ตอนที่ 1305
บทที่ 1305 เรื่องที่อยากทำจะต้องไม่ใช่ง่าย ๆ แน่
October 31, 2026
บุณพจน์จ้องมองพรวลัยที่หมดสติอยู่ ในดวงตาแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดเสี้ยวหนึ่ง แล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมขึ้นมาว่า “ไม่รู้ซิ หรือบางทีระหว่างนี้อาจจะมีเรื่องอะไรอยู่ ความแค้นฆ่าล้างตระกูลระหว่างพรวลัยและพิรุณ ถึงแม้ว่าเธอจะปล่อยตัวเขาไป แต่ก็ไม่ใช่เพื่อช่วยเขาแน่ หรือบางทีอาจจะมีการวางแผนอย่างอื่นไว้ก็ไม่แน่”
สำหรับพิรุณแล้ว ตอนนี้บุณพจน์ไม่มีความรู้สึกอะไรต่อเขาเลยสักนิด ถึงแม้เขาจะกลืนหนอนพิษทองคำเข้าไป แต่ว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกภายนอกนั้นเขาก็สามารถเข้าใจและรู้เรื่องดี พิรุณปฏิบัติต่อเขายังไง จัดการกับศพของเขายังไงนั้นเขาล้วนได้ยินชัดเจนดี บางทีอาจจะเริ่มตั้งแต่วินาทีนั้น หัวใจของเขาก็ได้ตายไปแล้วจริง ๆ
พิรุณให้ชีวิตกับเขา แต่ว่าสามสิบกว่าปีมานี้เขาก็น่าจะทดแทนให้หมดแล้ว ต่อไปเขากับพิรุณจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวแล้ว
จ้องมองใบหน้าที่เยือกเย็นของบุณพจน์ นรมนก็เหมือนกับว่าได้เห็นตัวบุริศร์เมื่อหลายปีก่อน
ที่จริงมีบางครั้งพวกเขาพี่น้องก็เหมือนกันมากจริง ๆ ตัวอย่างเช่นท่าทางเรียบเฉยหลังจากที่โดนญาติสนิทหักหลังนั่น ที่จริงแล้วในใจน่าจะเจ็บปวดมากกว่าใครเลยละมั้ง
นรมนรู้สึกว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งจำเป็นจะต้องบอกกับบุณพจน์
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “พี่ใหญ่ มีอยู่เรื่องหนึ่งฉันอยากจะบอกกับคุณ”
“เรื่องอะไร?”
“เรื่องที่เกี่ยวกับพิรุณ”
นรมนรู้ว่าตอนนี้พูดถึงพิรุณก็คือข้อห้ามอย่างหนึ่ง แต่ว่าเธอรู้ว่ายังไงบุณพจน์ก็ต้องเผชิญหน้า ถึงแม้ว่าตอนนี้จะสามารถหลบหนีไปได้ชั่วคราว แต่ก็หลบหนีไม่ได้ตลอดชีวิต
บุณพจน์อึ้งไปเล็กน้อย ดวงตามีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จากนั้นก็พูดขึ้นเสียงเรียบว่า “เรื่องอะไรของเขา? ไหนว่าหลบหนีไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ตัวตนที่แท้จริงของเขาคุณรู้หรือเปล่า?”
คำพูดประโยคนี้ถามจนบุณพจน์ไปไม่ถูกเล็กน้อยเลย
“หมายความว่าไง?”
“ฉันส่งคนไปตรวจสอบตัวตนของพิรุณมา เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนพิรุณก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว ญาติพี่น้องที่มีความเกี่ยวข้องกับเขาได้หายไปหมดเลยภายในคืนเดียว แต่ว่าตอนนี้พิรุณคนนี้กลับใช้สถานะนี้แทนมาสามสิบกว่าปี ตอนนั้นอินเทอร์เน็ตของเราที่นี่ยังไม่พัฒนาเท่าไหร่ ไฟล์ข้อมูลของพื้นที่ห่างไกลมากมายก็ตรวจสอบไม่เจอ เพราะฉะนั้นถึงได้มีจุดหละหลวมตรงนี้ แล้วตอนนี้พิรุณก็โดนพรวลัยปล่อยตัวไปแล้ว พวกเราก็ไม่รู้สถานะที่แท้จริงของเขาว่าคือใคร แล้วไม่มีเบาะแสเลยสักนิด”
คำพูดของนรมนทำให้ดวงตาของบุณพจน์หรี่ขึ้นมาทันที
“คุณว่าอะไรนะ? พิรุณตายแล้วเหรอ?”
