ตอนที่ 1279
บทที่ 1279 อยู่ๆก็โดนป้อนอาหารหมา
October 31, 2026
ความตื่นเต้นของนรมนเห็นได้อย่างชัดเจน
บุริศร์จึงมองไปที่หน้าจอ ตอนที่เห็นว่าเป็นนงลักษณ์ก็ชะงักไป
“เธอส่งข้อความมาตอนนี้ หรือว่าจะรู้ตำแหน่งที่หายไปของคุณอารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดาแล้ว?”
“ฉันก็คิดอย่างนั้น”
นรมนเปิดข้อความของนงลักษณ์ด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
“นรมน คุณอารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดาอยู่ในมือของพิรุณ”
ประโยคสั้นๆที่ทำให้บุริศร์กับนรมนตะลึงงัน
พิรุณ?
โดยเฉพาะบุริศร์
ก็ไม่นานก่อนหน้านี้เขายังคุยกับบุณพจน์อยู่เลย ถ้าตอนนั้นรู้ว่าคุณอารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดาอยู่ในมือของพิรุณ ยังไงเขาก็ต้องถามให้ได้ หรือที่บุณพจน์บอกว่าไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเรื่องพวกนี้ ที่แท้เขารู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้วงั้นเหรอ?
สีหน้าของบุริศร์แย่มาก
นรมนขมวดคิ้วแน่น
“พิรุณอยู่ที่ไหน?”
เหมือนเธอกำลังถามตนเอง ค่อนข้างกลัดกลุ้มใจ
บุริศร์มองเธอ ลังเลที่จะพูดออกมา “พิรุณอยู่ไหนผมไม่รู้หรอก แต่ลูกชายเขาบุณพจน์น่าจะอยู่แถวนี้”
“ห๊ะ?”
นรมนมองบุริศร์ด้วยความประหลาดใจ
บุริศร์ถอนหายใจพูดขึ้น “ผู้ชายคนนั้นที่คุณเจอหน้าป้ายชื่อหลุมศพตรินท์คือบุณพจน์”
“อะไรนะ?”
แม้นรมนจะเดาได้ว่าตัวตนของผู้ชายคนนั้นไม่ธรรมดา แต่กลับคิดไม่ถึงว่าคนๆนั้นจะเป็นพี่ชายต่างพ่อของบุริศร์ จึงอดไม่ได้ที่จะตกใจ
บุริศร์ฝืนยิ้ม “อย่าคิดมากนะ ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณ แค่รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องบอก เขา......จะพูดยังไงดีล่ะ น่าจะไม่ได้มีเจตนาร้าย แค่มาโน้มน้าวไม่ให้ผมยุ่งเรื่องของพี่คริชณะ แต่โดนผมปฏิเสธไปแล้ว”
“โอ๊ะ? เขาโน้มน้าวไม่ให้คุณยุ่งเรื่องของพี่คริชณะ? เรื่องพี่คริชณะเกี่ยวกับเขางั้นเหรอ?”
“เป็นไปได้ว่าน่าจะเกี่ยวกับพิรุณด้วย ตอนนี้ผมยิ่งรู้สึกว่าเรื่องปีนั้นพิรุณก็มีเอี่ยวด้วย”
บุริศร์หรี่ตาลงเล็กน้อย มองทิวทัศน์ด้านนอก พูดขึ้น “ความพินาศของหมู่บ้านดารายนเป็นเพราะพิรุณมอบแผนที่เข้าหมู่บ้านให้ธนเดช เขาบอกว่าเนื่องจากป้าโอเป็นหัวหน้าของหมู่บ้านดารายน จึงต้องมีความรับผิดชอบต่อหมู่บ้าน ไม่สามารถอยู่กับเขาได้ถึงได้ทำอย่างนั้น บอกว่าถ้าไม่มีหมู่บ้านดารายน ป้าโอก็จะอยู่กับเขาโดยที่ไม่ต้องสนใจอย่างอื่น แต่ในระหว่างนั้นมีปัญหาหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจมาโดยตลอด”
“ปัญหาอะไร?”
