ตอนที่ 1251
บทที่ 1251 นี่คุณยังจะเอาหน้าอีกไหม
October 31, 2026
นรมนพูดไม่ออกว่าตอนนี้รู้สึกยังไง รู้สึกแต่เพียงไม่มีทางเข้าใจการกระทำของวินเซนต์ได้เลย แต่ว่าคนเราทุกคนต่างก็มีทางเลือกเป็นของตัวเอง และถ้าวินเซนต์สามารถยอมปล่อยวางความหลงใหลต่อทรรศยาไปได้ บางทีอาจจะเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งก็ได้
พอคิดถึงตรงนี้ จิตใจของนรมนก็ผ่อนคลายลงเยอะ
“ถ้างั้นตอนนี้พวกเราจะทำยังไงดี? ยังต้องเข้าไปอีกไหมคะ?”
“ช่างเถอะ ให้เวลาส่วนตัวกับพวกเขาหน่อยดีกว่า”
บุริศร์จูงมือของนรมนเอาไว้ แล้วทั้งสองคนก็เดินออกไปจากโรงพยาบาล
ที่ด้านนอกแสงแดดจัดกำลังส่องลงมาจากเบื้องบน อารมณ์ของนรมนก็ผ่อนคลายลงเยอะแล้ว เหมือนกับอยู่ ๆ หมอกควันในใจก็สลายไป ทำให้คนรู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก
“อยากจะไปช้อปปิ้งไหม?”
บุริศร์เห็นท่าทางนรมนเหมือนกับจะมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า แล้วอยู่ ๆ ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก
นรมนอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหัวแล้วพูดขึ้นว่า “ยังไม่รู้เลยว่ากานต์เป็นยังไงบ้าง พวกเรากลับไปดูกานต์ก่อนดีกว่า”
“เจ้าเด็กนั่นไม่เป็นไรหรอก แค่ต้องพักฟื้นสักช่วงหนึ่ง กลับไปก็ได้แต่นั่งจ้องตากัน หรือไม่ผมพาคุณไปซื้ออะไรอร่อยกินหน่อยดีกว่า? หรือว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าสักหน่อย? หลายวันมานี้คุณก็อารมณ์ไม่ค่อยดี เขาว่ากันว่าตอนที่ผู้หญิงอารมณ์ไม่ดีถ้าได้ช้อป ช้อป ช้อปก็จะดีขึ้นแล้วไม่ใช่เหรอ?”
คำพูดของบุริศร์ทำให้นรมนรู้สึกขำเล็กน้อย
นี่ถ้ากานต์มาได้ยินว่าพ่อตัวเองรังเกียจตัวเองเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะเสียใจขนาดไหน
“คุณนี่ อยู่ ๆ ก็รู้จักมาเอาใจสาวแล้ว หรือว่ามีสถานการณ์อะไรอยู่ข้างนอกหรือเปล่าคะ?”
นรมนถามขึ้นอย่างล้อเล่น
บุริศร์พูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ผมไม่มีอะไรทั้งนั้น ก็แค่อยากจะให้ภรรยาดีใจก็เท่านั้น แล้วอีกอย่าง เพิ่งทำให้คุณโกรธมาเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ? ก็ถือซะว่าเป็นการไถ่โทษละกัน”
นรมนนึกถึงการถกเถียงกันของทั้งสองคน แล้วก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า “การลงมือทำไปคนเดียวนั้นเป็นเพราะว่าฉันคิดไม่ถี่ถ้วนเอง มันก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดของคุณซะทั้งหมด เป็นเพราะว่าฉันมั่นใจในตัวเองมากเกินไป ฉันคิดแต่เป็นห่วงความรู้สึกของคุณ แต่กลับไม่ได้คิดให้รอบคอบและวางแผนระบบความปลอดภัยให้ดี หนำซ้ำยังผลักคุณออกไปคนเดียวอีก เป็นเพราะว่าฉันเห็นแก่ตัวมากเกินไปเอง”
พอได้ยินภรรยาพูดแบบนี้ บุริศร์ก็รีบพูดขึ้นมาว่า “อย่าพูดแบบนี้ ความตั้งใจแรกของคุณก็เพราะหวังดีต่อผม ผมรู้ว่า ตอนนี้ผมเป็นคนอารมณ์ร้อนคนหนึ่ง คุณอย่าถือสาผมเลยนะ ตอนนั้นผมเองก็โมโหขึ้นมา พออารมณ์ร้อนปากก็เลยไม่ตรงกับใจ คุณยกโทษให้ผมเถอะนะดีไหม? หรือว่าวันนี้จะให้การ์ดคุณใบหนึ่ง คุณเอาไปรูดให้ระเบิดไปเลย ถือซะว่าเป็นการไถ่โทษจากผมละกัน?”
