ตอนที่ 1258
บทที่ 1258 ร่างกายของหนูไม่อนุญาต
October 31, 2026
นรมนส่ายหน้าเล็กน้อย
“คุณชายธเนศพลเป็นเพื่อนของคุณ ถึงแม้ว่าตำแหน่งของเขาในตอนนี้เขาอาจจะมีเรื่องสงวนไว้สำหรับคุณ แต่ฉันเชื่อว่าในเรื่องนี้นั้นเขาไม่มีทางหลอกคุณหรอก เพียงแต่แค่อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าบางทีข้างในนี้อาจจะมีเรื่องที่เรายังไม่เข้าใจอีก และเรื่องที่ไม่เข้าใจนี้บางทีอาจจะเป็นเรื่องสำคัญก็ได้”
นรมนพูดตามสถานการณ์ขึ้นมา
สำหรับธเนศพลนั้น เธอไม่ค่อยเข้าใจ และก็ไม่เคยเจอด้วย เพียงแต่เคยได้ยินชื่อคนคนนี้มาไม่กี่ครั้ง เพราะฉะนั้นตกลงคนคนนี้เป็นคนยังไงเธอก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่ว่าบุริศร์ก็ไปหาธเนศพลตอนที่ยากลำบากที่สุด และอีกอย่างยังบอกสถานการณ์ของตัวเองให้กับเขา งั้นก็เห็นได้ชัดว่าธเนศพลคนนี้เป็นคนที่บุริศร์เชื่อมั่นได้
แน่นอนว่าคนที่บุริศร์เชื่อมั่นก็คงจะไม่ได้แย่ไปถึงไหนแน่
นรมนนี่คือกำลังสนับสนุนและปกป้องบุริศร์อยู่
หัวคิ้วของบุริศร์ขมวดเข้าด้วยกันแน่น แล้วก็ไม่ได้พูดอะไร
ทั้งสองเงียบขรึมกันไปชั่วครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ยังเป็นบุริศร์ที่ทำลายความเงียบลง
“นรมน ผมอยากจะไปหมู่บ้านดารายนสักเที่ยว บางทีคำตอบของเรื่องราวมากมายอาจจะหาได้จากที่นั่น”
“ได้ค่ะ”
นรมนเดาออกได้ตั้งนานแล้วว่าต้องเดินทางในครั้งนี้ พอมาตอนนี้ก็ไม่มีอะไรอิดออด และอีกอย่างกมลก็มีภารกิจอะไรต้องไปหมู่บ้านดารายนด้วย ก็พอดีเลยทุกอย่างจะได้ลงตัวพอดี
“แต่ว่าร่างกายของกานต์เหมือนกับว่ายังจะไม่ค่อยดี ครั้งนี้อย่าเขาไปเลยนะคะ สภาพเขาในตอนนี้ต้องการการพักฟื้น อยู่ที่นี่ฉันยังไม่วางใจเลย ยิ่งจะมาเดินทางไกลกับเราได้ยังไง หรือไม่ก็ให้อยู่ที่ฐานใหญ่สหภาพQTไปก่อน จะได้มีคนมากมายช่วยดูแล แถมยังมีวินเซนต์ด้วย ฉันรู้สึกว่าน่าจะปลอดภัยมากกว่าหน่อยหนึ่งนะ”
ในเมื่อนรมนเป็นแม่คนหนึ่ง สำหรับลูกแล้วก็ยังเป็นห่วงเป็นใยอยู่
บุริศร์พยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “ให้กานต์อยู่ที่นี่ก็ดี พอดีเลยจะได้ช่วยจิ้งจอกเงินสืบค้นเรื่องราวในตอนนั้นและเบาะแสปัจจุบันของอารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดา จากที่คุณชายธเนศพลพูดมา มีความเป็นไปได้สูงมากที่อารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดาจะอยู่ที่ประเทศF ในส่วนนี้ผมต้องการฝีมือของกานต์และจิ้งจอกเงิน ในเมื่อตอนนี้ประเทศFได้มีการป้องกันแน่นหนา แล้วพวกเราก็เข้าไปไม่ได้”
นรมนพยักหน้าเล็กน้อย
“ยังไงก็ต้องให้กานต์พักผ่อนเยอะ ๆ ในเมื่อเขาบาดเจ็บอยู่ และอีกนิดเดียวก็เกือบจะโดนที่หัวใจแล้ว”
พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว นรมนก็รู้สึกโกรธขึ้นมา แล้วก็แทบอยากจะตบธิดาวีร์อีกหลาย ๆ ฉาด
“อ๋อใช่แล้ว นาวินฟื้นขึ้นมาหรือยังคะ?”
