ตอนที่ 1300
บทที่ 1300 ดูถูกกันเกินไปแล้ว
October 31, 2026
เมื่อได้ยินนรมนถาม ดวงตาของพรวลัยก็เคร่งขรึมขึ้นทีเดียว แล้วพูดขึ้น “ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งค่ะ”
“ยังมีสาเหตุอื่นอีกหรือ”
“ตอนนี้ฉันไม่สะดวกพูด คุณอย่าบังคับฉันได้มั้ยคะ”
พรวลัยเย็นชา เย็นชาแบบห่างเหิน เหมือนไม่มีใครเดินเข้าไปในใจเธอได้
นรมนรู้สึกประหลาดใจ ถึงกับสงสัยความรู้สึกของเธอต่อบุณพจน์มั่นคงไม่มีทางสั่นคลอนจริงๆ หรือ หรือว่ามีแผนอะไรอย่างอื่น
แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างสามีภรรยาสองคน เธอไม่เหมาะจะแสดงความเห็น
นรมนคิดนิดหนึ่งก็พูดขึ้น “เธออยากทำอะไรฉันจะไม่ห้าม แต่หวังว่าเธอจะรอบุณพจน์ฟื้นขึ้นมาก่อนได้มั้ย ขอแค่เขาตื่นแล้ว เธอต้องการเด็กคนนี้หรือไม่ฉันไม่ยุ่ง แต่ตอนนี้ฉันจะปล่อยให้เธอเกิดเรื่องไม่ได้ เพราะบุริศร์รับปากบุณพจน์แล้วจะดูแลเธอกับเด็กในท้องอย่างดี ถ้าเธอทำร้ายเด็กคนนี้ ฉันไม่มีหน้าจะพูดกับบุณพจน์”
พรวลัยไม่รับปาก และก็ไม่ตกลง เพียงแต่มองนรมนอย่างมีความหมาย หลังจากนั้นก็เดินออกไป
นรมนเดิมทีคิดจะตามไปดู แต่ก็ได้ยินพรวลัยพูดเรียบๆ “อย่าตามฉันมาค่ะ ฉันอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ”
คำพูดนี้ทำให้นรมนชะงักฝีเท้า
เธอมองบุณพจน์ที่ยังนอนหลับสนิท ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะฟื้น และไม่รู้พรวลัยจะทำแท้งโดยพละการหรือไม่
นรมนรู้สึกว่าปวดหัวแทบระเบิดไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี
เรื่องพวกนี้ทำไมจะราบรื่นหน่อยไม่ได้
เธอรู้สึกว่าจะต้องไปเค้นสอบพิรุณสักหน่อย
เมื่อคิดอย่างนี้ นรมนก็ไปยังถ้ำที่ขังพิรุณอีกครั้ง
พิรุณเห็นนรมนกลับมาอีกครั้ง ก็อดตะลึงไม่ได้
“ว่าไง อยากจะได้อะไรจากปากฉันอีกหรือ นรมน ฉันไม่มีทางพูดอะไรทั้งนั้น อย่าพยายามเลยมันไม่ได้ผลหรอก”
นรมนมองเขา แต่พูดยิ้มๆ “ฉันไม่ถาม แล้วก็ไม่อยากรู้อะไร ฉันแค่จะมาเฝ้าแก”
“อะไรนะ”
พิรุณประหลาดใจ
นรมนไม่สนใจเขา หาเก้าอี้ตัวหนึ่งตรงข้ามพิรุณนั่งลง จากนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกม
เธอไม่รีบร้อน ท่าทางนิ่งเฉยมองพิรุณเหมือนไม่มีตัวตน ไม่รู้ว่านรมนวางแผนอย่างไร แต่เขารู้ดี นรมนอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ ยิ่งไม่เป็นผลดีกับเขา
“นี่ นรมน ฉันหิวแล้ว หาอะไรให้กินหน่อยสิ”
“ไม่มีอะไรให้กินทั้งนั้น แกทนหิวไปเถอะ อย่าลืมสิ ตอนนี้แกเป็นนักโทษ”
นรมนพูดไม่เงยหน้า แม้แต่สายตาก็ไม่อยากมองพิรุณ
พิรุณเคยเจอแบบนี้ที่ไหนกัน รู้สึกโมโหขึ้นมา
“ฉันจะกิน จะดื่มน้ำ เธอต้องดูแลฉันให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าจะได้ข้อมูลอะไรจากฉัน”
“ถึงจะให้อาหารแก ก็ไม่แน่ว่าแกจะพูดอะไร ในเมื่ออย่างนี้ ทำไมฉันต้องเปลืองอาหารด้วย”
นรมนยังคงไม่เงยหน้า คำพูดของเธอทำให้รู้สึกเดือดดาล
ตอนแรกพิรุณยังรู้สึกว่านรมนเป็นผู้หญิง อาจจะหลอกง่าย แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่านรมนกับบุริศร์ร้ายไม่ต่างกัน โมโหจนอยากจะฆ่าให้ตาย
“นรมน แก...”
