ตอนที่ 1259
บทที่ 1259 นายแน่ใจเหรอว่าเป็นลูกแท้ ๆ ของฉัน
October 31, 2026
การเงียบขรึมของกานต์ทำให้นรมนรู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย แต่ว่าก็ไม่ได้พูดอะไร เธอได้แต่มองลูกชายอยู่อย่างเงียบ ๆ แล้วรู้สึกว่าลูกชายคนนี้ยิ่งอยู่ก็ยิ่งเหมือนบุริศร์เข้าไปจริง ๆ แล้ว
เขาหนักแน่น โตก่อนวัย แล้วก็มีเหตุมีผล แถมยังแฝงไว้ด้วยความทรงอำนาจและเย็นชาเสี้ยวหนึ่ง
ไม่ได้แตกต่างกับบุริศร์สักเท่าไหร่เลยจริง ๆ
นรมนจ้องมองลูกชายที่อยู่ตรงหน้า แล้วก็อดไม่ได้ที่จะคิดขึ้นมาว่า ในอนาคตข้างหน้าไม่รู้ว่าจะเป็นผู้หญิงแบบไหนถึงจะสามารถเอาลูกชายอย่างนี้อยู่ได้
ในขณะที่เธอรู้สึกตัวว่ากำลังคิดอะไรอยู่นั้น อยู่ ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา
กานต์แค่ห้าขวบเอง เธอมาคิดถึงเรื่องอนาคตแล้ว มันเร็วเกินไปหน่อยหรือเปล่า?
พอเห็นว่าอยู่ ๆ นรมนก็หัวเราะขึ้นมา กานต์ก็อึ้งไปเล็กน้อย แล้วถามขึ้นว่า “หม่ามี้ หม่ามี้เป็นอะไรครับ? ผมมีอะไรน่าตลกเหรอครับ?”
“ไม่อะไร ก็แค่คิดว่าหนูจะหาภรรยาแบบไหนได้ในอนาคต แล้วชั่วขณะหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นกังวลมากเกินไปแล้ว”
ไม่ว่ายังไงกานต์ก็นึกไม่ถึงว่าจะสามารถได้ยินคำพูดแบบนี้ออกมาจากปากหม่ามี้ของตัวเองได้ จึงอดไม่ได้ที่จะอึ้งไปทีหนึ่ง จากนั้นใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย
“หม่ามี้ ผมยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งอยู่นะครับ”
“อืมอืม ใช่ ใช่ หนูยังเป็นเด็กอยู่ เป็นหม่ามี้เองที่คิดเร็วเกินไป แต่ว่าลูกชายของหม่ามี้หล่อขนาดนี้ แล้วก็รู้เรื่องขนาดนี้ อนาคตข้างหน้าจะต้องมีเด็กผู้หญิงมาชอบหนูมากมายแน่ แต่กลัวว่าอนาคตหนูมีดอกไม้งามมาให้เยอะแยะนั้น อาจจะเลือกยากอยู่นะ”
ในหัวสมองของนรมนเกิดภาพตอนที่ลูกชายโตแล้วขึ้นมา
ลูกชายของเธอหล่อขนาดนี้ แน่นอนว่าจะต้องไม่ขาดการที่มีเด็กผู้หญิงมาชอบแน่ พอถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเหมือนบุริศร์ที่ทำตัวเย็นห่างเหินเป็นพันลี้หรือเปล่า
กานต์ฟังนรมนพูดเรื่องพวกนี้ไป แล้วก็อดไม่ได้ที่จะนึกเด็กผู้หญิงคนนั้นที่อวดดีหยิ่งยโสกระทั่งอาจจะป่าเถื่อนไปบ้าง
หนำซ้ำเด็กหญิงคนนั้นยังมาดูเขาฉี่อย่างไร้ยางอายด้วยซ้ำ
เธอชื่ออะไรนะ?
ชั่วขณะหนึ่งกานต์เกิดเหม่อลอยขึ้นมาเล็กน้อย
นรมนพูดจบแล้วก็มองไปที่ลูกชาย แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองบ้าไปหน่อยแล้ว ที่พบว่ากานต์เกิดเหม่อลอยขึ้นมาต่อหน้าตัวเองครั้งแรก
“กานต์ หนูกำลังคิดอะไรอยู่จ๊ะ?”
