ตอนที่ 1306
บทที่ 1306 ยังเล่นไม่พออีกเหรอ
October 31, 2026
พอนรมนได้ยินข่าวนี้แล้วก็ตื่นตกใจเป็นอย่างมาก หนำซ้ำยังแทบไม่อยากจะเชื่อ
พวกเขาเอาธนเดชมาเป็นเบาะแสค้นหามาตั้งนานขนาดนี้ แต่กลับเป็นคนที่ตายไปตั้งแต่ยี่สิบกว่าปีที่แล้ว
เป็นไปได้ยังไงกัน?
แต่ว่าเธอเองก็รู้สึกว่าบุณพจน์ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหลอกตัวเอง
นรมนอดไม่ได้ที่จะยิ่งคิดถึงบุริศร์มากยิ่งขึ้นเลย
ถ้าหากบุริศร์อยู่ด้วยละก็ ก็จะสามารถคิดถึงความเกี่ยวข้องอย่างอื่นได้แล้วใช่ไหม?
บุณพจน์เองก็กำลังครุ่นคิดสิ่งที่ตัวเองสงสัย แล้วในตอนที่หันกลับไปมองนรมนนั้น ก็อึ้งไปเล็กน้อยครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้นว่า “บุริศร์ยังไม่กลับมาอีกเหรอ?”
“ยังค่ะ เหมือนกับว่าปีวราจะมีเรื่องอะไรปิดบังพวกเราไว้”
นรมนเล่าเรื่องราวทั้งหมดไปรอบหนึ่ง
เธอเป็นห่วงบุริศร์และกมลเป็นอย่างมาก แต่ว่าก็เป็นอย่างที่คุณนายใจภักดิ์พูดมา ปีวราไม่มีเหตุผลอะไรที่จะหักหลังคริชณะ งั้นที่เธอทำแบบนี้เพื่อเป้าหมายอะไรกันล่ะ?
“บางทีอาจจะเพื่อตบตาคนข้างนอก ให้พิรุณนึกว่าข้างกายคริชณะมีหนอนบ่อนไส้ขึ้น แล้วก็ล่อเสือออกจากถ้ำออกมา”
คำพูดของบุณพจน์ไม่ใช่ว่านรมนจะไม่เคยคิดมาก่อน แต่ว่ายังไงก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดี
“ถ้าหากเป็นอย่างนี้ละก็ งั้นพวกบุริศร์ก็ควรส่งข่าวมาให้พวกเราซิ แต่กลับมีแค่หนอนพิษส่งสารตัวหนึ่งกลับมาว่า ให้เราอยู่นิ่ง ๆ ไม่ต้องเคลื่อนไหมกำลังพล ให้รอข่าวไปก่อน ฉันไม่รู้ว่าข่าวนี้จริงหรือปลอม เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นห่วงอยู่บ้าง”
หัวคิ้วของนรมนขมวดกันนิ่ง
บุณพจน์พูดเสียงเรียบขึ้นว่า “ถ้าอยากจะรู้ว่าเรื่องจริงหรือปลอม อีกเดี๋ยวให้พรวลัยพาพวกเราเข้าไปหาก็พอแล้ว”
“อาการของพรวลัยในตอนนี้คุณเองก็เห็นแล้ว แล้วก็ไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาได้เมื่อไหร่ แล้วถึงจะตื่นแล้ว พวกเราก็รับประกันไม่ได้ว่าพรวลัยจะช่วยเหลือพวกเรา พี่ใหญ่ ฉันไม่รู้เรื่องความแค้นระหว่างพรวลัยและพิรุณ แต่ว่าในเมื่อเธอได้กินยาพิษไปอย่างเฉียบขาดแบบนั้น กลัวว่า……”
คำพูดที่เหลือนรมนไม่ได้พูดต่อ
เรื่องที่แก้ยากมากที่สุดบนโลกใบนี้ก็คือเรื่องความรู้สึก
บุณพจน์กลับหันไปมองพรวลัยที่ยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงทีหนึ่ง แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “เธอจะต้องฟื้นแน่ คุณกลับไปก่อนเถอะ รอให้เธอตื่นแล้ว ผมจะโทรหาคุณแน่นอน ช่วงเวลานี้ก็ดูแลตัวเองให้ดี ๆ ไม่งั้นละก็บุริศร์จะต้องปวดใจแน่นอน”
นรมนไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวเองรู้สึกไปเองหรือเปล่า แต่มักจะรู้สึกว่าบุณพจน์เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว
เรื่องของพิรุณ สำหรับเขาแล้วไม่ควรเป็นเรื่องสะเทือนใจเรื่องหนึ่งเหรอ?
แต่ทำไมเขากลับมีท่าทางดีใจเล็กน้อยล่ะ?
“พี่ใหญ่ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
นรมนถามขึ้นอย่างไม่ค่อยวางเล็กน้อย
“ไม่เป็นอะไร คุณกลับไปก่อนเถอะ”
บุณพจน์ออกคำสั่งไล่แขกขึ้นมาเลย นรมนเองก็ไม่รู้จะอยู่ที่นี่ต่อยังไงดี เพียงแต่แค่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วก็จากไปเลย
ในตอนที่เธอเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วยแล้ว บุณพจน์ก็ปิดประตูลงทันที ท่าทีแบบนั้นทำให้นรมนรู้สึกหดหู่ขึ้นมาเล็กน้อยจริง ๆ
เธอไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนมากขนาดนี้เลยเหรอ?
