ตอนที่ 1324
บทที่ 1324 ฉันเป็นแค่ผู้ชายของคุณ
October 31, 2026
“คุณดูแลสุขภาพให้ดีเถอะ นี่มันแค่ไม่กี่วันเองจะออกมาเที่ยวแล้ว คิดว่าตัวเองทำจากเหล็กจริงๆ หรือไง?”
นรมนรีบปฏิเสธ ใช้สุขภาพร่างกายขวัญตาเป็นข้ออ้าง
ขวัญตากลับยิ้มขณะพูดขึ้น “ฉันไม่เป็นอะไร แข็งแรงอยู่นะ”
“นั่นก็ไม่ได้”
การต่อต้านอย่างรุนแรงของนรมน ขวัญตารู้สึกถึงอะไรบางอย่างไม่มากก็น้อย
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ถ้าฉันไปจะไม่สะดวกกับพวกคุณใช่ไหม?”
“รู้แล้วคุณยังจะถามอีก คุณอยู่ในเมืองชลธีแล้วพักฟื้นร่างกายไปดีๆ นั่นแหละ เดี๋ยวมีเวลาและโอกาสค่อยออกมา ตอนนี้อย่าอวดเก่งเลย”
นรมนกลัวว่าขวัญตาจะถามเรื่องอื่นอีก จึงต้องพูดแบบนี้
“โอเคๆๆ ฉันเชื่อฟังคุณแล้วก็ยังไม่โอเคอีกเหรอ?”
ขวัญตาทนคำสั่งนรมนไม่ไหวแล้ว ทำได้แค่เลิกต่อต้าน
เจตต์ยกซุปน้ำข้นเข้ามา เห็นพวกเธอสองคนคุยกันอย่างร่าเริง ก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ขณะพูดขึ้น “นรมนจะกลับมาเมื่อไร? เอาของอร่อยมาฝากขวัญตาด้วย”
“รู้แล้ว”
นรมนชอบเจตต์ในตอนนี้มาก เดิมทีแล้วคิดว่าการตายของพรรษาจะสร้างปมในใจให้กับเขา โชคดีที่มีขวัญตาคอยอยู่เคียงข้างเขา
“พี่ ขอคุยกับพี่ตามลำพังได้ไหม?”
นรมนขยิบตาให้กับเจตต์
เจตต์มองไปทางขวัญตา ขวัญตายิ้มขณะพูดขึ้น “ไปเถอะ ฉันยังจะกลัวว่าพวกคุณจะทำอะไรลับหลังฉันอีกเหรอ? แววตาอะไรนั่นน่ะ”
“แค่กๆ”
นรมนโดนว่าจนรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
เจตต์หัวเราะชอบใจรับโทรศัพท์มาแล้วเดินออกไปนอกห้อง
หลังจากออกมาจากสายตาขวัญตาแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าเจตต์ก็หุบลง เขามองนรมน ถามขึ้นเสียงทุ้ม “เกิดเรื่องอะไรใช่ไหม?”
“จะเกิดเรื่องอะไรได้ล่ะ? อย่าคิดอะไรไม่มีจุดมุ่งหมายทั้งวัน”
หัวใจนรมนเต้นตึกตัก แต่ใบหน้าไม่แสดงมันออกมา
เจตต์เป็นใคร?
อยู่กับนรมนมาตั้งนาน จะไม่รู้จักนิสัยนรมนได้อย่างไร?
เขาพูดขึ้นเสียงทุ้ม “ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเธอไม่โทรหาพวกเราหรอก พูดมาเถอะ เกิดเรื่องอะไร?”
นรมนค่อนข้างหดหู่
สองคนที่รู้จักเธอดีมากที่สุดบนโลกใบนี้ หนึ่งคือบุริศร์ อีกหนึ่งคือเจตต์
“พี่ เราจับพิรุณได้แล้ว แต่ปล่อยให้มันหนีไปได้อีกครั้ง ตัวตนของมันก็มีปัญหามากเหมือนกัน”
นรมนรีบเล่าเหตุการณ์ในช่วงนี้ให้เจตต์ฟัง
การตายของพรรษาดูแล้วมีความเกี่ยวข้องกับกล้าณรงค์ แต่ฉัตรพลเตรียมการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ก็ไม่มีใครแน่ชัด ในฐานะเจตต์ เขามีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริง และบอกเรื่องนี้กับเจตต์ได้เท่านั้น เขาคงไม่ปล่อยให้ขวัญตามาที่นี่เพื่อเข้าร่วมปัญหาหรอก
คิ้วของเจตต์ขมวดเข้าหากันแน่น
เขาไม่รู้ว่าเรื่องราวมันจะซับซ้อนแบบนี้ และเข้าใจความกังวลของนรมนในพริบตาเดียว
“เธอกลัวขวัญตามาเจออันตรายใช่ไหม? และกลัวว่าหล่อนอยู่ที่นี่แล้วจะถูกฉัตรพลเล่นงานใช่ไหม?”
