครับ ข้างในนั้นปลอดภัยกว่า และอาจจะทำให้เธอมองสถานการณ์อะไรชัดเจนขึ้นก็ได้”
“นายไม่กลัวว่าคนอื่นจะด่านายว่าเป็นคนเนรคุณคนเหรอ?”
“ตามสบายเถอะ เป็นคนเนรคุณคนหรือเปล่าในใจผมชัดเจนดี”
พอเห็นนภดลตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดแล้ว นรมนถึงได้รู้สึกพอใจขึ้นมาบ้าง
เธอจ้องมองนภดล แล้วก็หันไปจ้องมองบุริศร์ จากนั้นก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “เรื่องนี้นายไม่ต้องยุ่งแล้ว มอบให้ฉันกับบุริศร์ไปจัดการก็พอ ช่วงระยะนี้หน้าที่หลักของนายก็คืออยู่เป็นเพื่อนปาณีไป แล้วก็รักษาร่างกายของตัวเองให้หายดีด้วย ฉันให้เวลานายสิบวัน หลังจากสิบวันแล้วก็ไปประเทศFกับฉันและบุริศร์”
“ได้ครับ”
ตอนนี้นภดลไม่มีความสงสัยอะไรเลย
หลังจากที่ออกมาโรงพยาบาลมาแล้ว นรมนกับบุริศร์ก็ขึ้นรถ
บุริศร์ถามเสียงต่ำขึ้นว่า “ทำไมต้องรอสิบวันให้หลังถึงจะไป? ผมนึกว่าคุณจะไปทันทีเลยซะอีก”
“ไม่ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาทำให้ชีวิตของเรายุ่งเหยิงเพราะว่าคนอื่น แล้วอีกอย่าง พวกเราไปหรือไม่ไป ความวุ่นวายในประเทศFก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ กล้าณรงค์ก็ยังคงต้องการชีวิตของเราอยู่ดี การต่อสู้กันของราเชนกับทศพลก็ไม่มีทางที่จะจบลงภายในสิบวันนี้ เพราะฉะนั้นไปช้าหรือไปเร็วสำหรับเราแล้วนั้นไม่มีอะไรแตกต่างกัน คนที่ร้อนใจก็เป็นคนอื่นเท่านั้น”
พอคำพูดนี้ของนรมนพูดออกมา บุริศร์ก็รู้แล้วว่าเธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว หนักแน่นแล้ว
ที่จริง ตอนนี้พวกเขาจะไปหรือไม่ไปจุดจบมันก็เหมือนกัน มันก็แค่เรื่องเป็นฝ่ายกระทำหรือเป็นฝ่ายถูกกระทำเท่านั้น ถ้าหากที่นงลักษณ์พูดมาเป็นความจริง ตอนนี้พวกกล้าณรงค์กับทศพลและราเชนยังเอาตัวเองไม่รอดเลย ไม่มีทางที่จะมีเวลาว่างมาหาเรื่องพวกเขา งั้นทำไมพวกเขาจะต้องรีบไปหาเรื่องใส่ตัวด้วย?
ถ้ามีเวลานี้ พวกเขาเอาไปทำเรื่องที่ตัวเองอยากจะทำไม่ดีกว่าเหรอ
“คุณมีแผนการอะไร?”
“ถ้าชัยยศหาเบาะแสของมิลินเจอแล้ว ก็ให้แอบส่งคนไปช่วยมิลินออกมา สำหรับเรื่องอื่นเอาไว้สิบวันให้หลังแล้วค่อยว่ากันเถอะ ตอนนี้พวกเราพาลูก ๆ ออกไปเที่ยวเล่นกันดีกว่า”
นรมนรู้สึกว่าเวลาที่ตัวเองมีให้กับลูก ๆ นั้นน้อยเกินไปแล้ว เธอไม่รู้ว่ารอให้ตัวเองมีเวลาว่างขึ้นมาแล้วลูก ๆ จะยังต้องการตัวเองอีกไหม ในตอนนี้ที่ลูก ๆ ยังต้องการพ่อแม่อยู่นั้น เธอหวังว่าตัวเองจะสามารถหาเวลาว่างออกมาอยู่กับพวกเขาให้ได้มากที่สุด
บุริศร์ได้ยินนรมนพูดแบบนี้ ก็ต้องดีใจอยู่แล้ว
“ได้ มีที่ที่อยากไปไหม?”