ในตอนที่ห้องพักผู้ป่วยเหลือแต่บุณพจน์และพรวลัยแล้วนั้น บุณพจน์ก็จ้องมองไปที่พรวลัยบนเตียงทีหนึ่ง ในดวงตาแฝงไว้ด้วยความรู้สึกลึกซึ้งเสี้ยวหนึ่ง
“ยังจะแสดงไปถึงเมื่อไหร่? หนังตาก็กระตุกแล้ว อยู่กับผมมานานขนาดนี้แล้ว ยังคงโกหกไม่เป็นอีก พรวลัยที่เสแสร้งไม่เป็น คุณว่าสิบกว่าปีมานี้อยู่ข้างกายผมนี่อยู่มาได้ยังไงกันเนี่ย?”
น้ำเสียงของบุณพจน์แฝงไว้ด้วยความขบขันและรักใคร่เสี้ยวหนึ่ง
หลังจากที่พรวลัยโดนเปิดโปงแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมา ในตอนที่สบเข้ากับแววตาแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มของบุณพจน์นั้น ที่หัวใจก็อึ้งไปครู่หนึ่ง
ถึงแม้ว่าจะผ่านมาสิบสองปีแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังคงไม่มีทางที่จะต้านทานเสน่ห์ของเขาได้
ยังคงแค่รอยยิ้มจาง ๆ ของเขาอันเดียวก็สะเทือนไปหมดทั้งหัวใจแล้ว จนต้องโอนอ่อนต่อเขา โดยไม่สนใจอะไรเลย
พรวลัยรู้สึกโกรธเคืองที่ตัวเองเป็นแบบนี้เล็กน้อย
เธอรีบหันหน้าไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าไม่ไปมองบุณพจน์ก็จะสามารถลืมไปว่าคนคนนี้เป็นลูกชายของพิรุณ เป็นศัตรูของเธอได้
ตอนแรกนั้นบุณพจน์ยังยิ้มอยู่ แต่ว่าพอเห็นท่าทางพรวลัยที่หลบหนีอย่างกับนกกระจอกเทศเจอศัตรูนั้น ดวงตาก็อดไม่ได้ที่จะเคร่งขรึมลงหลายส่วน
“ยังเล่นไม่พออีกเหรอ?”
น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบ แฝงได้ด้วยความโกรธกรุ่น ๆ เสี้ยวหนึ่ง
พรวลัยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย แต่กลับกัดริมฝีปากล่างเอาไว้และไม่ได้พูดอะไร
บุณพจน์รีบเดินหน้าขึ้นมา แล้วคว้าคางของเธอมาบีบไว้ บีบบังคับจนเธอจะไม่สบตาคู่ที่โกรธจัดคู่นั้นของเขาไม่ได้
“ผมถามคุณ ว่าเล่นพอหรือยัง?”
“ฉันไม่ได้เล่น! ปล่อยฉันนะ!”
น้ำเสียงของพรวลัยแหบแห้ง แต่กลับแฝงไว้ด้วยความดื้อดึงเสี้ยวหนึ่ง
คางของเธอรู้สึกเจ็บมาก
อยู่ข้างกายบุณพจน์มาสิบสองปี น้อยครั้งมากที่เขาจะหยาบคายกับเธอ นอกจากปีแรก ๆ ที่อารมณ์เสียใส่เธอแล้วนั้น ส่วนใหญ่แล้วเขาก็ดีกับเธอมากเลย แต่ท่าทางเหมือนอย่างตอนนี้ ที่ดวงตาแดงเดือดคู่นั้นที่แทบจะกินเธอเข้าไปยังไงอย่างงั้น ก็ยังเป็นครั้งแรกที่พรวลัยได้เห็นมาเหมือนกัน จึงอดไม่ได้ที่จะจิตใจหวั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย
เธอบอกกับตัวเองว่า คนที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นลูกชายศัตรูของเธอ เธอไม่ควรและไม่สามารถที่จะโดนเขาลุ่มหลงและกระทบกระเทือนได้อีกแล้ว แต่ว่าความกลัวแบบนั้นกลับพุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ เหมือนอย่างกับว่าเธอได้ทำเรื่องอะไรที่ทำผิดต่อเขาไปยังไงอย่างงั้น
เรื่องที่ทำผิดต่อเขาเหรอ?
ใช่ซิ
เธอได้ฆ่าลูกระหว่างพวกเขาไปเองกับมือ
คาดว่าเรื่องนี้บุณพจน์น่าจะรู้แล้วมั้ง
เขาชอบเด็กซะขนาดนั้น อยากจะได้ลูกซะขนาดนั้น แต่ว่าการกระทำทั้งหมดของเธอ ถึงแม้ว่าจะฆ่าเธอให้ตายไป บุณพจน์ก็คงจะไม่หายเกลียดหรอกมั้ง?
พรวลัยรู้มาตลอด ว่าบุณพจน์ไม่ใช่ผู้ชายที่ใจบุญสุนทาน ความโหดเหี้ยมของเขาเธอรู้ดียิ่งกว่าใครทั้งหมด
สิบสองปีมานี้ มือของบุณพจน์เปื้อนเลือดสด ๆ มาไม่น้อย เธอเคยเห็นมามากมายแล้ว แต่ว่าวิธีเหล่านั้น ความโหดร้ายและความโหดเหี้ยมเหล่านั้นต่างก็ไม่เคยใช้กับเธอมาก่อน
แต่ตอนนี้เขาจะจัดการกับเธอเหรอ?
ก็ใช่