ตอนที่ 1219
บทที่ 1219 ฉันเป็นสามีที่ดีก็พอแล้ว
October 31, 2026
“ที่นี่มีนักดนตรี?”
นรมนเอ่ยถามโดยไม่รู้ตัว
ความสามารถทางดนตรีของอีกฝ่ายนั้นสูงมาก พอฟังออกว่าฝึกฝนมาหลายปีแล้ว
แม่บ้านได้ยินคำถามของนรมน ก็รีบพูดขึ้น “ใช่ค่ะ ที่นี่มีคุณชายน้อยอาศัยอยู่คนนึง ดูเหมือนจะเป็นคุณชายของตระกูลใหญ่ แต่ได้ยินมาว่าช่วงนี้ฝึกฝนอยู่ที่นี่ ดังนั้นทุกวันก็จะได้ยินเสียงไวโอลินกับเปียโนที่ไพเราะค่ะ”
“มิน่าล่ะ”
นรมนพยักหน้า มุมปากเผยรอยยิ้มออกมา
กมลกินอาหารเช้า รีบพูดขึ้น “หม่ามี๊ หนูรู้สึกว่าไวโอลินเพราะมากเลย ยังไงกลับไปหม่ามี๊สมัครคลาสให้หนู ให้หนูไปเรียนไวโอลินเถอะ”
นรมนชะงักเล็กน้อย ที่เป็นครั้งแรกที่ลูกสาวเรียกร้องจะเรียนพิเศษ แต่นรมนไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่พูดเสียงต่ำ “ลูกรัก เรียนไวโอลินน่ะ ต้องตื่นแต่เช้าทุกวัน ต้องซ้อมไวโอลินอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง อีกอย่างช่วงเริ่มแรกจะลำบากมาก ลูกคิดว่าตัวเองสามารถทนลำบากแบบนี้ได้ไหม?”
กมลชะงักเล็กน้อย ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
“ต้องฝึกซ้อมทุกวันหรอคะ? งั้นถ้าหนูอยากนอนขี้เกียจจะทำยังไง?”
“ไม่ได้จ่ะ ถ้าลูกเรียนไวโอลินจะนอนขี้เกียจไม่ได้แล้ว”
คำพูดของนรมนทำให้กมลหน้านิ่วคิ้วขมวดทันที ครุ่นคิดซักพักแล้วพูดขึ้น “ช่างมันเถอะ งั้นหนูไม่เรียนแล้ว อีกหน่อยหาสามีที่สีไวโอลินเป็นก็พอแล้ว ถึงตอนนั้นให้เขาสีให้หนูฟังทุกวันเลย”
คำพูดที่กล้าหาญของกมลแทบจะทำให้นรมนสำลักตาย
เด็กบ๊องคนนี้มีความคิดแบบไหนกัน
แต่มารยาทขั้นพื้นฐานและหลักสูตรบังคับสำหรับผู้หญิงชั้นสูงก็คือความสามารถเหล่านี้ เธอเพียงแค่อยากให้กมลรับความทุกข์เหล่านี้ช้าหน่อยซักสองสามปี
คิดมาถึงตรงนี้ นรมนเพียงแต่มองเธออย่างรักใคร่ ไม่ได้พูดอะไรอีก
ตอนที่บุริศร์พาลูกชายกลับมา นรมนกับกมลก็กินข้าวเช้าเสร็จแล้ว กมลนอนอย่างขี้เกียจอยู่บนโซฟามีความรู้สึกงัวเงียเล็กน้อย และนรมนก็จัดเก็บข้าวของที่อีกเดี๋ยวพวกเด็กๆต้องใช้
เสียงเพลงด้านนอกไม่รู้ว่าหยุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่
บุริศร์เองก็ไม่ได้ใส่ใจ เห็นว่านรมนตื่นแล้ว ระหว่างคิ้วมีความเขินอายของผู้หญิงตัวน้อย มองดูแล้วมีเสน่ห์มาก
สัมผัสได้ถึงสายตาของบุริศร์ ใบหน้าของนรมนก็แดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะตอนนี้มีฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากร่างกายของเขา ทำให้คนรู้สึกทนไม่ได้
กานต์ส่งเสียงกระแอม ดึงกิจจากลับห้องไปอาบน้ำ
ถูกบังคับให้ดูการแสดงความรัก พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกหลีกเลี่ยงไม่ดูใช่ไหม?
