ตอนที่ 1237
บทที่ 1237 คุณฝันไปเถอะ
October 31, 2026
“มีข่าวแล้วหรือคะ”
นรมนซาบซึ้งใจ
เรื่องนี้รบกวนจิตใจคุณท่านตนุวรมาทั้งชีวิต ถ้าหากตอนนี้ยังหาตัวผู้ร้ายไม่ได้ เขาคงไม่รู้ว่าจะมีหน้าไปพบเมียได้อย่างไร
ป้องพยักหน้า “ครับ มีข่าวแล้ว ได้ยินว่าเป็นคนพเนจร แต่คนพเนจรจะเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่ ยังต้องยืนยันอีกที”
นรมนขมวดคิ้วแน่น
คนพเนจรหรือ
คนพเนจรไม่มีความแค้นกับคุณท่านตนุวร จะเข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร กลัวว่าจะเป็นวิธีการอำพราง แต่ในเมื่อมีเบาะแสแล้ว ความจริงที่พวกเขาต้องการอยู่ไม่ไกลแล้วหรือเปล่า
นรมนไม่อาจปิดบังความซาบซึ้งได้
ป้องก็ดีใจเช่นกัน
ในตอนนั้นเรื่องนี้สั่นสะเทือนมาก อีกทั้งคุณท่านตนุวรเป็นคนที่เขาเคารพมากที่สุด ย่อมหวังว่าเขาจะช่วยอะไรได้บ้าง
หากวีรบุรุษที่ภักดีต่อชาติไม่ได้รับการปลอบใจจากครอบครัว นั่นทำให้ใจของคนตั้งเท่าไหร่รู้สึกหนาวเหน็บ
“เรื่องนี้ผมจะเร่งสืบ วางใจเถอะ หวังว่าพี่สะใภ้รองจะช่วยดูแลพี่รองมากๆ”
“แน่นอนค่ะ เขาเป็นสามีของฉัน”
นรมนยิ้มบางๆ ออกมา
ป้องถึงรู้สึกว่าตัวเองเคยอคติกับนรมน
เขามองเรื่องราวจากมุมของบุริศร์ ตอนนี้ย้อนคิดกลับไป นรมนต้องเสียอะไรบ้างเพื่อบุริศร์
เกรงว่าจะเสียสละมากกว่าบุริศร์เสียอีก
“พี่สะใภ้รอง ขอโทษครับ”
ป้องขอโทษจากใจจริง แต่ทำให้นรมนไม่เข้าใจ
“ทำไมจู่ๆ ก็ขอโทษล่ะคะ”
ป้องแค่ยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นปล่อยวางและเข้าใจ
“ไม่มีอะไรครับ คิดว่าสมองผมเพี้ยนๆ ไปละกัน”
พูดจบป้องก็เดินเข้าไปในห้องพักของวินเซนต์
นรมนไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของป้อง แต่ก็รับรู้ได้ถึงเจตนาดีของป้อง ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ จากนั้นก็กลับไปที่สหภาพQT
นรมนออกไปแล้วบุริศร์ก็สงบจิตใจพักหนึ่ง ตอนที่ออกมาอีกครั้งก็ไม่เห็นนรมน เขารู้สึกกังวลทันที
เมื่อครู่เขาทำอะไรไม่ดีหรือเปล่า ทำให้นรมนโกรธหรือเปล่า
เธอไปไหนกัน
ไปจากเขาแล้วหรือเปล่า
บุริศร์รีบเดินตามหา
“เห็นพี่สะใภ้พวกนายมั้ย”
บุริศร์ดวงตาแดงก่ำ ความรุนแรงที่แผ่จากตัวทำให้รู้สึกหนาว
“พี่สะใภ้น่าจะไปโรงพยาบาลเยี่ยมพี่วินเซนต์ครับ”
