ตอนที่ 1307
บทที่ 1307 ผู้หญิงที่ดื้อด้านคนนี้
October 31, 2026
อารมณ์ของพรวลัยร้อนรนขึ้นมาทันที
“คุณไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าฉันไม่อยากจะอยู่กับคุณมากแค่ไหน! ทุกคืนฉันต้องพกมีดสั้นไว้ตลอด ฉันคิดอยู่ตลอดว่าจะฆ่าคุณซะ คุณเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของพิรุณ ขอแค่คุณตายไป พิรุณก็จะได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียญาติพี่น้องไป ทุกอย่างที่ตัวฉันต้องรู้สึก ฉันก็จะให้เขาได้ลิ้มลองบ้าง หนำซ้ำฉันยังคิดว่าจะทายาพิษไว้ตัวฉัน ขอแค่คุณมาสัมผัสฉัน ถึงแม้ว่าจะต้องตาย ฉันก็จะฉุดคุณให้ตายไปด้วย สิ่งเหล่านี้คุณล้วนไม่เคยรู้!”
พรวลัยร้องไห้อย่างเจ็บปวดจนสุดใจ และกระทั่งร้องไห้จนมีเสียงเจ็บปวดออกมา
“แต่ว่าฉันกลับไม่มีประโยชน์ ฉันไม่มีประโยชน์จริง ๆ ฉันนึกว่าคุณจะเอาฉันตั้งแต่คืนนั้นเลย ฉันเตรียมการมาตั้งนานขนาดนั้น แต่คุณกลับไม่แตะต้องตัวฉัน คุณให้ฉันไปนอนเอง แล้วตัวคุณก็ไปห้องหนังสือเพียงคนเดียว ต่อมาในหนึ่งปีนั้น ฉันได้หาโอกาสมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ว่าคุณก็ยังคงไม่แตะต้องตัวฉัน ตอนแรกฉันนึกว่าคุณไม่พึงพอใจในตัวฉัน ฉันก็เลยรอปีที่สองคิดว่าคุณคงจะพาเด็กผู้หญิงกลับมาอีก พอถึงตอนนั้นฉันก็จะชักจูงให้เด็กผู้หญิงคนนั้นมาช่วยฉันทำงาน แต่ว่าการรอของฉันนี้ก็ต้องรอหลายปีเลย”
พอเห็นพรวลัยร้องไห้ได้อย่างเจ็บปวดมากขนาดนั้น ดวงตาของบุณพจน์ก็เปียกชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
“งั้นทำไมคุณถึงไม่ฆ่าผมล่ะ?”
“ฉันอยากจะฆ่า แต่ว่าฉันลงมือไม่ลง ในตอนที่ฉันเห็นคุณโดนหนอนพิษทรมานครั้งแรกนั้น ฉันเคยคิดว่าจะถือโอกาสนี้ฆ่าคุณซะ แต่ว่าคุณกลับจับมือฉันไว้ แล้วเรียกหาแม่ วินาทีนั้นฉันเหมือนกับว่าได้เห็นตัวฉันเมื่อตอนอดีตที่อยู่ในอ้อมอกของแม่ ทำไม? ทำไมพิรุณต้องโหดเหี้ยมกับคุณที่เป็นลูกชายเพียงคนเดียวแบบนี้ด้วย? ทำไมเขาถึงไม่เอาอกเอาใจคุณ? ถ้าหากว่าเขาดีกับคุณมาก ๆ ฉันฆ่าคุณไปก็คงจะทำให้เขาทุกข์ใจได้ แต่ว่าเขาคนนี้นั้นช่างเลือดเย็นเกินไปแล้ว เขาไม่สนใจคุณด้วยซ้ำ งั้นถ้าฉันฆ่าคุณไปจะมีประโยชน์อะไร?”