“ใช่ ดังนั้นพี่ดูแลขวัญตาให้ดีนะ ฉันรู้พี่มีความแค้นกับกล้าณรงค์และฉัตรพล เรื่องนี้ฉันจัดการแทนพี่โอเคไหม? ตอนนี้พี่สะใภ้แท้งไปแล้ว ร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ถ้าพี่มาแล้วเธอจะทำยังไง? และคราวก่อนกล้าณรงค์ยังคิดอุบายกับเส้นทางการเดินเรือของตระกูลปวนะฤทธิ์ด้วย ถ้าพี่ไปแล้ว ตระกูลปวนะฤทธิ์เกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง? ที่ฉันบอกพี่เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่อยากให้พี่รีบมา แต่อยากให้พี่เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า กันไว้ดีกว่าแก้ ยังไงแล้วตอนนี้ที่เมืองชลธีคนที่ต้องการการปกป้องจากพี่มันไม่น้อยเลย พี่เข้าใจความหมายฉันไหม?”
นรมนพูดอย่างรวดเร็ว กลัวเจตต์จะรีบมาโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเหมือนเมื่อก่อน
ถ้าเจตต์ยังไม่แต่งงาน ตอนนี้เขาต้องรีบไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว
นรมนพูดถูก ตอนนี้เขามีคนที่ต้องปกป้องมากเกินไป ถ้าออกมา ที่เมืองชลธีจะไม่มีใครเฝ้าดูแลจริงๆ
“บอกเรื่องนี้กับอาธรณีตระกูลทวีทรัพย์ธาดาหรือยัง?”
“ยังค่ะ ตั้งใจว่าบอกพี่เสร็จแล้วจะไปบอกเรื่องนี้กับอาธรณี”
นรมนตั้งใจแบบนี้
เจตต์พูดเสียงทุ้ม “ทางด้านคุณตากับอาธรณีตระกูลทวีทรัพย์ธาดาให้พี่บอกเองดีกว่า เธอไม่ต้องโทร โทรมากไปมันก็ไม่ดี ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้มีคนดักฟังโทรศัพท์พวกเธอหรือเปล่า นี่โทรเสร็จแล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งไปเลยนะ แล้วเปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนบัตรโทรศัพท์ด้วย และไม่ต้องบอกใคร พวกเธอรู้เองก็พอ เรื่องนี้มันใหญ่เกินไป ต้องระวังหน่อย”
นี่คือประสบการณ์ของเจตต์
นรมนได้ยินแล้วก็ตกตะลึงเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้า
“ค่ะ”
“อีกอย่าง การปฏิบัติการในอนาคตห้ามบอกใครทั้งนั้น รวมถึงฉันด้วย มีบุริศร์อยู่เคียงข้างเธอ ฉันก็วางใจ ผู้ชายคนนั้นยอมทิ้งชีวิตตัวเองเพื่อไม่ให้เธอเป็นอะไร ดังนั้นเธอไว้วางใจเขาได้เต็มที่ก็พอ”
เมื่อเจตต์พูดสิ่งเหล่านี้ในใจก็หงุดหงิดมาก ถึงแม้จะทิ้งความรักหนุ่มสาวกับนรมนไปแล้ว แต่ตอนนี้ในฐานะพี่ชายนรมน ต้องมอบนรมนให้กับบุริศร์อย่างเชื่อมั่นเต็มที่ ในใจเขาก็รู้สึกไม่ค่อยดี
“ที่เมืองชลธีเธอไม่ต้องเป็นห่วง มีฉันอยู่ มีอาธรณีตระกูลทวีทรัพย์ธาดาอยู่ มีคุณตาอยู่ ทุกอย่างจะไม่เป็นอะไร ถ้าจัดการไม่ได้จริงๆ ฉันยังโทรหาคุณชายธเนศพลที่เมืองหลวงได้ ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา คนที่เธอเป็นห่วงฉันจะดูแลให้ ทางด้านพฤกษ์ฉันก็จะติดต่อ นรมน ตัวเองต้องระวังความปลอดภัยนะ เราจะรอพวกเธอกลับมา”
เจตต์โตเป็นผู้ใหญ่มากกว่าแต่ก่อนเยอะเลย ไม่รู้ว่าเพราะแต่งงาน หรือเพราะขวัญตา แต่ผลสรุปการจัดการแบบนี้ก็ยังทำให้นรมนพึงพอใจ เธอโทรหาเจตต์เดิมทีแล้วก็เพราะเหตุนี้ ตอนแรกนึกว่าจะอธิบายไปเสียเปล่า ตอนนี้ดูแล้วทั้งหมดเป็นความคิดมากของตัวเอง
เราทุกคนเติบโตโดยไม่รู้ตัว เพื่อคนข้างกาย ปรับปรุงตัวเองให้สมบูรณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อคนที่รักทุกคน
“พี่ ระวังด้วยนะ”