ตอนที่ 1227
บทที่ 1227 เด็กดี ขอรางวัลหน่อยสิ
October 31, 2026
ตู้เซฟปกติแล้วใช้เก็บของมีค่ามาก
ข้างในไม่ใช่เงินก็คือเอกสารหรือหลักฐานสำคัญเป็นพิเศษ
ดวงตาวินเซนต์ฉายแววตื่นเต้น
“หาคนมาเปิดตู้เซฟ ฉันต้องรู้ให้ได้ข้างในมีอะไรกันแน่”
หลังจากวินเซนต์สั่งแล้ว ลูกน้องก็รีบเดินเข้ามา เริ่มลองเปิดตู้เซฟ
ใช้เวลาเปิดตู้เซฟประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อตู้เซฟเปิดออก ประกายแสงทองคำข้างในก็ส่องตาทุกคนจนแทบตาบอด
“โอ้โห ปองภพมีเงินขนาดนี้เชียว เก็บทองคำตั้งเยอะแยะ จำนวนมากทีเดียว เอาทองไปแลกเงินเพิ่มมูลค่าได้ ฉลาดทีเดียว”
คำพูดของลูกน้องทำให้วินเซนต์ขมวดคิ้วนิดหนึ่ง
เบื้องหน้ามีทองคำแท่งสิบกว่าก้อน ดูแล้ววางเป็นระเบียบ
ยุคนี้ไม่ค่อยมีใครเก็บทองคำในบ้านแล้ว นึกไม่ถึงปองภพจะทำอย่างนี้
คนที่ทำอย่างนี้มีความเป็นไปได้แค่สองอย่าง
ข้อแรกก็คือคนนี้ชอบทองมาก
และข้อสองก็คือคนนี้ไม่สะดวกเก็บเงิน
ยุคสารสนเทศอย่างทุกวันนี้ แค่บัตรประชาชนใบหนึ่งกับมือถือเครื่องหนึ่งก็พกพาเงินได้แล้ว ทำไมปองภพต้องเปลี่ยนเป็นทองคำแท่งเก็บไว้ในบ้านกันล่ะ
และตอนนี้ทองคำยังอยู่ ส่วนคนหนีไปแล้ว เห็นได้ว่าปองภพรีบร้อนแค่ไหนตอนหนีไป
วินเซนต์ใช้นิ้วจับคางเบาๆ สายตาครุ่นคิด
ทำไมล่ะ
ในหัวทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น
วินเซนต์เงยหน้าขึ้นอย่างเร็ว สั่งลูกน้อง “ไปค้นบัตรประชาชนปองภพ แล้วก็ข้อมูลส่วนตัว เริ่มจากที่เมืองชลธียี่สิบกว่าปีก่อน”
ลูกน้องชะงักนิดหนึ่ง
“ลูกพี่ สงสัยปองภพคือชื่อปลอมหรือครับ”
“ถ้าใช่ชื่อจริงจะไม่มีบัตรประชาชนไม่มีบัญชีธนาคารหรือ ทองคำเยอะขนาดนี้ถ้าเปลี่ยนเป็นเงินจะหนีง่ายขนาดไหน ทำไมต้องเก็บในบ้าน นอกจากเขาไม่มีบัตรประชาชนและไม่มีบัญชีธนาคาร ไปตรวจสอบรายชื่อคนตายของเมืองชลธียี่สิบกว่าปีก่อน อีกอย่าง ตรวจสอบที่นี่ให้ละเอียด แก้วยาสีฟันแปรงสีฟันอะไรก็ได้เอาไปส่งตรวจให้หมด หาดีเอ็นเอ จากนั้นก็ส่งไปเทียบข้อมูลประจำตัวกับคลังข้อมูล”
วินเซนต์เมื่อเจอทางเข้าแล้วก็รีบดำเนินการอย่างรวดเร็วเด็ดขาด
ทุกคนไปทำตามที่วินเซนต์กำชับ
เจตต์ย่อมนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะเรื่องผลตรวจร่างกาย
คนเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบก็คือนรมน
นรมนมีความสุขตื่นเต้นคุยกับเพื่อนๆ อยู่นาน จากนั้นก็เห็นนิ้วเรียวยาวจับมือถือของเธอ เธอยังอยากคุยต่อก็ถูกแย่งไปแล้ว
“ฉันยังไม่ได้บอกลาพวกเขาเลย”