“ไม่มีค่ะ”
นรมนรู้สึกขำขึ้นมาบ้างแล้ว
เธอเพียงแต่แค่อยู่ ๆ ก็คิดขึ้นมาแบบนี้ แต่ว่าจะไปไหนนั้นยังไม่ได้คิดเลยจริง ๆ ทางนี้อากาศค่อนข้างหนาว ถ้าหากว่าจะออกเที่ยวเล่นกันจริง ๆ ละก็ น่าจะไปที่ที่อากาศอบอุ่นหน่อยละมั้ง
เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงยูนนานขึ้นมา
แต่เพราะว่าเรื่องของหมู่บ้านดารายน นรมนก็ตัดสินใจว่าไม่ไปที่นั่นดีกว่า
บุริศร์เอามือของเธอมาวางไว้บนฝ่ามือของตัวเอง แล้วพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “เดี๋ยวกลับบ้านไปถามพวกเด็ก ๆ ดู ว่าพวกเขาอยากจะไปไหนกัน”
“พวกเราไปรับกมลออกมาดีไหมคะ?”
นรมนรู้ว่า ที่กมลอยู่ที่บ้านคริชณะก็เพื่อจะเล่นเป็นเพื่อนดนัย แต่ว่าถ้าพวกเขาออกไปเที่ยวแล้วทิ้งกมลไว้ มันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่
บุริศร์ถอนหายใจทีหนึ่งแล้วพูดขึ้นคำหนึ่งว่า “เดี๋ยวพวกเราไปถามดู”
“ได้ค่ะ”
รถเปลี่ยนทิศทางเพราะว่าความคิดกะทันหันของนรมน
รอจนพวกเขามาถึงบ้านคริชณะอีกครั้งนั้น ยามรักษาการณ์ของที่นี่ยังคงเข้มงวดมากเช่นเดิม
นรมนคิดถึงเรื่องที่งามสุดาฝากให้เธอไปตรวจเช็กเมื่อคราวที่แล้ว ถึงแม้ว่าทางอาณาจักรรัตติกาลจะไม่มีข่าวคราวอะไรเลย แต่นรมนรู้ว่างามสุดาไม่ได้เป็นผู้หญิงที่อ่อนแอขนาดนั้น
ครั้งนี้มีเรื่องแปลกอยู่บ้าง ที่พวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้เลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่ามีความเกี่ยวข้องกับธรรศหรือเปล่า
ทั้งนรมนและบุริศร์ต่างก็คิดไปแบบนี้ จากนั้นก็เดินเข้าไปในบ้านตระกูลทวาทสิน
งามสุดายังคงรดน้ำดอกไม้บ้าง อ่านหนังสือบ้าง มีชีวิตที่เรียบง่ายสวยงาม
ตอนที่เห็นนรมนและบุริศร์มานั้น เธอยิ้มแล้วก็พูดขึ้นว่า “โยว่ วันตรุษจีนแบบนี้มาอวยพรตรุษจีนให้ฉันเหรอ?”
“ใช่ค่ะ พี่สะใภ้สุขสันต์วันตรุษจีน”
นรมนรีบยิ้มแล้วก็เดินเข้าไป
บุริศร์เองก็พูดพี่สะใภ้สุขสันต์วันตรุษจีนขึ้นมาประโยคหนึ่งเหมือนกัน จากนั้นก็ไปดูพวกเด็ก ๆ ที่ด้านหลังแล้ว
งามสุดาจูงมือนรมนมานั่งลง แล้วยิ้มและถามขึ้นว่า “ข้างนอกหนาวใช่ไหม?”
“ยังพอไหว แต่ในบ้านคุณนี่ช่างอบอุ่นจริง ๆ”
“ก็ใช่น่ะซิ ฉันเปิดเครื่องปรับอากาศไว้นี่”
งามสุดายิ้มแล้วก็ให้คนไปชงชามาให้นรมน
ในตอนที่ห้องรับแขกเหลือแค่พวกเธอสองคนนั้น นรมนก็พูดเสียงเบาขึ้นว่า “พี่สะใภ้ ที่คุณให้ฉัน…….”
“ที่ฉันให้เธอไปช่วยซื้อเสื้อโค้ตมา คิดว่าน่าจะใส่ไม่ได้แล้ว เธอดูซิตอนนี้ฉันก็ออกไปไหนไม่ได้ หรือไม่เธอเก็บไว้ใส่เองเถอะ”
ตอนแรกนรมนอยากจะพูดว่าเรื่องที่คุณให้ฉันไปสืบยังไม่ได้ข่าวคราวเลย แต่กลับโดนงามสุดาพูดเปลี่ยนเรื่องไปกะทันหัน หนำซ้ำยังพูดเรื่องที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อยเลยด้วย จึงทำให้นรมนรู้สึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที