ตอนที่ 1304
บทที่ 1304 คุณอย่าร้อนใจเกินไปนะ
October 31, 2026
รนหาที่ตายเองเหรอ?
นรมนไม่รู้เธอรู้แต่เพียงว่าจะต้องรู้สถานะของปีวราให้ชัดเจน ในเมื่อบุริศร์และกมลต่างก็ไม่อยู่ข้างกาย ในใจของเธอจึงมักจะไม่มีความสบายใจ
“งั้นหรือไม่ฉันไปเป็นเพื่อนเธอดีกว่า”
นงลักษณ์นั้นเป็นห่วงนรมนมากเลย
นรมนจ้องมองนงลักษณ์ แล้วก็นึกถึงแม่ของตัวเองคิม ถ้าคิมยังมีชีวิตอยู่ละก็ ตอนนี้ก็น่าจะเป็นห่วงตัวเองมากเหมือนกันมั้ง
ความเจ็บปวดเสี้ยวหนึ่งกะพริบผ่านไปในดวงตา
เธอพยักหน้าเล็กน้อย แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ถ้าหากแม่ของฉันยังมีชีวิตอยู่ละก็ ก็น่าจะเป็นห่วงฉันเหมือนคุณเลย”
นงลักษณ์อึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็ถอนหายใจและพูดขึ้นว่า “เรื่องที่เสียใจมากที่สุดในชีวิตฉันก็คือไม่รีบกลับมาให้เร็วที่สุด”
“มีเรื่องบางเรื่องสวรรค์คงจะกำหนดมาแล้วมั้ง โชคชะตาบางอย่างก็ร้องขอมาไม่ได้ รอให้เรื่องราวพวกนี้จบลงแล้ว กลับไปเยี่ยมคุณตากับฉันนะคะ หลายปีมานี้ท่านคิดถึงคุณมากเลยค่ะ”
นรมนรู้ว่าตัวเองไม่สามารถเชื่อถือนงลักษณ์ได้ทั้งหมด แต่ว่าความรู้สึกบางอย่างมันก็ห้ามเอาไว้ไม่อยู่จริง ๆ
แต่ว่านงลักษณ์จะไม่ให้เธอผิดหวัง
นงลักษณ์พยักหน้าเล็กน้อย แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ฉันจะไปเตรียมตัวสักหน่อย เดี๋ยวจะได้ไปหมู่บ้านน้ำใสพร้อมกับเธอ”
“ได้ค่ะ”
นรมนพยักหน้าเล็กน้อย แล้วตัวเองก็หมุนตัวกลับไปเตรียมตัวเล็กน้อยด้วยเช่นกัน
เธอเอาหมู่บ้านดารายนมอบหมายให้กับมิลิน มีมิลินอยู่เป็นหลัก ที่นี่ก็น่าจะไม่มีปัญหา ที่สำคัญหมู่บ้านดารายนก็ยังเป็นบ้านเกิดของมิลินมาตลอด และนรมนก็ทิ้งกิจจาไว้ที่นี่ด้วย
สำหรับการจัดแจงของนรมนนั้น กิจจาเองก็พยักหน้าตอบตกลงแล้ว เพียงแต่แค่ขอให้นรมนระวังความปลอดภัยด้วย
ไม่นานหลังจากนั้น นรมนและนงลักษณ์ทั้งสองคนก็ไปหมู่บ้านน้ำใสแล้ว
หมู่บ้านน้ำใสยังคงเป็นเหมือนกับตอนที่บุริศร์อยู่ยังไงอย่างงั้น ในตอนที่ผู้ใหญ่บ้านเตชิตเห็นนรมนนั้นก็ยังรู้สึกแปลกใจไปบ้าง
“คุณนายบุริศร์? ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้? คุณไปหลังเขากับคุณบุริศร์แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ปีวรากลับมาหรือยังคะ?”
พอผู้ใหญ่บ้านเตชิตได้ยินคำถามของนรมน ก็ส่ายหัวอย่างรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
“ปีวราพาคุณหนูกมลไปตามหาพวกคุณแล้ว พวกคุณไม่ได้เจอกันเหรอครับ?”
“ฉันสามารถพบภรรยาคุณหน่อยได้ไหม?”
นรมนไม่ได้ตอบ ยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่ว่าผู้ใหญ่บ้านเตชิตเหมือนกับว่าจะมองอะไรออกเล็กน้อยแล้ว
“ใช่ปีวราทำเรื่องอะไรผิดไปหรือเปล่า?”
“ผู้ใหญ่บ้านเตชิตรู้สึกว่าปีวราสามารถทำอะไรผิดได้บ้างล่ะ?”
