ตอนที่ 1255
บทที่ 1255 ผมต้องการสงบสติอารมณ์สักหน่อย
October 31, 2026
“เรื่องต่ำช้าเหรอ?”
บุริศร์รู้เรื่องราวสกปรกมากมายในตระกูลใหญ่โต แต่ว่าก็ไม่กล้าพูดไปเรื่อยเปื่อย
ธเนศพลยิ้มเย็นและพูดขึ้นว่า “ใช่ เรื่องต่ำช้า พวกเขาวางยาอาหญิง แล้วเอาตัวเธอไปโยนลงบนเตียงของคุณชายใหญ่ตระกูลนาคชำนานที่ตอนนั้นสามารถเทียบกับตระกูลทวีทรัพย์ธาดาได้ ทำให้อาหญิงของผมโดนบีบให้เสียความบริสุทธิ์ไป หนำซ้ำคนของตระกูลธนเกียรติโกศลยังกลัวว่าตระกูลนาคชำนานจะไม่ยอมรับ หลังจากเสร็จเรื่องแล้วยังพาคนมาดักจับพวกเขาอยู่ที่หน้าประตูห้องด้วย จนทำให้อาหญิงของผมแทบอยากจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายไปเลยในตอนนั้น”
ข่าวฉาวแบบนี้ทำให้บุริศร์ไม่ค่อยอยากจะฟังเลย
“คุณชายธเนศพล ผมไม่อยากรู้แล้วได้ไหม? คือว่าผม......”
“ฟังแค่เริ่มต้นก็อยากจะถอนตัวแล้วเหรอ? สายไปซะแล้ว บุริศร์ ในเมื่อคุณรู้ข่าวฉาวของตระกูลธนเกียรติโกศลแล้ว งั้นเรื่องนี้คุณก็จะต้องฟังต่อไป และที่สำคัญยังต้องช่วยผมจัดการให้เรียบร้อย ไม่งั้นละก็ผมฆ่าปิดปากได้นะ คุณก็รู้นี่ ว่าเลือดของคนตระกูลธนเกียรติโกศลนั้นมีอุณหภูมิเย็น”
น้ำเสียงของธเนศพลไม่มีความอบอุ่นใด ๆ
เขาเป็นองค์รัชทายาท อนาคตจะต้องมีสักวันที่จะได้ขึ้นครองราชย์ และตอนนี้ตระกูลธนเกียรติโกศลก็อยู่ในกำมือของธเนศพลแล้ว คำพูดที่เขาพูดมาก็ไม่ได้พูดเกินจริงแน่
บุริศร์รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง ตัวเองไม่ควรสงสัยเลย แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่จำเป็นให้ผลักออกแล้ว
ตอนแรกธเนศพลก็หวังว่าจะเก็บเขามาให้อยู่ในกำมือไว้ อาจจะเพื่อเป็นการเตรียมตัวที่จะขึ้นครองราชย์
ตำแหน่งนั้นมีคนจดจ้องอยู่มากมาย ถ้าอยากจะขึ้นไปให้ได้สำเร็จแน่นอนว่าจะต้องใช้ฝีมือบางอย่าง พึ่งแต่ความสัมพันธ์พี่น้องของเมื่อก่อนอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะให้เขารักษาชีวิตไว้ได้ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างของธเนศพลนั้น บุริศร์สามารถเข้าใจได้
“คุณพูดต่อไปซิ”
พอได้ยินบุริศร์พูดแบบนี้ ไม่รู้ทำไมใจของธเนศพลก็รู้สึกขมขื่นขึ้นเล็กน้อย
เขารู้ ยังไงตัวเองก็กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว
ธเนศพลสูดหายใจเข้าลึก ๆ ทีหนึ่งจากนั้นก็พูดขึ้นว่า “คนของตระกูลธนเกียรติโกศลกลัวว่าอาหญิงจะฆ่าตัวตาย จึงส่งคนไปกักขังเธอไว้ และในเวลาเดียวกันก็ส่งคนไปเร่งรัดงานแต่งกับตระกูลนาคชำนาน หนำซ้ำยังพยายามหาผลประโยชน์และพึ่งพาตระกูลนาคชำนานเพื่อให้ตระกูลธนเกียรติโกศลได้ประโยชน์มาให้ได้มากที่สุดด้วย บางทีตั้งแต่แรกตระกูลนาคชำนานอาจจะอยากแต่งงานกับอาหญิงจริง ๆ ก็ได้ แต่ตอนนั้นตระกูลธนเกียรติโกศลลำบากมากจริง ๆ ข้อเสนอที่ยื่นออกไปจึงเกินไปหน่อย จึงทำให้คนของตระกูลนาคชำนานมีความไม่พอใจขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง จากนั้นการแต่งงานก็เลื่อนออกไป แล้วก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนสุดท้ายอาหญิงก็ตั้งท้องขึ้นมา”
“ผู้หญิงของตระกูลธนเกียรติโกศลท้องก่อนแต่ง นี่เป็นข่าวที่อยู่ในสังคมสมัยนั้นถือได้ว่าเป็นข่าวฉาวอย่างหาไม่ได้เลย แล้วเพื่อจะปกปิดข่าวฉาวนี้คนของตระกูลธนเกียรติโกศลก็ไม่ปรึกษาตระกูลนาคชำนาน แล้วก็ส่งคนไปบีบบังคับให้อาหญิงทำแท้งไป ตอนนั้นอาหญิงแทบจะเป็นบ้า ยังดีที่แม่ผมคลอดผมมา แต่แม่ก็เสียชีวิตไปเพราะว่าคลอดยากแล้วเสียเลือดมาก”
“อาหญิงเพิ่งจะสูญเสียลูกของตัวเองไป แล้วผมก็เสียแม่ไป เธอก็อุ้มผมไว้แล้วเอาไปเลี้ยงเป็นลูกของตัวเองเลย ต่อมาคนของตระกูลนาคชำนานช่วยตระกูลธนเกียรติโกศลผ่านความลำบากนี้ไปได้ แต่กลับไม่เอ่ยเรื่องแต่งงานกับอาหญิงอีกเลย และคนของตระกูลธนเกียรติโกศลก็ทำเป็นเหมือนกับว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อน แล้วก็ละเลยเรื่องงานแต่งของอาหญิงมาแบบนี้ตลอดเลย”
“ปีที่ผมอายุห้าขวบ ตระกูลนาคชำนานแต่งผู้หญิงอื่นเข้าบ้าน ซึ่งเท่ากับว่าได้ละทิ้งเรื่องงานแต่งกับอาหญิงไปเลย อาหญิงเป็นเหมือนกับคนที่ตระกูลตัวเองและตระกูลนาคชำนานทอดทิ้ง ไม่มีคนสนใจความเป็นความตายของเธอ แล้วก็ไม่มีคนไปยุ่งกับความรู้สึกของเธออีก หนำซ้ำพวกเขายังรู้สึกว่ามีอาหญิงเลี้ยงดูผมเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว ในเมื่ออาหญิงเป็นคนของตระกูลธนเกียรติโกศล และผมก็เป็นลูกชายคนโตของตระกูลธนเกียรติโกศล แต่แล้วก็ในปีนั้นเองที่อาหญิงได้รับข่าวของบุญทิวามา”
“ผมจดจำวันนั้นได้เสมอ วันนั้นอาหญิงแต่งตัวสวยมาก เธอลูบหัวผม และพูดกับผมอย่างทำใจไม่ได้ว่าเธอจะไปตามหาความสุขของตัวเองแล้ว จะไปหาผู้ชายคนนั้นที่เคยทำให้หัวใจเธอเต้นตุ๊บ ๆ เธอบอกกับผมว่ารอถ้าเธอแต่งงานแล้ว เธอก็จะพาผู้ชายที่ชื่อบุญทิวากลับมา แล้วจะเลี้ยงดูผมให้เติบใหญ่ไปพร้อมกับเขา แต่ว่าหลังจากที่อาหญิงจากไปครั้งนั้นแล้ว ก็ไม่มีข่าวคราวอะไรอีกเลย”
พอพูดมาถึงตรงนี้ ธเนศพลก็เหมือนกับว่าจะเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก
เขาพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ผมนึกว่าอาหญิงตามหาความสุขของตัวเองได้แล้ว ผมนึกว่าคงจะเป็นเพราะไม่มีทางเลือกเธอถึงได้ไม่กลับมาดูผมเลย ต่อพอผมเติบโตขึ้นมาแล้ว ถึงได้รู้เรื่องราวบางอย่าง ถึงได้รู้ว่าตอนนั้นอาหญิงเกือบจะตายไป และคนที่ทำเรื่องพวกนี้ขึ้นมาก็คือคุณชายใหญ่ธนเดชแห่งตระกูลนาคชำนาน เขาแย่งความบริสุทธิ์ของอาหญิงไป แล้วก็ไม่ยอมแต่งงานกับเธอ แถมยังไม่ให้อาหญิงของผมไปตามหาความสุขของตัวเองอีก ในขณะที่รู้ข่าวว่าอาหญิงของผมตามหาอารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดาบุญทิวาเจอแล้วนั้น เขาก็ใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือออกคำสั่งขึ้นมา แล้วก็ทำการปฏิบัติการขึ้นมาครั้งหนึ่ง จนทำให้หมู่บ้านที่อาหญิงของผมและอารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดาอยู่ไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใด ๆ แม้แต่หมาหรือไก่ และข้ออ้างที่ใช้ในตอนนั้นก็คือหมู่บ้านนั้นเกิดโรคระบาดรุนแรงขึ้นมา จนควบคุมไม่อยู่แล้ว จึงจำเป็นจะต้องจัดการอย่างเร่งด่วน”
คำพูดพวกนี้ของธเนศพลทำให้บุริศร์รู้สึกโกรธขึ้นมาทั้งตัวทันที
“คุณว่าอะไรนะ?”
บุริศร์คิดหาเหตุผลที่หมู่บ้านดารายนโดนทำลายล้างมานับไม่ถ้วน แต่ก็คิดไม่ถึงว่าเหตุผลจะเกิดขึ้นมาจากความรู้สึกโกรธแค้นส่วนตัว
เจ้าธนเดชคนนี้นี่มันสมควรตายจริง ๆ!
“คนคนนี้ตอนนี้อยู่ในตำแหน่งอะไร? อยู่ที่ไหน?”
กลลวงและแผนร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นรอบตัวบุริศร์เองและนรมน ต่างก็เริ่มมาจากหมู่บ้านดารายนโดนทำลายล้าง และคนที่ทำให้หมู่บ้านดารายนโดนทำลายล้างกลับเป็นเจ้าชั่วช้าธนเดช!
เพื่อความสุขส่วนตัวแล้วคนคนนี้ถึงกลับเคลื่อนไหวคนมากมายขนาดนี้ และทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมา หนำซ้ำยังทำให้คนตั้งสามรุ่นต้องมาติดร่างแหและเกี่ยวพันไปด้วย คนคนนี้ถ้าไม่เอามันมาสับให้เป็นหมื่น ๆ ชิ้น บุริศร์ก็จะรู้สึกผิดต่อตัวเองแน่
ธเนศพลกลับพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ธนเดชเจ้าเล่ห์มาก เขาทำการปฏิบัติการใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมา ก็รู้ว่าตัวเองปิดบังได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถปิดบังได้ตลอดชีวิตแน่ เพราะฉะนั้นหลังจากที่เขาทำเรื่องนี้เสร็จแล้วเขาก็ยื่นเรื่องลาออกไปเลย จากนั้นก็ย้ายทั้งครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศเลย”
“ชั่วช้า!”
บุริศร์โกรธจนกัดฟันกรอก ยังไงก็ไม่อยากจะเชื่อว่าหมู่บ้านดารายนทั้งหมู่บ้านต้องมาพังพินาศลงเพราะว่าความอิจฉาของผู้ชายเพียงคนเดียว
“ตอนนั้นที่อยู่ที่อาหญิงตระกูลธนเกียรติโกศลและอารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดาอยู่คือหมู่บ้านดารายนใช่ไหม?”