นรมนหัวเราะขึ้นมาทันทีเลย
“การ์ดของคุณ? รูดให้ระเบิดไปเลยเหรอ? คุณแน่ใจเหรอคะว่าจะสามารถรูดให้ระเบิดได้?”
บุริศร์เกาหัวอย่างเขินอายเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “หรือว่าเดี๋ยวผมไปทำการ์ดที่วงเงินน้อยหน่อยมาใบหนึ่ง?”
“หลงตัวเอง”
นรมนจ้องเขาอย่างหมั่นไส้ไปทีหนึ่ง จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินออกไปข้างนอก
ในเมื่อประธานบุริศร์มีเวลาว่างและอารมณ์ดีเช่นนี้ งั้นเธอก็ไปเดินดูสักหน่อยดีกว่า อย่างน้อยพวกเขาก็ออกมาท่องเที่ยวกันไม่ใช่เหรอ?
บุริศร์เห็นว่านรมนอารมณ์ดีแล้ว ถึงได้เดินตามหลังไป
เขาเอามือไปประสานกับมือของนรมนอย่างอัตโนมัติ ความรู้สึกแบบนี้มันดีจริง ๆ เลย
ต่อไปถ้าไม่มีอะไรก็อย่าทะเลาะกับนรมนเลยดีกว่า ความรู้สึกหวานแหววแบบนี้ไม่ดีเหรอ? ทำไมเขาจะต้องหาเรื่องใส่ตัวด้วย?
แผงขายของที่ไกล ๆ มีร้านขายลูกชิ้นอยู่
นรมนไม่ได้กินของกินเล่นแบบนี้มานานแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
“พวกเราไปกินลูกชิ้นกันดีไหม?”
เธอเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้บุริศร์
บุริศร์รู้สึกมึนงงอยู่บ้าง
“นั่นมันคืออะไร?”
“ของกินเลิศรสในโลกมนุษย์ ไปกันเถอะ!”
นรมนรู้ว่าบุริศร์จะต้องไม่เคยกินของแบบนี้มาก่อนแน่ จึงรีบดึงมือของเขาแล้วก็ลากไปเลย
“เถ้าแก่ เอาลูกชิ้นสิบบาทค่ะ”
นรมนดีใจอย่างกับเป็นเด็กคนหนึ่ง
บุริศร์รู้สึกเหมือนกับว่าได้เห็นนรมนในสมัยเรียนมหาลัย
ในเวลานั้นเธออ่อนเยาว์สวยงาม สดใสร่าเริง เหมือนอย่างกับตอนนี้เลย
บุริศร์อดไม่ได้ที่จะจ้องมองอย่างหลงใหลขึ้นมา
ในตอนที่กลิ่นหอมลอยผ่านจากตัวไปนั้น บุริศร์ถึงพบว่าเจ้าลูกชิ้นที่ว่านั้นมันเป็นของทอด แต่ว่าสีของน้ำมันที่ทอดนั้นทำให้คนไม่กล้าที่จะชื่นชมเลย
หัวคิ้วของเขาอดไม่ได้ที่จะขมวดขึ้น
“นี่มันคือน้ำมันอะไร?”