“หุบปาก! พูดมากอีก ฉันจะให้พวกเขาเอาถุงเท้าเหม็นๆ อุดปากซะ ไม่เชื่อก็ลองดูสิ”
นรมนเงยหน้าขึ้นในที่สุด แต่สายตาเย็นชา และคำพูดของเธอยิ่งทำให้พิรุณโกรธจนแทบเป็นบ้า
“ฉันสาบาน ขอแค่ฉันยังไม่ตาย ขอแค่ฉันออกไปได้ ฉันจะหั่นศพแกเป็นชิ้นๆ! โดยเฉพาะปากของแก ฉันจะฉีกเป็นชิ้นๆ”
พิรุณสบถด่า
นรมนชะงักนิดหนึ่ง
ฟังน้ำเสียงของพิรุณ มั่นใจมากตัวเองจะออกไปจากที่นี่ได้
เป็นนักโทษแท้ๆ ยังเหิมเกริมขนาดนี้ มั่นใจขนาดนี้ นอกจากไม่กลัวตายแล้ว บางทีที่นี่อาจมีสายลับอยู่ก็ไม่แน่
นรมนคิดถึงตรงนี้ แววตาก็ครุ่นคิด
มิน่าพิรุณไม่พอใจที่เธออยู่ที่นี่ บางทีเธออาจขัดขวางคนอื่นมาช่วยเหลือเขา
เมื่อคิดได้อย่างนี้ มุมปากนรมนมีรอยยิ้มที่ดูไม่ออก ถ้าหากดูดีๆ ละก็ จะเห็นว่ารอยยิ้มของเธอเหมือนกับตอนที่บุริศร์เล่นงานคนอื่นสุดๆ
“เฮ้อ ที่นี่อากาศไม่ค่อยถ่ายเท ทนไม่ไหวแล้ว ช่างเถอะ ฉันจะกลับห้องละ พวกนายเฝ้าเขาให้ดีๆ ล่ะ อย่าให้ดื่มน้ำหรืออาหารอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้หิวอยู่ตรงนี้แหละ ดูสิจะยังโอหังอีกมั้ย”
นรมนบิดขี้เกียจ จากนั้นก็ใส่มือถือลงในกระเป๋ากางเกง แล้วลุกขึ้นมองพิรุณแวบหนึ่งยิ้มเย็นก่อนเดินออกไป
สายตาของพิรุณเย็นเยียบ แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนรมนเดินออกมาก็ไม่รีบร้อนกลับ แต่ไปสั่งสั้นๆ กับบอดี้การ์ดคนหนึ่ง ถึงค่อยเดินออกจากถ้ำ
ตอนที่เธอกลับมาถึงหมู่บ้านดารายน มิลินกับกิจจาและนงลักษณ์อยู่กันพร้อมหน้า แต่พรวลัยหายไป
นรมนคิดว่าเธอออกไปสูดอากาศ ก็อดกังวลไม่ได้
“พวกเธอเห็นพรวลัยมั้ย เธอสุขภาพไม่ค่อยดี ข้างนอกลมแรง ไปเรียกเธอกลับมาเถอะ”
มิลินกับนงลักษณ์ส่ายหน้า “พวกเราไม่ได้สังเกตเลย”
“งั้นเดี๋ยวฉันไปตามเอง”