ตอนที่ 1277
บทที่ 1277 ต่อให้เป็นผีแล้วจะยังไง
October 31, 2026
เห็นได้ชัดว่า นรมนก็รู้สึกได้ถึงปัญหานี้
“บุริศร์ พวกเขาลงไปอาจจะมีอันตราย เรา......”
“ไม่ต้องรีบร้อน! กมลกับกานต์แพ้มะม่วง คุณลืมแล้วเหรอ?”
บุริศร์พูดอย่างนี้ออกไป นรมนจึงนิ่งงันไปโดยปริยาย
เมื่อครู่เอาแต่เป็นห่วงความปลอดภัยของลูกๆอย่างเดียว จึงไม่ได้มองให้ชัดเจนว่าเด็กๆกำลังซื้อผลไม้อะไร ตอนนี้โดนบุริศร์เตือนสติ นรมนจึงมองบุริศร์ด้วยความประหลาดใจ ถามขึ้น “คุณจะบอกว่ากมลตั้งใจงั้นเหรอ?”
“เจ้าตัวแสบนี่เจ้าเล่ห์นักแหละ สังเกตการเคลื่อนไหวเงียบๆก่อน ผมจะให้คนคอยคุ้มกันอยู่รอบๆ”
บุริศร์ยิ้มบางๆ แสดงความภูมิใจออกมาเล็กน้อย
นรมนกลับค่อนข้างกังวลใจ
“ยัยเด็กคนนี้จะกล้าเกินไปแล้วนะ? บุริศร์ คุณแอบตามใจเธอน้อยๆหน่อย คุณดูสิเห็นๆอยู่ว่าอันตรายแต่ยังจะพุ่งเข้าไปอีก ถ้าพวกเราไม่อยู่ด้วย......”
“คุณคิดมากไปแล้ว ถ้าพวกเราไม่อยู่ด้วย กมลก็ไม่ทำอย่างนี้หรอก เชื่อผมหน่า ใจเย็นๆ”
บุริศร์ลูบๆผมของนรมน ราวกับกำลังลูบขนอย่างนั้น ทำให้นรมนหมดคำพูดเลย
กว่าจะนึกถึงปัญหานี้กิจจาก็ลงจากรถไปแล้ว
“กมล เธอกับกานต์แพ้มะม่วงไม่ใช่เหรอ? ทำไมเธอ......”
“ซื้อให้หม่ามี้ต่างหาก หม่ามี้ชอบกินไม่ใช่เหรอ? ผลไม้ที่นี่น่ากินขนาดนี้ สุกๆทั้งนั้นเลย คงจะอร่อยกว่าแบบเกือบๆสุกที่เราซื้อที่เมืองชลธีใช่ไหมล่ะคะ? เพราะหนูแพ้มะม่วงหม่ามี้เลยไม่ได้กินมะม่วงเท่าไหร่เลย”
กมลพูดซะจนกิจจารู้สึกหน้าชา
เขาไม่ได้สังเกตเลยว่านรมนไม่ได้กินมะม่วงมานานมากแล้ว
จิตใจของกมลละเอียดอ่อนอย่างที่คิดเลย
“งั้นพี่เลือกให้แล้วกัน เธอจะได้ไม่ต้องแพ้อีก”
กิจจาพูดเสนอตัวขึ้น
“ได้ค่ะ”
กมลก็ไม่ปฏิเสธ
ทั้งสองคนมาถึงด้านหน้าของคนขาย ท่าทางที่น่าดึงดูดทำให้อีกฝ่ายเหม่อลอยเล็กน้อย แล้วจึงยิ้มทักทายขึ้น “เด็กๆ กินผลไม้ไหม? พ่อแม่พวกเธอล่ะ?”
“คุณอามองไม่เห็นเหรอว่าพ่อแม่หนูอยู่บนรถข้างหลังนั่น? ก็แค่ซื้อผลไม้เอง ต้องให้พ่อแม่หนูลงมาด้วยเหรอ? คุณอา ดูถูกเด็กๆอย่างพวกเราใช่ไหมล่ะ?”
กมลกระพริบดวงตาโตๆ เสียงหวานๆของเด็กน้อยทำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกสบายใจ ถึงจะพูดจาอย่างนี้ แต่ก็ยังไม่ทำให้อารมณ์เสีย
“จะเป็นไปได้ยังไง? พวกหนูอยากซื้ออะไรกันล่ะ?”