พรวลัยปิดหน้าตาของตัวเองไว้ ร้องไห้ได้อย่างปลดปล่อยเป็นอย่างมาก
หลายปีมาขนาดนี้ ความขมขื่นที่อยู่ในใจของเธอในที่สุดก็สามารถพูดออกมาได้อย่างเปิดเผยแล้ว
หลายปีมานี้ เธอแทบจะบีบบังคับตัวเองจนเป็นบ้าแล้ว
เธอเกลียดไปด้วย แต่ก็รักไปด้วย และยังต้องคอยเตือนตัวเองว่าเป้าหมายที่มีชีวิตอยู่ต่อไปคืออะไร
เธอเหนื่อยมาก เหนื่อยมากจริง ๆ
ถ้าหากบุณพจน์ไม่มีกับเธอก็ช่างเถอะ แต่ว่าบุณพจน์นั้นดีกับเธอมาก ดีจนทำให้เธอเกลียดเขาไม่ลง
ความรู้สึกแบบนี้ไม่มีใครเข้าใจ เธอต้องทนทุกข์ทรมานอย่างสุด ๆ ทุกวันทุกคืน
บุณพจน์ถอนหายใจทีหนึ่ง แล้วก็เดินไปคว้าตัวเธอมากอดไว้ในอ้อมกอด
“อย่าแตะฉัน! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”
พรวลัยที่อ่อนโยนมาตลอดกลับขัดขืนอย่างแรงกล้าขึ้นมา แต่ว่าตอนนี้เธอจะไปเป็นคู่แข่งกับบุณพจน์ได้ยังไง?
บุณพจน์กอดเธอไว้แน่น แล้วตะคอกขึ้นเสียงขรึมว่า “ฟังผมพูด”
บางทีน้ำเสียงของบุณพจน์อาจจะแหลมสูงเกินไป หรือพรวลัยอาจจะไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว เธอจึงได้แต่นั่งมองบุณพจน์อย่างเหม่อลอยเท่านั้น แต่น้ำตายังคงไหลนองอยู่
บุณพจน์รู้สึกว่าน้ำตานั้นดูขัดตาเป็นอย่างมาก
ตั้งแต่อายุสิบแปดจนถึงตอนนี้ เขาแทบจะไม่เคยเห็นเธอร้องไห้มาก่อนเลย ถึงแม้จะเป็นตอนที่บาดแผลเต็มไปหมด ถึงแม้จะต้องวิ่งหนีความตาย เธอก็ยังกัดฟันต่อสู้ยืนหยัด ไม่เคยมีน้ำตาไหล แต่ว่าตอนนี้พรวลัยกลับร้องไห้จนเป็นเหมือนมนุษย์น้ำตาคนหนึ่งยังไงอย่างงั้น
บุณพจน์เคยขุ่นเคืองที่พรวลัยไม่เคยร้องไห้มาก่อน แต่พอตอนนี้มาเห็นน้ำตาของเธอแล้วเขาถึงพบว่า เขายินดีที่ชาตินี้ทั้งชาติจะไม่ได้เห็นเธอร้องไห้
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงเยอะมาก
“ฟังผมนะ ไม่ว่าเรื่องราวในอดีตมันจะเป็นยังไง มีความโกรธแค้นกันแบบไหน มันก็ได้จบลงหมดแล้ว พรวลัย สิ่งที่พิรุณติดค้างตระกูลแสงนาคของพวกคุณไว้ คุณสามารถทวงคืนกับเขาได้เต็มที่ แต่คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาความผิดบาปเหล่านี้มาคิดใส่หัวผม คุณเป็นคนของผม ถึงคุณจะเกลียดผมก็ดี จะรักผมก็ช่าง ยังไงชาตินี้ผมก็ไม่มีทางที่จะปล่อยตัวคุณให้ไปจากผมได้หรอก ส่วนลูกคุณอยากมีก็มี แต่ถ้าคุณไม่อยากมีผมก็จะไม่บังคับ ชาตินี้ถึงแม้จะต้องอยู่กันไปอย่างนี้ แต่คุณก็จะต้องอยู่ข้างกายผม นี่คือชะตาชีวิตของคุณ! ผมบุณพจน์เป็นคนยังไงคุณชัดเจนที่สุด ถ้าหากคุณแค่ไม่อยากจะมีลูกกับผม ตอนนี้ผมก็ไปทำหมันได้เลย แต่ว่าถ้าคุณยังกล้าไปจากผมดูซิ ถ้าคุณทำร้ายตัวเองแค่นิดเดียว ผมก็จะทำลายแขนของผมข้างหนึ่ง ถ้าหากคุณยังกินยาพิษอีก ผมก็จะเฉือนเนื้อตัวเองทิ้งชิ้นหนึ่ง คุณไม่สนใจชีวิตตัวเองก็ไม่เป็นไร ในเมื่อผมมีชีวิตอยู่ก็ไม่มีความหมาย ผมก็จะมาดูว่าเราสองคนใครโหดเหี้ยมกว่าใคร”
บุณพจน์ไม่มีท่าทางล้อเล่นเลยสักนิด จนทำให้จิตใจของพรวลัยร้อนรนขึ้นมาทันที
“คุณคิดว่าคุณจะยังสามารถทำให้ฉันกลัวได้อีกเหรอ? บุณพจน์ ระหว่างเราได้ฉีกหน้ากันแล้ว คุณเอาตัวเองมาข่มขู่ฉันเหรอ? ช่างน่าขำจริง ๆ เลย! ฉันแทบอยากจะให้คุณตายอยู่แล้วคุณรู้หรือเปล่า? คุณเป็นลูกชายของพิรุณ คุณตายไปฉันถึงจะดีใจต่างหาก”
พรวลัยโกรธจนผลักบุณพจน์ออกไปทีหนึ่ง
ใจของเธอนั้นร้อนรนอยู่ ในขณะที่น้ำตากำลังปลิวว่อนนั้นก็ได้รู้สึกกลัวไปด้วยในขณะเดียวกัน
เธอกลัวบุณพจน์มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเธอ กลัวจริง ๆ
เขาจะไม่เอาลูกได้ยังไงกัน?