นรมนมองบุริศร์แล้วถามขึ้น แค่เขารู้สึกว่ามีปัญหา ส่วนใหญ่มักจะเป็นประเด็นสำคัญ
บุริศร์พูดขึ้นเบาๆ “หมู่บ้านดารายนเป็นหมู่บ้านปิด หลายพันปีมาแล้วที่พวกเขาแต่งงานกันระหว่างคนในหมู่บ้าน ไม่ติดต่อกับคนภายนอกเด็ดขาด งั้นที่พิรุณไม่ใช่คนของหมู่บ้านดารายน แล้วเขาเข้าไปในหมู่บ้านดารายนได้ยังไง? บอกว่าซ่อนตัวอยู่ในภูเขาด้านหลังของหมู่บ้านดารายน แต่คุณก็เห็นภูเขาที่อยู่ด้านหลังของหมู่บ้านดารายนจำเป็นต้องผ่านหมู่บ้านดารายน หรือแม้แต่หอบรรพบุรุษด้วยซ้ำ อยากจะพาคนนอกเข้าไปเงียบๆ คุณว่าเป็นไปได้เหรอ? ต่อให้ป้าโอเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เรื่องนี้น่าจะปิดบังเอาไว้ได้ไม่นาน แต่พิรุณไม่เพียงเข้าไป กลับยังมีลูกกับป้าโอด้วย หลังจากให้กำเนิดลูกคนนี้แล้วถึงกับทำให้หมู่บ้านดารายนพังพินาศ ภายในระยะเวลาเกือบปีกว่าๆ ในหมู่บ้านมีคนซ่อนตัวอยู่แต่ไม่นึกว่าจะไม่มีใครสักคนที่รู้สึกได้เลย คุณว่าเป็นไปได้เหรอ?”
ได้ยินบุริศร์พูดอย่างนี้ นรมนก็ตอบสนองกลับมาทันที
“ความหมายของคุณคือป้าโออาจจะไม่ได้แอบพาพิรุณเข้าไป แต่เข้าหมู่บ้านไปอย่างสง่าผ่าเผย ถึงขั้นเป็นไปได้ว่าอาจจะมีอำนาจใหญ่โตในหมู่บ้านด้วย ดังนั้นจึงสามารถเข้าไปอยู่กับคนของหมู่บ้านดารายนที่ปฏิเสธการเข้ามาของบุคคลภายนอกในระยะเวลาปีกว่าๆงั้นเหรอ?”
“ใช่ แต่หมู่บ้านดารายนที่ปฏิเสธไม่ให้คนนอกเข้าไปมาโดยตลอด ทำไมพิรุณถึงเป็นข้อยกเว้นล่ะ? หรือหมู่บ้านเคยเกิดเรื่องอะไรที่พวกเราไม่รู้ขึ้น ผมหมายถึงเรื่องสำคัญบางอย่างที่เกิดขึ้นแล้วปีกว่าก่อนที่หมู่บ้านจะพังพินาศไป”
บุริศร์ไม่เข้าใจเรื่องนี้
บางทีถ้าเข้าใจปัญหานี้ เรื่องของหมู่บ้านดารายนคงจะชัดเจนมากขึ้น
ตอนนี้เข้าใจสาเหตุที่หมู่บ้านดารายนพังพินาศแล้ว แต่ก็เป็นแค่เปลือกนอกเท่านั้น คนที่รู้ความจริงคงมีเพียงคุณอารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดาคนเดียวแล้ว แต่น่าเสียดายที่คุณอารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดาอยู่ในมือของพิรุณ
ยังมีใครที่รู้เรื่องปีนั้นของหมู่บ้านดารายนอีกบ้างล่ะ?