“ยังไม่ฟื้นเลย หมอบอกว่าความอยากจะมีชีวิตอยู่ของนาวินมีไม่มากเท่าไหร่”
บุริศร์ถอนหายใจทีหนึ่ง เขานั้นเข้าใจนาวินดี
ความรู้สึกที่มีต่อธิดาวีร์ลึกซึ้งมาแค่ไหน ตอนนี้นาวินก็เจ็บมากแค่นั้น
ตั้งแต่เล็กจนโต นาวินแทบจะมีชีวิตอยู่เพื่อธิดาวีร์มาทั้งนั้น หนำซ้ำเพื่อธิดาวีร์แล้ว เขายังวางความโกรธแค้นที่มีต่อตระกูลโตเล็กลงด้วยซ้ำ และอยากจะอยู่ไปจนแก่เฒ่าพร้อมกับเธอ หรือกระทั่งเพื่อธิดาวีร์แล้วยังยอมไปต่อสู้ฝ่าฟัน แต่ว่าความพยายามทั้งหมดสุดท้ายแล้วกลับกลายมาเป็นแค่ด้านเขาแค่ฝ่ายเดียว
ผู้หญิงคนนั้นที่เขาประคบประหงมไว้ในมือตลอดกลับเอามีดแทงมาที่หัวใจเขาอย่างไม่มีเยื่อใยเลยสักนิด เปลี่ยนเป็นใครก็คงจะแบกรับไว้ไม่ไหวหรอก
นรมนเองก็ถอนหายใจตามไปด้วยแล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ความรักนี้ รักลึกซึ้งเกินไป ก็จะทำให้คนเจ็บได้ง่าย”
“ความรัก ตั้งแต่แรกก็เป็นดาบสองคมอยู่แล้ว ก็ดูที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถควบคุมไว้ได้หรือเปล่า เหมือนกับผม ที่เมื่อห้าปีก่อนก็ได้ทำร้ายคุณ ทำร้ายตัวเองไปไม่ใช่เหรอ?”
พอบุริศร์นึกถึงเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาเล็กน้อย ถึงแม้ว่าตอนนี้นรมนจะอยู่ข้างกายเขา ทุกวันนอนตื่นมายังสามารถเห็นเงาร่างจองเธอได้ แต่ว่าไฟไหม้ใหญ่ครั้งนั้นอาจจะกลายเป็นบาดแผลที่เจ็บที่สุดและลึกที่สุดในของใจบุริศร์ และแตะโดนง่าย ๆ ไม่ได้แล้ว
นรมนจ้องมองความรู้สึกผิดและความเสียใจในดวงตาบุริศร์ แล้วก็รีบเดินเข้าไปจับมือของเขาไว้ และพูดเสียงอ่อนโยนว่า “มันผ่านไปหมดแล้วค่ะ”
“คุณมักจะปลอบใจผมแบบนี้ แต่ว่าผมรู้ว่ามันผ่านไปไม่ได้ ถ้าเกิดไม่ใช่ผม คุณเองก็คงจะไม่กลายเป็นอย่างเช่นตอนนี้ ร่างกายของคุณก็คงจะแข็งแรงเป็นอย่างมาก ลูก ๆ ของเราก็คงจะไม่ต้องสูญเสียเวลาห้าปีที่จะได้อยู่กับพ่อไป มีบางครั้งตื่นมากลางดึกผมยังรู้สึกขอบคุณสวรรค์เป็นอย่างมาก ของคุณสวรรค์ที่ยังส่งพวกคุณสามแม่ลูกกลับมาอยู่ข้างกายผมอีกครั้ง หรือกระทั่งผมยังรู้สึกว่าถึงจะต้องเสียทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลไปเพื่อแลกกับความปลอดภัยของพวกคุณ ผมก็จะไม่เสียดายอะไรเลย ยังดี ที่ตอนนี้คุณยังอยู่ ยังดีที่ทุกอย่างยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ นรมน ผมกลัวว่าจะต้องสูญเสียคุณไปมากจริง ๆ เพราะฉะนั้นไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น คุณจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวไม่ได้นะรู้ไหม?”