เขาเพิ่งจะอายุสามสิบเองนะ ยังมีชีวิตดี ๆ อีกเยอะ ส่วนเธอก็แค่คนร่างกายโทรม ๆ คนหนึ่งเท่านั้น หลายปีมานี้ทรมานร่างกายขนาดซะขนาดนั้น แล้วก็ไม่รู้ว่าจะสามารถมีโอกาสได้เป็นแม่คนอีกหรือเปล่า
แต่บุณพจน์กลับไม่โต้เถียงกับเธออีก เพียงแต่แค่ล้วงมีดสั้นแบบทหารออกมาจากรองเท้าหนัง แล้วก็เฉือนไปที่แขนตัวเองทีหนึ่งทันที
มีดขยับขึ้นลง บุณพจน์เจ็บจนเหงื่อเย็น ๆ ไหลออกมา แต่กลับไปร้องสักแอะ แล้วเนื้อชิ้นหนึ่งก็ตกลงบนเตียงของพรวลัยทันที เลือดสด ๆ ไหลอาบ
“อ๊า!”
พรวลัยกรีดร้องขึ้นมาทันที
“บุณพจน์ คุณนี้บ้าไปแล้วใช่ไหม?”
เธอไม่สนใจความอ่อนเพลียของตัวเองจากการขั้นตอนการทำแท้งเมื่อคืน ยิ่งไม่สนใจความปวดแสบปวดร้อนในกระเพาะ ในวินาทีที่เห็นบุณพจน์ทำร้ายตัวเองนั้น พรวลัยก็ปวดใจจนแทบจะระเบิดเลย
เธอรีบเปิดผ้าห่มออก แล้วก็รีบร้อนจนกลิ้งลงไปจากเตียง แต่กลับไม่ได้สนใจร่างกายตัวเอง แต่กลับกุมแขนของบุณพจน์ไว้แน่น ทั้งสองมือพยายามปิดแผลของเขาไว้อย่างลนลาน
บาดแผลนั้นกระตุ้นให้ไฟโกรธของพรวลัยพุ่งขึ้นมาทันที
“หมอ! หมอ!”
เธออยากจะหมุนตัวไปกดกริ่งฉุกเฉิน แต่กลับโดนบุณพจน์ฉุดแขนไว้อย่างแน่นหนา
“ยังจะกินยาพิษอีกไหม?”
เขาเจ็บจนสีหน้าขาวซีดแล้ว แต่ว่าดวงตาคู่นั้นกลับจ้องพรวลัยเขม็งอยู่ ถ้าหากเธอกล้าพูดว่ากินอีกเขาก็กะว่าจะเฉือนเนื้ออีกชิ้นแน่
แล้วพรวลัยก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาทันทีเลย
“คุณนี่มันเป็นคนบ้า! บุณพจน์ คุณนี่มันเป็นคนบ้าคนหนึ่งจริง ๆ! คุณจะเอาผู้หญิงคนหนึ่งที่คิดจะฆ่าคุณทุกวินาทีมาไว้ข้างกาย คุณนี่สมองมีปัญหาหรือเปล่า?”
“ใช่!”