บุริศร์เข้าใจดี ที่บุณพจน์โน้มน้าวให้ตนเองออกไปจากที่นี่ ไม่อยากให้ยุ่งเรื่องพวกนั้น เป็นสิ่งที่ออกมาจากใจจริง เขาหวังดีกับตนเอง แล้วก็เพราะในใจของเขาเห็นว่าตนเองเป็นพี่น้อง
อาจจะเพราะเหตุผลที่มีตรินท์อยู่ บางทีผู้ชายคนนั้นคงเฝ้าปรารถนาความรักจากครอบครัวจริงๆ แต่ถ้าจะให้บุณพจน์หันปากกระบอกปืนไปหาพิรุณ บุริศร์ก็แน่ใจว่า บุณพจน์ทำไม่ได้อยู่แล้ว
ดังนั้นต่อให้บุณพจน์รู้เรื่องอะไรของหมู่บ้านดารายน เขาก็คงไม่พูด ยิ่งไม่พุ่งเป้าไปหาพ่อของตนเองเพื่อคนที่เรียกว่าเป็นพี่น้องอย่างเขาหรอก
นอกจากนี้ บุริศร์ไม่รู้แล้วจริงๆว่าจะไปถามเรื่องปีนั้นจากใครได้อีก
กมลกับกิจจาฟังอยู่เงียบๆ ราวกับไม่มีอะไรเข้าไปในหูเลย แต่แล้วในเวลานี้จู่ๆกมลก็เอ่ยปากขึ้น
“หนูรู้จักคนๆหนึ่งบางทีอาจจะรู้ความจริงที่หมู่บ้านดารายนพังพินาศในปีนั้นก็ได้”
“ลูกรู้?”
นรมนค่อนข้างแปลกใจ มองลูกสาวของตนเองไม่ออกขึ้นเรื่อยๆแล้ว
กมลโดนมองอย่างนั้นจึงรู้สึกเคอะเขินขึ้นมา เกาๆหัวพูดขึ้น “หม่ามี้ อย่ามองหนูแบบนี้ ก็ปีวราคนนั้นไงคะ หม่ามี้ของเธอเป็นคนของหมู่บ้านดารายน ตอนนี้น่าจะอายุมากแล้ว อีกอย่างปีนั้นตอนที่หมู่บ้านดารายนพังพินาศหม่ามี้เธอโดนขับไล่ออกจากหมู่บ้านถึงเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด บางทีอาจจะรู้อะไรบ้างก็ได้”
นรมนกับบุริศร์จึงนึกถึงปีวราคนนั้นขึ้นมา
ในสายตาของบุริศร์ ปีวราเป็นคนของคริชณะ เพื่อเป็นการปกป้องเธอหรือให้เธออยู่ทำงานลับที่ด้านนี้ จึงจำเป็นต้องสร้างประวัติส่วนตัวที่พิเศษสักหน่อย ดังนั้นตัวตนของปีวราในตอนนั้นที่บอกว่าเป็นลูกหลานของหมู่บ้านดารายนบุริศร์ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลย ถึงยังไงที่หมู่บ้านดารายนโดนทำลายไปเป็นกู่ความทรงจำของเขาที่ให้คำตอบออกมา แต่กลับคิดไม่ถึงว่าคนๆนั้นที่ดูไม่ได้โดดเด่นไปกว่าคนอื่น แม้แต่กมลก็ยังรับมือไม่ได้ไม่นึกเลยว่าปีวราจะเป็นลูกหลานของหมู่บ้าน ดารายนจริงๆ
ตอนนั้นแค่คิดว่าปีวราไม่ได้รู้สึกถึงร่างกายของเขาที่มีกู่ทองคำ ทั้งๆที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านของหมู่บ้านดารายนที่ดำรงตำแหน่งขณะนั้น ดังนั้นบุริศร์ถึงคิดว่าตัวตนของเธอเป็นเรื่องที่แต่งเติมขึ้มา เพื่อความสะดวกในการทำงาน ตอนนี้คิดๆดูแล้ว สงสัยว่าจะเป็นเพราะแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นบนร่างกายของเธอถึงไม่มีกู่ความทรงจำ ถึงจำตัวตนที่แท้จริงของบุริศร์ไม่ได้
**(กู่ เป็นวิชาอาคม ที่เอาสัตว์มีพิษทั้ง 5 มารวมกันในไห (กู่) คือ งูพิษ-แมงป่อง-ตะขาบ-คางคก-แมงมุมพิษซึ่งสัตว์มี พิษทั้ง 5 ชนิด จะฆ่ากันเองภายในกู่ และจะมีสัตว์มีพิษ 1 ตัวเท่านั้นที่จะชนะ เพราะกินสัตว์พิษตัวอื่นเข้าไป ทำให้กลายเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุด สามารถฆ่าคนให้ตายได้ในทันที ซึ่งในละครจะมีผ้ายันต์ และหน้ากาก ที่ใช้สะกด บังคับสัตว์พิษให้ฆ่าคนหรือควบคุมคน)