พูดไปพูดมา บุริศร์ก็พูดวกกลับมาที่หัวข้อนี้อีกแล้ว
นรมนรู้ว่า เรื่องที่ตัวเองทำให้เขาสงบไปแล้วไปเผชิญหน้ากับธิดาวีร์คนเดียวนั้นทำให้เขามีภาพฝังใจที่ลึกซึ้งมาก แล้วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจทีหนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “ได้ เรื่องของธิดาวีร์นั้นเป็นเพราะว่าฉันคิดวิเคราะห์น้อยไป ฉันรับรองว่าจะไม่เป็นอย่างนี้อีกแล้ว”
“ผมจำการรับรองของคุณไว้แล้วนะ ถ้าหากครั้งหน้าคุณยังเป็นอย่างนี้อีก ก็ให้สวรรค์ลงโทษผมเลย”
คำพูดของบุริศร์เพิ่งจะจบลง นรมนก็ยื่นมือไปปิดปากของเขาไว้ แล้วก็พูดอย่างโกรธเล็กน้อยขึ้นมาว่า “คุณพูดไปเรื่อยอะไร”
“ผมรู้ว่าคุณเห็นผมสำคัญมากกว่าตัวคุณเอง และเพื่อไม่ให้คุณทำเรื่องโง่ ๆ อีก ผมก็เลยยอมใช้ตัวเองมาเป็นตัวพนัน มีแต่แบบนี้เท่านั้นคุณถึงจะทำตัวดี ๆ ได้”
ดวงตาของบุริศร์สว่างแวววาว นรมนกลับไม่กล้าที่จะสบตาด้วยเล็กน้อย
เธอเบือนหน้าหนีไป ในแววตากลับมีคราบน้ำตาระรื่นขึ้นมา
ความรักของผู้ชายคนนี้ลึกซึ้งเป็นอย่างมาก จนทำให้เธอจะพูดอะไรได้อีกล่ะ?
ทั้งสองคนอิดออดกันไปอีกพักหนึ่ง แล้วบุริศร์ก็ออกคำสั่งไปว่าให้เตรียมเครื่องบินส่วนตัวเพื่อไปหมู่บ้านดารายนอีกครั้ง
ก่อนที่จะออกเดินทาง บุริศร์กับนรมนยังมีเรื่องต้องทำอีกมากมาย
นรมนมาถึงห้องของกานต์
ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ ทั้งสามคนกำลังพูดอะไรอยู่ ท่าทางดูสมัครสมานสามัคคีกันมาก
ตอนที่เห็นนรมนเข้ามานั้น กมลก็คลี่ยิ้มออกมาทันที
“หม่ามี้ หม่ามี้กับแด๊ดดี้จู๋จี๋กันเสร็จแล้วเหรอคะ?”
นรมนเกือบจะโดนน้ำลายตัวเองสำลักเข้าแล้ว
“กมล หนูรู้จักศัพท์คำว่าจู๋จี๋นี้มาไหนกัน?”