ลูกน้องคนหนึ่งพูดตัวสั่น
บุริศร์ขมวดคิ้วแน่น กำลังจะออกไป ก็เห็นนรมนลงมาจากรถเดินเข้ามาแล้ว
“คุณไปไหนมาครับ”
บุริศร์รีบเข้าไปหา ดวงตาแดงมีความน้อยใจ ทำให้นรมนอึ้งไป
“คุณเป็นอะไรไปคะ”
“ต่อไปอย่าทิ้งผมไว้แอบออกไปคนเดียวนะ”
บุริศร์ขมวดคิ้วพลางพูด กอดนรมนแน่น ไม่สนใจมีหลายคนยืนข้างๆ มองดูอยู่ เขารู้สึกแค่วินาทีที่กอดนรมน อารมณ์หงุดหงิดรุนแรงทั้งตัวก็สงบลงในพริบตา ความรู้สึกไม่สงบร้อนใจก็ค่อยๆ หายไป
นรมนตบหลังบุริศร์เบาๆ
นับแต่ได้รับพิษทองคำดูเหมือนเขาจะรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัยมากเป็นพิเศษ โกรธหงุดหงิดง่าย เธอไม่รู้ว่าแบบนี้ดีหรือไม่ รู้แต่ว่า บุริศร์ตัวติดกับเธอมากขึ้นทุกที
“ฉันแค่ไปดูวินเซนต์ที่โรงพยาบาล ตอนนี้ก็กลับมาแล้วไม่ใช่หรือคะ”
“อึม”
บุริศร์รับคำเบาๆ และดมกลิ่นหอมของเธอ กระซิบ “ผมหิวแล้ว คุณไม่อยู่ใครจะเป็นเพื่อนผมกินข้าวล่ะ”
นรมนอยากจะหัวเราะ
ข้ออ้างนี้ไม่เข้าท่าเลย
“ค่ะ ฉันก็หิวแล้ว คุณไปกินข้าวกับฉันเถอะ”
“เยี่ยมเลย”
บุริศร์พูดเหมือนฝืนนิดๆ แต่ยิ้มที่มุมปาก
เขาเหลือบมองนรมน เห็นเธอยิ้มแย้ม เหมือนไม่ได้โกรธอะไร ก็ถามขึ้น “ทำไมไปนานจังครับ”
“ฉันนึกว่าคุณต้องใช้เวลาสงบสติอารมณ์นานค่ะ”
นรมนเลิกคิ้ว
บุริศร์รีบพูดขึ้น “ผมไม่ได้ตั้งใจจะไม่สนใจคุณ ผมแค่จู่ๆ ก็...”
“ฉันเข้าใจค่ะ ไม่ว่าพิรุณเป็นใคร บุณพจน์บางทีอาจเป็นคนที่คุณไม่อยากเกี่ยวข้องมากที่สุด แต่ตอนนี้คนนี้ไม่ใช่แค่ทำร้ายพี่น้องของคุณ แต่ถึงกับยังอาจจะทำร้ายคุณด้วย คุณจะไม่เผชิญหน้าได้อย่างไร”
นรมนรู้ดีที่จริงแล้วในใจบุริศร์ไม่อยากเกี่ยวข้องกับคนที่มีสายเลือดเดียวกับเขา ในเมื่อคนพวกนี้ไม่เคยสร้างความทรงจำที่ดีให้เขา ถึงกับต้องการอะไรบางอย่างจากเขา ตอนที่เขาได้ยินว่าบุณพจน์อาจเป็นลูกชายของพิรุณจึงมีปฏิกิริยามากขนาดนั้น
บุริศร์ขมวดคิ้ว สายตาเย็นชา
“คนที่เกี่ยวข้องทางสายเลือดพวกนั้นไม่เคยคิดดีกับผม ทำไมผมต้องดีกับเขาด้วย ถ้าหากบุณพจน์เป็นลูกชายของพิรุณจริง อยากได้อะไรจากผม ผมจะไม่มีทางอดทน ผมให้คนไปสืบเรื่องวินเซนต์แล้ว อีกไม่นานคงจะได้ข่าว คุณหิวแล้วไม่ใช่หรือ เรากินข้าวกันเถอะ”
น้ำเสียงสุดท้ายของบุริศร์สบายใจ