ตอนที่ 1232
บทที่ 1232 คุณจะฆ่าฉันมั้ย
October 31, 2026
“กลัวขึ้นมาแล้วหรือ”
วินเซนต์มองใบหน้าซีดเผือดของเกวลิน ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
เขาเป็นผู้ชายที่หล่อมาก แต่ความมืดหม่นหลายปีมานี้ทำให้ไม่มีใครกล้ามองหน้าเขา
เกวลินแทบไม่เคยเห็นเขายิ้ม ยิ้มเย็นในบางครั้งทำให้รู้สึกหวาดหวั่น แต่เฉพาะครั้งนี้ ครั้งนี้วินเซนต์ยิ้มจริงๆ แล้ว
ใบหน้าข้างขวาตอนที่ยิ้มขึ้นคล้ายกับจะปรากฏลักยิ้ม ดูแล้วเหมือนพี่ชายข้างบ้านที่อบอุ่น
รอยยิ้มบริสุทธิ์ของเขาในตอนนี้ทำให้รู้สึกหวั่นไหว
เกวลินรีบหันหน้าหนี
หวั่นไหวหรือ
เธอจะรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ทำให้หวั่นไหวได้อย่างไร
เขาเป็นปีศาจนะอย่าลืม
วินเซนต์ไม่สนใจเกวลินคิดอะไร เขาอยากจะจุดบุหรี่สูบอีก แต่บุหรี่หมดแล้ว
ตั้งแต่ทรรศยาตาย เขาก็ห่างนิโคตินไม่ได้ สูบหนักขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ติดแล้ว
ตอนนี้กล่องบุหรี่ว่างเปล่าแล้ว เขาย่นคิ้ว แต่ไม่คิดจะออกไป
เขามองรถราที่แล่นอยู่ข้างนอก พูดเสียงแผ่วเบา “รู้มั้ย หลังจากฉันแก้แค้นให้ทรรศยา กลับไปที่บ้านเดิมของทรรศยา ฉันอยากจะรับพ่อแม่ของเธอมาอยู่ด้วย เป็นเหมือนพ่อแม่ของตัวเอง ตอบแทนบุญคุณแทนทรรศยา แต่พวกเขากลับไล่ฉันออกจากบ้าน ถึงกับไม่อยากเห็นหน้าด้วยซ้ำ”
“พวกเขาบอกว่าฉันเป็นปีศาจ บอกว่าทำไมฉันโหดเหี้ยมอย่างนั้น ทำไมไม่ให้กฎหมายลงโทษคนพวกนั้นก็ได้ ทำไมต้องไล่ฆ่าพวกนั้นทีละคน ตอนนั้นฉันนึกว่าได้ยินเรื่องตลก”
“ตอนที่ทรรศยาถูกพวกมันทำอย่างนั้นทำไม่ไม่พูด ทรรศยาเป็นแค่ผู้หญิง ผู้หญิงบอบบาง พวกมันหั่นศพทรรศยาโหดเหี้ยมอย่างนั้น ฉันก็แค่ตอบโตตาต่อตา พ่อแม่มองฉันเหมือนมองนักโทษ พวกเขาบอกว่าฉันไม่คู่ควรกับทรรศยา บอกว่าดีแล้วที่ฉันไม่ได้แต่งงานกับทรรศยา ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้ลูกสาวพวกเขาเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
ตอนที่พูดถึงตรงนี้ ใบหน้าวินเซนต์ในที่สุดก็ปรากฏความเจ็บปวดและเสียใจ
ความเจ็บปวดรวดร้าวนั้นลึกเหลือเกิน ลึกจนใจของเกวลินเศร้าตามไปด้วย
“ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมพวกเขาทำอย่างนี้กับคุณ คุณทำอย่างนี้ก็เพื่อลูกสาวของพวกเขาไม่ใช่หรือ”
ใช่แล้ว
เขาใช้ชีวิตคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงเพื่อทรรศยา แต่พ่อแม่ของเธอกลับไม่สนใจเขา เขาทั้งเจ็บทั้งเศร้าเหลือเกิน แต่เขาไม่เคยใส่ใจ
คนเดียวที่เขาใส่ใจมีแต่ทรรศยา
แต่ละคนก็มีวิธีแก้แค้นเป็นของตัวเอง
พวกสารเลวนั่นส่งให้กฎหมายจัดการ ย่อมหนีไม่พ้นความตาย แต่พวกนั้นตายง่ายเกินไป
ความทรมานที่ทรรศยาได้รับ ทำไมต้องให้พวกมันได้มีความสุขล่ะ
สายตาของวินเซนต์กลับมามีความเย็นชาอีกครั้ง
“ฉันไม่โทษพวกเขา พวกเขาเป็นคนซื่อสัตย์ เติบโตท่ามกลางแสงสว่าง พวกเขาไม่รู้ว่าโลกนี้มืดมิดแค่ไหน โหดร้ายแค่ไหน พวกเขารู้แค่ลูกสาวเสียสละ ได้รับการยกย่องเป็นวีรสตรี นี่คือเกียรติของครอบครัว เป็นความภูมิใจของทรรศยา แต่ถ้าให้ฉันเลือก ฉันยอมไม่เลือกความภูมิใจนั่น ฉันขอแค่ให้เธอมีชีวิตอยู่เคียงข้างฉัน ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกด้วยกัน มีลูกให้ฉัน ครอบครัวของเรามีความสุขตลอดไป”
เสียงของวินเซนต์จู่ๆ ก็สะอึก น้ำตารื้นขึ้นในดวงตา
นานเท่าไหร่แล้ว
นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้คิดถึงทรรศยาขนาดนี้
เก้าปีแล้ว!
เขาปิดใจตัดขาดกับความรักใช้ชีวิตเหมือนศพเดินได้ วันนี้ถูกแทงแผลเก่า เห็นความจริงใจและสวยงามในตอนนั้นในหยดเลือด เขาไม่อาจอดกลั้นไว้ได้ชั่วขณะ
เกวลินตะลึงงัน
ดูเหมือนผู้ชายคนนี้รักผู้หญิงที่ชื่อทรรศยาจริงๆ
ถ้าเธอมีคนรักแบบนี้ เช่นนั้นคงตายตาหลับมั้ง
แต่บุณพจน์ของเธอล่ะ
เกวลินทันใดนั้นรู้สึกไม่ค่อยอยากจะคิดเรื่องนั้น
เธอก้มหน้าพูดแผ่วเบา “ฉันถูกเขาเก็บมา”
วินเซนต์ตะลึง
เขาแค่อยากจะพูดความในใจที่ตลอดหลายปีมานี้อยากจะพูดกับทรรศยาให้จบเท่านั้น แต่นึกไม่ถึงเกวลินจะพูดถึงเรื่องของตัวเองขึ้นมา
วินเซนต์ย่นคิ้วนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้ขัดเธอ
เกวลินกลับฝืนยิ้ม “ฉันเป็นเด็กกำพร้า ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่ในบ้านเด็กกำพร้าแล้ว เด็กที่นั่นน่ารำคาญมาก พวกเขาชอบรังแกฉัน เพราะฉันผิวเหลืองตาดำ แตกต่างจากพวกเขา แม้แต่หัวหน้าบ้านเด็กกำพร้าก็ไม่ช่วยฉัน ทุกวันฉันกินข้าวเหลือทิ้ง กินน้ำที่พวกเขาไม่ดื่ม ฉันคิดว่าตัวเองคงจะโตแบบนี้ในบ้านเด็กกำพร้า แต่ปีที่ฉันอายุสิบสี่บุณพจน์ก็มา”
“เขาเหมือนแสงอาทิตย์ส่องสว่าง พูดจาอ่อนโยนกับฉัน เธออยากไปจากที่นี่มั้ย อยากไปกับฉันมั้ย ตอนนั้นรอยยิ้มของเขาอบอุ่นมาก เหมือนแสงอาทิตย์ สายตาของเขาก็เหมือนกัน ฉันไม่ลังเลที่จะตามเขาไป ฉันบอกตัวเอง ฉันอยากจะเจอคนที่เหมือนกับฉัน คนที่ประเภทเดียวกับฉัน”