“มะม่วง เอาลูกใหญ่ๆลูกนั้น หนูเอาสามลูก นี่ใช่มะม่วงมังกรแดงไหม?”
กมลชี้ไปที่มะม่วงถามขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง
อีกฝ่ายตะลึงเล็กน้อย แล้วยิ้มตอบทันที “นี่ไม่ใช่มะม่วงมังกรแดง นี่คือมะม่วงสายพันธุ์ออสเตรเลีย แต่ว่าอร่อยมากเหมือนกัน หนูลองชิมดูได้ ถ้าไม่ชอบอาให้ฟรีเลย”
พูดแล้วอีกฝ่ายก็กำลังจะปอกมะม่วง แต่กลับโดนกิจจาห้ามเอาไว้
“ไม่ต้องปอกครับ น้องผมแพ้มะม่วง”
คำพูดนี้ทำให้คนขายตะลึงอีกครั้ง
แพ้มะม่วงแต่ยังจะซื้ออีกงั้นเหรอ?
เขามองกมลเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
แต่กมลกลับยิ้ม “คุณอา ไม่ต้องให้หนูชิมหรอก หนูเชื่อ ใส่ถุงให้ด้วยค่ะ หม่ามี้ต้องชอบแน่ๆเลย พี่ หนูไม่ได้พกกระเป๋าสตางค์มาด้วย พี่ได้เอามาไหม?”
“อยู่บนรถ เธอไปหยิบมาแล้วกัน พี่จะรออยู่ตรงนี้”
กิจจาไม่กล้าทิ้งกมลไว้ตรงนี้คนเดียว จึงให้กมลไปเอากระเป๋าสตางค์บนรถ
กมลพยักหน้า แล้วก้าวเล็กๆไปที่รถ
บอดี้การ์ดลงมาจากรถทั้งหมด ห้อมล้อมคนขายกับกิจจาไว้ตรงกลาง ต่อให้คนขายคิดจะทำอะไร ตอนนี้ก็คงไม่กล้าแล้ว ยิ่งไม่สามารถทำได้ด้วย
กมลเดินถือกระเป๋าสตางค์มาอย่างใจเย็น
“คุณอา เท่าไหร่คะ?”
“ให้อาแค่ห้าหยวนก็พอ”
“ถูกขนาดนี้เลยเหรอ? พี่ ดูสิ หนูถึงบอกไง ที่นี่ขายผลไม้ถูกมาก”
กมลยิ้มอย่างสดใส เหมือนได้กำไรมากมาย กิจจาเห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้
“จ้าๆๆ เธอพูดถูกทั้งนั้นแหละ”
“งั้นพี่หยิบแก้วมังกรมาด้วย หนูอยากกิน”
กมลพูดไปก็เลียริมฝีปากไปด้วย ท่าทางอยากกินมากๆนั้นทำให้ทุกคนพากันยิ้มออกมา
“คุณอา นี่ ค่ามะม่วง”
กมลหยิบเงินห้าหยวนจากในกระเป๋าส่งไปให้คนขาย ตอนที่กิจจาก้มหน้าหยิบแก้วมังกร บุริศร์กับนรมนก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
ทั้งสองคนรีบหยิบแก้วมังกรหลายๆลูก แล้ววิ่งไปหาบุริศร์กับนรมนอย่างร่าเริง
“หม่ามี้ หนูซื้อมะม่วงมาให้ อร่อยมากๆ หม่ามี้ชิมดูค่ะ”
กมลไม่กล้าถือมะม่วง เป็นกิจจาที่ส่งมาให้แทน
“น่ารักจริงๆ ขอบใจนะกมล”
นรมนซาบซึ้งใจ
ลูกสาวสมกับเป็นความเอาใจใส่ของหม่ามี้จริงๆเลย
ในตอนนี้เอง บุริศร์ก็ยิ้มบางๆพูดขึ้น “เอากระดาษในมือมาให้แด๊ดดี้”
“คะ?”
สีหน้าของกมลเปลี่ยนไปทันที
“แด๊ดดี้ พูดอะไร? หนูไม่เข้าใจ”