กานต์ตั้งสติกลับมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พูดอย่างหนักแน่นขึ้นว่า “ไม่มีอะไรครับ ผมกำลังคิดว่ามิลินจะรู้เรื่องอะไรบ้างหรือเปล่า แด๊ดดี้กับหม่ามี้สามารถติดต่อมิลินได้หรือเปล่าครับ? หรือว่าให้พี่กิจจาลองถามเธอดู?”
นรมนเองก็เคยนึกถึงมิลิน แต่ว่าพวกเขาไม่เหมาะสมที่จะไปหมู่บ้านดารายนอย่างโอ่อ่าเปิดเผย เพราะฉะนั้นนรมนก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “เรื่องนี้รอให้ไปถึงหมู่บ้านดารายนแล้วค่อยว่ากันเถอะ ตอนนี้คาดว่าเธอคงจะตามฆ่านงลักษณ์อยู่มั้ง เอาล่ะ เรื่องอื่นมอบให้หม่ามี้กับแด๊ดดี้หนูเถอะ ระหว่างที่เราไม่อยู่ข้างกายหนูนั้น หนูต้องดูแลตัวเองดี ๆ ที่นี่เป็นฐานทัพใหญ่ของสหภาพQT แล้วหนูก็ถือว่าเป็นนายน้อยของที่นี่ รออีกหน่อยคุณอาวินเซนต์หายดีแล้ว เขาก็จะมาดูแลหนูเป็นอย่างดี แต่ช่วงระยะเวลานี้หนูจะต้องรู้จักดูแลตัวเองให้ดีรู้ไหม?”
“รู้แล้วครับหม่ามี้ ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก แต่ว่าหม่ามี้และแด๊ดดี้ไปหมู่บ้านดารายนจะต้องระวังตัวนะครับ ยังมีอีกอย่าง กมลไปทางนั้นอาจจะมีเรื่องด้วย ถึงแม้ยัยเด็กนี่ปากจะไม่พูด แต่ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของคุณลุงคริชณะแน่ พอถึงตอนนั้นก็จะต้องระวังมากขึ้นหน่อยนะครับ ในเมื่ออยู่ที่นั่นที่ทางก็ไม่คุ้นเคย อย่าให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นละครับ”
คำพูดของกานต์ทำให้นรมนพยักหน้าขึ้นเล็กน้อย
เธอกอดกานต์ไว้ในอกอย่างอาลัยอาวรณ์เป็นอย่างมาก
วินาทีนี้ กานต์เองก็ไม่ได้ขัดขืน และพยายามซึมซับความรักที่นรมนมีต่อตัวเองอยู่ ตั้งแต่เล็กเขาก็รู้แล้วว่าหม่ามี้นั้นรักตัวเองอยู่ แต่ว่าเรี่ยวแรงของคนคนหนึ่งนั้นมันมีขีดจำกัด ที่จริงแล้วหม่ามี้ก็ลำบากมาก
กานต์ยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปกอดหลังนรมนเอาไว้เบา ๆ จากนั้นก็พูดเสียงต่ำว่า “หม่ามี้ รักกับคุณบุริศร์ หม่ามี้เสียใจไหมครับ?”
ถ้าหากว่าหม่ามี้ชอบคนอื่น อย่างเช่นรเมศคนก่อนหน้านั้น ก็คงจะไม่ต้องลำบากเช่นนี้แล้วใช่ไหม?