คำพูดของบุริศร์ทำให้เถ้าแก่อึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “น้ำมันถั่วลิสง”
“ไม่ใช่แน่ กลิ่นแบบนี้ต้องไม่ใช่น้ำมันถั่วลิสงแน่”
บุริศร์ยังอยากจะพูดอะไรต่ออีก ก็รู้สึกว่าแขนเสื้อของตัวเองโดนดึงขึ้นมาทีหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นของนรมนถลึงตาใส่เขาทีหนึ่ง ทำให้บุริศร์รู้สึกหดหู่ขึ้นมาเล็กน้อย
“ของอย่างนี้กินไม่ได้ น้ำมันไม่ปลอดภัย ใครจะไปรู้ว่าใช่น้ำมันทอดซ้ำหรือเปล่า”
น้ำเสียงของบุริศร์ไม่ได้ดังมาก จึงทำให้นรมนได้ยินคนเดียวพอดี เขาไม่กลัวว่าเถ้าแก่ได้ยินเข้าหรอก แต่ที่สำคัญคือช่วงนี้ยังมีพวกเสนาธิการอะไรนั่นอยู่ที่นี่ด้วย ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาแล้วรู้ถึงหูพวกเขาเข้า ความหวังจะมาเดินเล่นสักหน่อยของตัวเองและนรมนก็จะต้องยกเลิกแล้ว
นรมนรู้สึกหมดคำพูดอยู่เล็กน้อย
“คุณหุบปากไปเลย”
“ที่รัก น้ำมันนี้มัน……”
“ถ้ายังพูดอีกคืนนี้จะไม่ให้คุณขึ้นเตียงแล้วนะ”
คำพูดของนรมนนี้นั้นเต็มไปด้วยพลังสั่นสะเทือนเต็มเปี่ยม จึงทำบุริศร์หุบปากไปทันที
ล้อเล่นซิ กลางคืนจะนอนตรงไหนถือเป็นปัญหาใหญ่เลยนะ มันสำคัญกว่าน้ำมันทอดซ้ำอะไรนี่เยอะเลย
แต่เอาไว้พอทอดเสร็จแล้ว เขาไม่ให้นรมนกินก็พอแล้ว
เหมือนกับว่าดูความคิดในใจของบุริศร์ออก นรมนจึงรีบพูดขึ้นว่า “วันนี้ถ้าคุณไม่ให้ฉันกิน งั้นคุณก็อย่าเข้ามาในห้องนอนฉันสักสิบวันหรือครึ่งเดือนไปเลย”
ไหล่ของบุริศร์ตกลงมาทันทีเลย
“ที่รัก คุณคงจะไม่ใช่แล้วมั้ง? ไอ้ของอันนี้มันอร่อยขนาดนี้เลยเหรอ? ถ้าเกิดว่าน้ำมันไม่สะอาดละ มันจะไม่ดีต่อสุขภาพนะ”
“ขอร้องละ พวกเราก็แค่บังเอิญกินครั้งสองครั้ง ไม่ทำให้ตายหรอก แล้วอีกอย่างพวกอาหารแปรรูปก็ไม่ใช่ของดีอะไร ตอนที่คุณเห็นกมลกิน ก็ไม่เห็นคุณจะว่าอะไรกมลเลย?”
นรมนรู้สึกหมดคำพูดอยู่บ้าง
เธอไม่ได้กินทุกวันสักหน่อย แค่นาน ๆ กินครั้งหนึ่ง แล้วอีกอย่างใครกันที่บอกให้เธอไปซื้อได้ตามใจชอบเลย?
นี่แค่เริ่มต้นเองก็บ่นอุบอิบแล้ว
นรมนรู้ว่าเขาเป็นแบบนี้เพราะว่าคำนึงถึงสุขภาพของตัวเอง แต่ว่าตอนนี้ข้างนอกไม่ได้ถือสากันมากขนาดนี้แล้ว แล้วอีกอย่างเมื่อกี้เธอก็ได้ดูแล้ว ว่าร้านเล็ก ๆ ร้านนี้ได้รับคำชื่นชมจากโซเชี่ยลมากพอสมควรด้วย