ตอนที่ 1206
บทที่ 1206 ผู้หญิงของผมโดนเอาใจจนเป็นยังไงผมรู้ดีแก่ใจ
October 31, 2026
ราวกับรู้ว่ากานต์กำลังคิดอะไร บุริศร์ก็ยื่นนิ้วออกไปดีดหน้าผากเขาหนึ่งที แล้วพูดขึ้น “ไม่ว่าฉันจะเปลี่ยนไปเป็นยังไง ฉันก็เป็นพ่อของลูก”
กานต์ลูบหน้าผาก พูดขึ้นอย่างหดหู่เล็กน้อย “ทำไมนิสัยชอบดีดหน้าผากคนอื่นไม่เปลี่ยนล่ะเนี่ย?”
มุมปากบุริศร์ยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาที่ยิ้มแย้มนั้นทำให้ทั้งร่างรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
“หม่ามี้ล่ะ?”
กานต์ถามอย่างค่อนข้างกังวล
บุริศร์มองเขา แล้วพูดเสียงทุ้ม “เธอเป็นภรรยาฉัน ฉันจะทำอะไรเธอได้?”
ในหัวสมองก็มีภาพนรมนที่เพิ่งเข้าไปในห้องแล้วโดนตัวเองเกือบบีบคอตายปรากฏขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
บุริศร์หันศีรษะไปอย่างช่วยไม่ได้ หลบหลีกแววตาของกานต์ รู้สึกผิดอยู่บ้าง
กานต์ไม่พบความผิดปกติของบุริศร์ จึงพูดพึมพำ “ไม่เสมอไปหรอก ใครจะไปรู้ว่าคุณทำอะไรหม่ามี้หรือเปล่า”
“หุบปาก!”
บุริศร์ขมวดคิ้วทันที ความกดขี่ที่ยากจะต่อสู้นั้นทำให้กานต์ตกตะลึงเล็กน้อย
“คุณบุริศร์ ผมไม่ชอบที่คุณเป็นในตอนนี้”
กานต์พูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่กลัวทำให้บุริศร์โมโหเลยสักนิดเดียว
บุริศร์ตกตะลึงเล็กน้อย
“ลูกว่าไงนะ?”
“ผมบอกว่า ผมไม่ชอบที่คุณเป็นในตอนนี้ รู้สึกว่าคุณในตอนนี้มันแปลกหน้ามาก คนที่ทำตัวสูงส่ง มีความชั่วร้ายและแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก รวมๆ แล้วมันต่างกับแด๊ดดี้คนก่อนของผมมากเกินไป ผมไม่ชอบคุณที่เป็นแบบนี้”
กานต์ไม่แข็งกร้าวและไม่ถ่อมตัว และมองบุริศร์ขณะที่พูดอย่างไม่เกรงกลัว
ทันใดนั้นบุริศร์ก็ตกตะลึง
ไม่ชอบเหรอ?
ตัวเองก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร?
อดทน เย็นชา ไม่ตรงปก หน้าเนื้อใจเสือ
นี่น่าจะเป็นคำพ้องความหมายของเขา
แต่เขาในตอนนี้แตกต่างกันอย่างไร?
แค่ไม่อยากอดทนมากเกินไปก็แค่นั้น
ในอกเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด ทำให้เขาหลอกหลอน ราวกับทุกคนทุกเรื่องทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน อยากจะแสดงความโกรธ อยากจะทะเลาะ อยากจะ……เข่นฆ่า!
สองคำหลังเมื่อบุกเข้าไปในสมองบุริศร์ เขาก็ตกใจทันที
ทำไมเขาถึงรู้สึกแบบนี้นะ?
หรือว่าเป็น……
ดวงตาบุริศร์หนักอึ้งขึ้นทันที
“ฉันไปห้องทำงานแป๊บ ลูกดูแลกมลให้ดี และห้ามไปรบกวนการพักผ่อนของหม่ามี้ลูก ถ้าเธอถาม ลูกก็บอกว่าพ่อกำลังทำงานในห้องทำงาน รู้ไหม?”
บุริศร์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไป แต่รู้สึกแขนเสื้อตัวเองถูกใครบางคนดึงไว้
เขาชะงักไปเล็กน้อย หันกลับไปอีกครั้ง เห็นมือเล็กของกานต์จับแขนเสื้อเขาไว้แน่นแล้วถามขึ้น “คุณบุริศร์ ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไง คุณก็เป็นแด๊ดดี้ผมใช่ไหม?”