เขารู้ว่าตัวเองถามแบบนี้แล้วมันไม่ดีกับแด๊ดดี้ของตัวเองเอามาก ๆ แต่ว่าวินาทีนี้กานต์เป็นแค่ลูกชายคนหนึ่ง
ถ้าเทียบกับบุริศร์แล้ว นรมนได้เอาชีวิตตัวเองคลอดเขาออกมา แล้วก็เพียงดูเขาตามลำพังมาห้าปี ในระยะเวลาห้าปีนี้ เขาได้เห็นความยากลำบากของหม่ามี้มา และก็เคยได้เห็นสภาพที่เกือบจะย่ำแย่ของหม่ามี้
ไม่ว่าจะเป็นตอนไหน คนที่เขารักที่สุดก็คือหม่ามี้
ไม่ว่ายังไงนรมนก็คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้มาจากปากลูกชายตัวเอง จึงอดไม่ได้ที่จะอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนมากขึ้นมา
เธอจ้องมองกานต์ จ้องมองสายตาที่มึนงงเล็กน้อยของเขา ยิ้มแล้วก็พูดขึ้นว่า “ไม่เสียใจหรอก ชีวิตคนเราชาติหนึ่งก็จะต้องรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการคืออะไร ชีวิตนี้ของหม่ามี้สิ่งที่ต้องการมากที่สุดก็คือความรักจากแด๊ดดี้หนู ขอแค่มีสิ่งนี้อยู่ ถึงแม้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะต้องบุกน้ำลุยไฟ หรือมีหน้าผาสูงชัน หม่ามี้ก็ไม่กลัว”
“แต่ว่าถ้าเปลี่ยนคนแล้วละก็ หม่ามี้อาจจะมีชีวิตที่สบายขึ้น หรืออาจจะมีความสุขด้วย”
“แต่ว่าคนคนนั้นก็ไม่ใช่แด๊ดดี้ของหนู”
นรมนรู้ว่าตอนนี้พูดสิ่งเหล่านี้กับลูกชายอาจจะเร็วเกินไป แต่ว่าเธอก็ยังอยากจะให้กานต์เข้าใจ ชีวิตคนชาติหนึ่งนั้น ใช่ว่าจะสามารถทุ่มเทหมดทุกอย่างเพื่อคนคนหนึ่งอย่างไม่สนใจอะไรเลยได้
ถึงแม้ว่าจะไม่มีสิ่งตอบแทน ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่ได้เดินไปด้วยกัน แต่ความรักที่ไม่สนใจอะไรนั้นเลยถึงจะสามารถทำให้ชีวิตตัวเองไม่มีเรื่องเสียใจ
“เด็กโง่ ตอนนี้หนูยังเด็ก ยังไม่สามารถเข้าใจสิ่งนี้ รอให้หนูโตขึ้น แล้วเจอกับเด็กผู้หญิงที่ตัวเองชอบจริง ๆ หนูก็จะรู้ ถ้าหากว่าคนที่ยืนอยู่ข้างกายไม่ใช่เธอที่อยู่ในใจคนนั้น ถึงแม้ว่าจะเอาทั้งโลกยกให้หนู หนูก็จะไม่รู้สึกมีความสุขหรอก”
กานต์ไม่เข้าใจ แต่กลับจดจำคำพูดของนรมนไว้ในใจอย่างลึกซึ้ง
เขาไม่รู้ว่าในอนาคตตัวเองจะชอบผู้หญิงแบบไหนเข้า แต่ว่าถ้าเป็นแบบหม่ามี้ล่ะก็ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองก็จะต้องไปปกป้องเธอคนนั้นอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแน่
เป็นอย่างกับที่คุณบุริศร์ปกป้องหม่ามี้
กานต์ยิ้มขึ้นมา
เขายิ้มขึ้นมาเหมือนดวงดาวสว่างไสว เหมือนอย่างกับว่าทั้งจักรวาลถูกเก็บไว้ในดวงตาเขายังไงอย่างงั้น
ดวงตาราวกับหงส์คู่นั้นที่เหมือนกับบุริศร์ทำให้นรมนรู้สึกชื่นชอบขึ้นมาบ้าง
“หม่ามี้ อนาคตถ้าผมหาแฟน จะต้องกตัญญูต่อหม่ามี้แน่ ถ้าหากเธอไม่ชอบหม่ามี้ ถึงแม้ว่าผมจะชอบเธอมากแค่ไหนผมก็จะไม่แต่งงานกับเธอหรอกครับ”
คำพูดของกานต์ทำให้นรมนหัวเราะขึ้นมาทันที
“ตอนนี้ที่หนูพูดแบบนี้ได้ ก็เพราะว่าหนูยังไม่รู้จักความรัก มีบางครั้งหม่ามี้หวังจริง ๆ ว่าหนูจะสามารถทำทุกอย่างราบรื่นได้ เอาล่ะ พวกเราไม่พูดถึงปัญหานี้แล้ว หม่ามี้รู้ว่าหนูกตัญญู งั้นก็เป็นเด็กดีเชื่อฟังรักษาร่างกายของตัวเองให้ดี ๆ รู้ไหม?”