“น่าจะพูดว่าพิรุณตัวจริงตายไปแล้วต่างหาก ส่วนสถานะที่แท้จริงของพิรุณในตอนนี้นั้นพวกเราก็ไม่แน่ชัด”
อยู่ ๆ บุณพจน์ก็นิ่งอึ้งไปเลย
เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนพิรุณก็ตายไปแล้ว งั้นพ่อของเขาคือใครล่ะ?
ผู้ชายคนนั้นที่ให้ชีวิตเขา ตกลงเป็นใครกัน?
อยู่ ๆ บุณพจน์ก็รู้สึกตลกมาก
มีชีวิตอยู่มาสามสิบปี แต่เขากลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นลูกชายของใคร ตัวตนของพ่อเขาคือใคร
ถึงว่าพิรุณถึงได้ปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่เอาใจใส่ หนำซ้ำยังไม่สนใจด้วย คนคนหนึ่งที่สามารถทิ้งสถานะของตัวเองไปสามสิบกว่าปีได้ จะมาสนใจเขาที่เป็นลูกนอกคอกคนหนึ่งได้ยังไง?
บางทีตอนนั้นที่พิรุณมาอยู่กับโอนั้น ก็เพื่อต้องการรู้เส้นทางแร่ของหมู่บ้านดารายน เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจะเกิดพลาดมีตัวเองขึ้นมาเท่านั้น
แต่น่าเสียดายที่หมู่บ้านดารายนจนถึงตายก็ยังไม่ได้บอกความลับนี้กับพิรุณ เพราะฉะนั้นเขาถึงได้มีชีวิตอยู่ต่อได้
เป้าหมายที่เขาบุณพจน์มีชีวิตอยู่ต่อได้บางทีอาจจะมีแค่อย่างเดียว นั่นก็คือเพื่อคอยขัดขวางบุริศร์ไว้ ก็คือคอยให้พิรุณเอาไปหลอกใช้เพื่อเปิดเผยความลับของหมู่บ้านดารายนมั้ง?
พอคิดถึงจุดนี้ได้แล้ว อยู่ ๆ บุณพจน์ก็รู้สึกว่าช่างน่าเยาะเย้ยมากจริง ๆ ทุกข์ใจมากจริง ๆ
ตอนแรกนึกว่าตัวเองคงจะไม่เกิดการอ่อนไหวทางอารมณ์อะไรต่อผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว แต่ว่าวินาทีนี้ก็ยังคงรู้สึกถึงความเจ็บปวดจากกระดูกราวกับโดนถลกหนังลอกเส้นเอ็นออกยังไงอย่างงั้นอยู่
ที่แท้นี่ถึงจะเป็นความหมายที่แท้จริงที่เขาได้เกิดมาเหรอ?
ผู้ชายคนหนึ่ง ถ้าแม้แต่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองก็ยังสามารถทอดทิ้งได้แล้วละก็ ถ้าอย่างงั้นเรื่องที่เขาจะทำจะต้องไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แน่ จะต้องไม่ใช่แค่เรื่องเงินของเส้นทางแร่ทองคำง่าย ๆ เท่านั้นแน่!
เขาจะเอาเงินพวกนั้นไปทำอะไรกัน?
หรือว่าเงินจะสามารถซื้อความรู้สึกมาได้ด้วยเหรอ?
จะสามารถซื้อความรักจากญาติมิตรมาได้เหรอ?
เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของพิรุณ แต่ว่าพิรุณก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด นอกซะจากว่าเขาจะเป็นลูกที่พิรุณมีกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก หรือบางทีก่อนที่พิรุณจะเจอกับโอนั้นอาจจะเคยมีทายาทอยู่ก่อนแล้ว
ความคิดนี้พุ่งเข้ามาในหัวสมองของบุณพจน์อย่างแปลกประหลาด จนทำให้ร่างกายของเขาสั่นเทาไปทีหนึ่ง
ในอกกำลังคลื่นลมแรงกระหน่ำอยู่ ความคาวอย่างหนึ่งพุ่งขึ้นมา แต่กลับโดนบุณพจน์สะกดกลั้นลงไปอย่างสุดความสามารถ
“พี่ใหญ่ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?”