กมลเป็นเด็กใสซื่อ ไม่ได้สัมผัสถึงอะไร ก็ถูกกานต์ลากไปแล้ว
ในตอนที่ห้องรับแขกเหลือเพียงแค่นรมนกับบุริศร์ นรมนอยากหนีโดยไม่รู้ตัว แต่กลับถูกบุริศร์กอดล้อมไว้
“ไปทำไม? ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย”
คำพูดนี้พูดอย่างธรรมดา แต่ลมหายใจของเขารดลงบนใบหน้าของนรมน ทำให้นรมนหน้าแดงขึ้นมา
“งั้นฉันเสิร์ฟอาหารให้นาย”
ขณะที่พูดนรมนก็ดิ้นรนออกมา แต่กลับพบว่าวงแขนของบุริศร์นั้นแน่นมาก ดิ้นไม่หลุดเลยซักนิด
“นายปล่อยน่า”
นรมนมีความเขินอาย
บุริศร์เห็นท่าทางตอนนี้ของนรมน อยากที่จะกดเธอลงไป แล้วจัดการซะบนพื้น แต่เขารู้ว่านรมนไม่สามารถทนรับการร้องขอบ่อยครั้งแบบนี้ได้
“ดูเธอประหม่าเข้าสิ ฉันกินเธอเข้าไปเลยดีไหม?”
บุริศร์ยิ้ม จากนั้นก็ปล่อยนรมน
นรมนวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
บุริศร์รู้สึกว่าในใจและอ้อมแขนว่างเปล่า
นรมนวิ่งมาจนถึงห้องครัว ยังคงรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว เป็นสามีภรรยากันมาตั้งนาน แต่ตอนนี้ยังรู้สึกเหมือนความรักเร่าร้อน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
ใจเต้นเร็วมาก
เธอผ่อนคลายอารมณ์ของตัวเองลง แล้วถึงยกอาหารเช้าไปให้บุริศร์ แล้วก็เรียกพวกเด็กๆออกมากินอาหารเช้า
กานต์กับกิจจาอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย กมลเองก็เปลี่ยนไปใส่กระโปรงที่สวยงาม จากนั้นก็นำของกินไปนิดหน่อย
หลังจากทั้งครอบครัวเตรียมตัวพร้อมแล้ว บุริศร์ก็พาพวกเขาขึ้นรถ
เพราะเป็นการออกไปเที่ยวทั้งครอบครัวครั้งแรก พวกกมลกับกานต์ดูมีความสุขมาก
เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กๆ มุมปากของนรมนเองก็โค้งขึ้นเล็กน้อย
บุริศร์พาพวกเขามาถึงตีนเขาแห่งหนึ่ง
กมลมีความโอดครวญทันที
“แด๊ดดี้ คงไม่ได้จะพาพวกเรามาปีนเขาใช่ไหม?”
“ฉลาดจริงๆ ร่างกายลูกไม่โอเคเกินไปแล้ว ต้องออกกำลังกาย อีกอย่างนี่คือแท่งออกซิเจนธรรมชาติ ดีต่อร่างกายมาก มา ปีนเขาออกกำลังกายกับพวกพี่ชายเถอะ”
คำพูดของบุริศร์ทำให้กมลหน้ายับทันที
“หนูไม่เอา หนูปฏิเสธได้ไหม? หรือไม่หนูรอทุกคนอยู่บนรถก็ได้”
บุริศร์ส่งตายตาให้กานต์กับกิจจา ทั้งสองก็หิ้วกมลเดินออกไป
“หนูไม่เอา! หม่ามี๊ ช่วยด้วย!”
กมลร้องคร่ำครวญ แต่นรมนกลับเม้มปากยิ้ม
“นายนี่รู้วิธีกลั่นแกล้งลูกสาวนายจริงๆ”
นรมนมองไปที่บุริศร์ ความรู้สึกรักใคร่ที่พูดไม่ออก
“ไปเถอะ พวกเราก็ลงไปเดินหน่อย”