นรมนรู้สึกเซ็ง
บุริศร์กลับไม่ยอมประนีประนอม “ดึกมากแล้ว รีบนอนเร็ว พรุ่งนี้เราถ่ายรูปสระมังกรให้เรียบร้อยด้วย จากนั้นค่อยไปที่อื่น”
นึกถึงพรุ่งนี้ถ้าหากเริ่มถ่ายรูปแล้ว จะต้องมีกิจกรรมมาก นรมนก็ไม่ดึงดันแล้ว
“คุณหาสตูดิโอถ่ายภาพได้เร็วขนาดนี้เลยหรือคะ”
บุริศร์ส่ายหน้า “ทำไมต้องหาสตูดิโอถ่ายภาพ ใช่ว่าในมือผมไม่มีทีมถ่ายภาพ แค่โทรไปหาให้พวกเขามาพรุ่งนี้ก็ได้แล้ว แถมไม่ต้องเขินด้วย”
“ก็ดีค่ะ”
นรมนชอบข้อเสนอนี้มาก
บุริศร์จู่ๆ ก็เข้ามาใกล้ ยิ้มเจ้าเล่ห์ “งั้นคุณมีรางวัลให้หน่อยมั้ย”
“บุริศร์ ตกลงกันแล้วคืนนี้พักรบไง”
นรมนรู้สึกเซ็ง
ผู้ชายคนนี้ไม่รู้จักเหนื่อยหรือไง
เห็นภรรยาตัวเองตกใจขนาดนั้น บุริศร์ก็หัวเราะออกมา
“ผมแค่อยากจูบเอง ที่รัก คุณคิดไปถึงไหนแล้ว”
ใบหน้าของนรมนแดงเรื่อขึ้นมา
ผู้ชายบ้า!
เขาต้องตั้งใจแน่ๆ!
นรมนทำปากจู๋น่ารักมาก บุริศร์จูบทีหนึ่ง ทันใดนั้นก็ถูกนรมนผลักออกอย่างรังเกียจ
“ฉันจะนอนแล้ว ไม่ต้องรบกวนฉัน”
เธอพูดท่าทางดุมาก
“โอเค”
บุริศร์ยิ้มพยักหน้า
เดิมทีนรมนพลิกตัวคิดจะงอนบุริศร์ แต่เตียงอบอุ่นมาก อุณหภูมิรอบๆ ก็อบอุ่น ทำให้หนังตาเธอหนักขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็หลับไป
ในความฝันบุริศร์จูงมือเธอเดินเล่นท่ามกลางแสงดาว มีเก้ามังกรลากรถ ภาพนั้นอลังการมาก
นรมนในความฝันหัวเราะออกมา
นี่เป็นครั้งแรกที่บุริศร์เห็นนรมนมีความสุขอย่างนี้ แม้แต่นอนหลับยังยิ้มอย่างมีความสุข
เขาอยากให้นรมนเป็นอย่างนี้ตลอดไป
มุมปากของเขายิ้มออกมา ยื่นแขนยาวช้อนนรมนเข้ามาในอ้อมกอด จากนั้นก็ดมกลิ่นหอมจากตัวเธอนอนหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้นตอนที่ตื่นขึ้นมา ข้างกายนรมนไม่มีบุริศร์แล้ว
เตียงหินอบอุ่นทำให้นรมนไม่อยากลุกขึ้น
เธอพยายามอยู่ครู่หนึ่ง ได้ยินเสียงสดใสของกมลดังมาจากข้างนอก ถึงค่อยลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า แล้วเปิดประตูเดินออกไป
ไม่รู้ว่าที่นี่มีชิงช้าตั้งแต่ตอนไหน
กมลนั่งบนชิงช้า บุริศร์แกว่งชิงช้าเบาๆ อยู่ข้างหลัง เสียงหัวเราะใสเหมือนระฆังดังไปทั่ว ทำให้นรมนรู้สึกอบอุ่นใจ มุมปากอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“หม่ามี้ อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
กมลเรียบร้อยมากขึ้นแล้ว
เธอโบกมือให้นรมน
“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”
นรมนยิ้มตอบ เห็นดวงตาอ่อนโยนของบุริศร์มองมาทางเธอ
“ที่รัก อรุณสวัสดิ์ครับ”