หัวใจบุริศร์สั่นทันที ความเจ็บปวดและความเสียใจอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้มันโอบล้อมเขาไว้ทันที ทำให้เขารู้สึกแย่เล็กน้อย
“พูดไร้สาระหรือไง”
เขายิ้มมุมปาก การแสดงออกที่คุ้นเคยนั้นทำให้ความไม่สบายใจของกานต์กลับมาเหมือนเดิมอยู่บ้าง
“ผมรู้แล้ว คุณไปทำงานเถอะ”
กานต์ปล่อยบุริศร์ไป
ถึงนิสัยเขาจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่เมื่อครู่นี้กานต์พบว่าเขาก็ยังเป็นเขา ยังเป็นคุณบุริศร์คนนั้นที่ตัวเองชอบมากที่สุด
เมื่อบุริศร์หันตัวไป สีหน้าก็หนักอึ้งเล็กน้อย
มิลินตัวแสบ!
เขารีบขึ้นไปข้างบน ไปที่ห้องทำงาน
เมื่อมิลินรับโทรศัพท์จากบุริศร์ ทั้งร่างก็ตกตะลึง แต่ไม่กล้ารอช้า รับสายทันที
“คุณท่าน!”
“เธอใช้วิธีอะไรในการถอนพิษฉัน? ทำไมอารมณ์กับนิสัยฉันเปลี่ยน? ในร่างกายฉันเหมือนมีความโหดเหี้ยมวิ่งวนรอบๆ มันควบคุมไม่ได้ค่อยได้อยู่รางๆ มิลิน ฉันว่าเธอเบื่อที่จะใช้ชีวิตแล้ว กล้าเล่นของใส่ร่างกายฉันตามใจชอบเหรอ! หืม?”
คำสุดท้าย บุริศร์ลากเสียงยืดยาวมาก เหมือนดาบใหญ่แห่งความตายอยู่เหนือศีรษะ ทำให้มิลินหวาดกลัวและตระหนกตกใจอย่างบอกไม่ถูก
“คุณท่าน ฉันไม่กล้าทำอะไรคุณหรอก ต้องการถอนสัตว์พิษในความทรงจำคุณ ทำได้แค่ปลูกพิษสีทองให้คุณเท่านั้น พิษสีทองเป็นราชาพิษของหมู่บ้านล้อมรั้วเรา ทุกคน ตราบใดที่ในร่างกายมีพิษ ก็จะถูกคุณควบคุม ไม่กล้าขัดคำพูดคุณ นี่เป็นเกียรติพิเศษที่คุณท่านมีได้ อีกอย่างพิษสีทองสามารถถอนพิษประหลาดบนโลกได้ แค่มันจะค่อนข้างก้าวร้าว ในปัจจุบันคุณท่านกับมันอาจจะยังไม่ผสมกันอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ อีกอย่างพิษสีทองมันฝังที่ห้องโถงบรรพบุรุษหมู่บ้านดารายน บางทีอาจจะเพราะความแค้นของบรรพบุรุษ เลยทำให้คุณรู้สึกเหี้ยมโหด”
มิลินพูดด้วยความสั่นจนจบ ก็ได้ยินบุริศร์ทำเสียงฮึดฮัดก่อนพูดขึ้น “อย่าเอาสำนวนพวกนี้มากระตุ้นฉัน ฉันจะบอกเธอให้ ความเป็นความตายและอนาคตของหมู่บ้านดารายนจะเป็นยังไง มันไม่เกี่ยวกับฉันเลย ฉันไม่สนใจ และไม่ใส่ใจ สำหรับสัตว์พิษบนตัวพวกเธอ ฉันก็ไม่สน และไม่อยากให้พวกเธอ และไม่อยากให้พวกเธอมาทำเพื่อฉัน ดังนั้นไอ้พิษสีทองบ้าอะไรนี่ ทางที่ดีเธอหาวิธีเอามันออกไปให้ฉันซะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ฉันจะฆ่าเธอทันทีโดยไม่เกรงใจ”
พูดจบบุริศร์ก็วางสายทันที
ความไม่พอใจของบรรพบุรุษอะไร ควบคุมผู้อื่นอะไร บุริศร์อย่างเขาไม่สนใจทั้งนั้น
พูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ว่าให้เขาเป็นปืน ให้เขาไปล้างแค้นให้หมู่บ้านดารายนในปีนั้นหรอกเหรอ?
แต่หมู่บ้านดารายนไปกระตุ้นคนพวกนั้นให้โกรธทำไม มิลินไม่ยอมบอกตน และยังอยากให้ตนไปจัดการกับสามตระกูลใหญ่และอำนาจที่อยู่เบื้องหลังเพียงคนเดียวอีกเหรอ?
บุริศร์อย่างเขาดูเหมือนคนโง่?
บุริศร์ทำเสียงฮึดฮัดเย็นชา รู้สึกความเหี้ยมโหดในอกเพิ่มขึ้นอย่างยากที่จะควบคุม ความรู้สึกอยากทะเลาะวิวาทก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
เขาโทรหาป้องตลอดเวลา