นรมนไม่ได้ตอบแต่กลับถามกลับ จนชั่วขณะหนึ่งทำให้ผู้ใหญ่บ้านเตชิตรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา
“ผม ไม่รู้”
“ยังไงก็ให้ฉันเจอกับคุณนายใจภักดิ์เถอะ”
คุณนายใจภักดิ์เป็นลูกหลานของหมู่บ้านดารายน ยังไงนรมนก็ยังหวังว่าเธอจะสามารถเห็นแก่ความผูกพันเก่าได้
ผู้ใหญ่บ้านเตชิตครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ไม่ว่าปีวราจะทำอะไรลงไป ผมก็ยังหวังว่าอยู่ต่อหน้าภรรยาผมคุณจะสามารถถนอมน้ำใจหน่อย สุขภาพของเธอไม่ค่อยดี ผมไม่อยากจะให้เรื่องอะไรของปีวราทำให้เธอเป็นอะไรไป ถือซะว่าผมขอร้องคุณล่ะ”
นรมนไม่มีทางที่จะรับปากกับผู้ใหญ่บ้านเตชิตได้ ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับบุริศร์และกมล
เธอพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ผู้ใหญ่บ้านเตชิต ถ้าหากเป็นไปได้ละก็ ฉันก็ไม่อยากจะรบกวนการพักผ่อนและการพักฟื้นของคุณนายใจภักดิ์หรอกค่ะ แต่ว่าตอนนี้ปีวราพาสามีและลูกสาวของฉันไปแล้วไม่มีเบาะแสอะไรเลย แล้วสามีของฉันก็เป็นผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบันของหมู่บ้านดารายน คุณรู้สึกว่าฉันควรจะถามคุณนายใจภักดิ์เกี่ยวกับเรื่องนี้สักหน่อยไหมล่ะ?”
ผู้ใหญ่บ้านเตชิตนิ่งอึ้งไปทันทีเลย
“เป็นไปไม่ได้ เด็กอย่างปีวราจะไปทำเรื่องอย่างนี้กับคุณบุริศร์และคุณหนูกมลได้ยังไง?”
“ฉันเองก็ไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นก็เลยจะมาทำความเข้าใจสถานการณ์สักหน่อย ในเมื่อทั้งสามีฉันและฉัน ต่างก็ไม่อยากจะเป็นศัตรูกับหมู่บ้านน้ำใส”
คำพูดของนรมนทำให้ผู้ใหญ่บ้านเตชิตเงียบขรึมไปเลย
“ยัยลูกอกตัญญูนี่ ดูซิกลับมาฉันจะตีขาเธอให้หักไปเลย!”
“นั่นก็ยังจะต้องตามหาตัวเธอให้เจอก่อนถึงจะได้”
นรมนพูดไปแล้วก็เดินเข้าไปเลย และครั้งนี้ผู้ใหญ่บ้านเตชิตก็ไม่ได้ขัดขวางอีก
นงลักษณ์ตั้งแต่ที่มาถึงที่นี่ก็ไม่ได้พูดอะไรเลย ได้แต่ติดตามอย่างสงบเงียบอยู่ข้างหลังนรมน พอเห็นนรมนเดินเข้าไปก็เดินตามเข้าไปด้วย
ผู้ใหญ่บ้านเตชิตไม่รู้จักสถานะของนงลักษณ์ แน่นอนว่าก็ไม่กล้าขวางด้วยเช่นกัน
ในตอนที่นรมนเดินเข้ามาถึงข้างเตียงของคุณนายใจภักดิ์นั้น คุณนายใจภักดิ์กำลังตื่นอยู่พอดี
“คุณนายบุริศร์ นี่คุณจะ……”
“คุณนายใจภักดิ์ ฉันสามารถพูดคุณส่วนตัวกับคุณสักหน่อยได้ไหม?”
แววตาของนรมนอ่อนโยน ให้คนมีความรู้สึกสบายใจอย่างมากอย่างหนึ่ง
คุณนายใจภักดิ์พยักหน้าเล็กน้อย แล้วก็ยิ้มและพูดกับผู้ใหญ่บ้านเตชิตขึ้นว่า “ฉันอยากจะกินซุปไก่ดำที่คุณตุ๋นเองกับมือ คุณไปทำให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
เมื่อภรรยาร้องขอเช่นนี้แล้ว ผู้ใหญ่บ้านเตชิตยังจะพูดอะไรได้อีกล่ะ?
“คุณอย่าร้อนใจเกินไปนะ”
ผู้ใหญ่บ้านเตชิตกำชับขึ้นอีกประโยคหนึ่งแล้วก็จากไป
นงลักษณ์เองก็เดินออกไปหลังจากที่นรมนส่งสัญญาณให้
ในตอนที่ในห้องเหลือแต่นรมนและคุณนายใจภักดิ์นั้น ดวงตาของคุณนายใจภักดิ์ก็มีความกังวลขึ้นมาเล็กน้อย