ตอนที่ 1341
บทที่ 1341 นี่เป็นชาดี
October 31, 2026
บุริศร์ก็เห็นเงาร่างหนึ่งกระโจนเข้ามาหาเขา เขาจึงยกเท้าขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ถีบเข้าไปที่หน้าอกของอีกฝ่าย
เสียงร้องอู้อี้ดังขึ้น แล้วอีกฝ่ายก็กระเด็นออกไปทันที
นรมนรีบมาที่ด้านหน้าของบุริศร์ มองเขาด้วยความเป็นห่วง
“เป็นอะไรไหม?”
“ไม่เป็นไร”
ดวงตาของบุริศร์จับจ้องไปที่ร่างๆนั้น
ผมยาวๆของคนๆนั้น ปกปิดใบหน้าเอาไว้ จึงมองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัดเจน ส่วนเสื้อผ้าบนร่างของเธอก็ขาดรุ่งริ่ง เหมือนกับไม่ได้เปลี่ยนมานานมากๆ แต่ทว่าดูจากลักษณะรูปร่างแล้ว น่าจะเป็นผู้หญิง
ผู้หญิงงั้นเหรอ?
บุริศร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เจอผู้หญิงคนหนึ่งในสถานที่แบบนี้ ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงเสียสติคงจะดีที่สุด
นรมนก็รู้สึกถึงจุดนี้ได้อย่างชัดเจน
“คุณเป็นใคร?”
ปืนของนรมนเล็งไปที่ผู้หญิงคนนั้นทันที
เธอเช็ดเลือดที่มุมปาก มีดสั้นในมือพุ่งมาทางนรมนกับบุริศร์อีกครั้ง
ครั้งนี้ นรมนขวางอยู่ที่ด้านหน้าของบุริศร์ เอาปืนจ่อไปที่หน้าผากของผู้หญิงคนนั้น
“คุณอยากจะลองดูไหมล่ะว่าระหว่างมีดสั้นของคุณ กับปืนของฉันอะไรจะเร็วกว่ากัน?”
เสียงของนรมนเย็นยะเยือก เย็นจนไม่มีอุณหภูมิใดๆ
การเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้นหยุดนิ่งอย่างฉับพลัน
“ปัดผมออกไปข้างๆ คุณเป็นใคร?”
นรมนถามต่อ
แต่ผู้หญิงคนนั้นแค่คำรามอย่างเย็นชา ไม่ได้พูดอะไรออกมา
บุริศร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย อยากจะเดินเข้าไปใกล้ๆโดยไม่รู้ตัว แต่ผู้หญิงคนนั้นราวกับมีความรู้สึกขยะแขยงผู้ชายที่เป็นไปโดยธรรมชาติ ตอนที่เผชิญหน้ากับนรมนไม่เป็นอะไร แต่ตอนที่บุริศร์เดินเข้ามา เธอก็โบกมีดสั้นในมือไปมาด้วยความประหม่า ไม่สนใจเลยว่าอาจจะทำให้ตนเองบาดเจ็บได้
นรมนมองท่าทางของผู้หญิงคนนี้ พบว่าผมยาวๆของเธอมีผมหงอกแซมอยู่บ้าง คงจะอายุไม่น้อยแล้วสินะ หรืออาจจะเพราะเกี่ยวเนื่องกับอยู่ที่นี่เป็นเวลานานไม่ได้เจอแสงอาทิตย์เลยผมจึงเปลี่ยนเป็นสีขาวไป
“ขอโทษด้วย พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะจู่โจมเข้ามา จริงๆแล้วคิดว่าที่นี่ไม่มีคนอาศัยอยู่ จึงอยากเข้ามาหลบลมหลบหิมะที่นี่”
นรมนนึกถึงที่พวกเขาจู่โจมเข้ามา ก็ไม่แปลกหรอกที่เธอจะป้องกันตนเอง ถึงได้เก็บปืนลงมา
ผู้หญิงคนนั้นได้ยินนรมนพูดอย่างนี้ ทั้งยังเห็นว่าเธอเก็บปืนแล้ว จึงเก็บมีดสั้นกลับมา
เธอไม่ได้พูดอะไร เดินผ่านข้างกายของนรมน ไปที่ห้องครัว ยกน้ำร้อนที่บุริศร์ต้มเอาไว้ออกมา ชงน้ำชากาหนึ่ง วางไว้บนโต๊ะ แล้วจัดวางถ้วยสามใบเอาไว้
นรมนเห็นท่าทางการชงชาที่เป็นธรรมชาติของเธอ แค่เห็นก็รู้แล้วว่าต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ บางทีอาจจะเป็นหญิงสูงศักดิ์ก็ได้
เพียงแต่หญิงสูงศักดิ์ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?
นรมนไม่เข้าใจ
“สวัสดีค่ะ คุณชื่ออะไรเหรอคะ? ฉันชื่อนรมน นี่สามีของฉันบุริศร์ รบกวนคุณแล้ว”
นรมนเป็นฝ่ายแนะนำตนเองกับบุริศร์อย่างมีมารยาทก่อน ผู้หญิงคนนั้นชะงักเล็กน้อย แล้วจึงพูดขึ้น: “นั่งลงดื่มชาร้อนๆหน่อยเถอะ ที่นี่ไม่มีเครื่องให้ความอุ่น แม้จะอุ่นกว่าด้านนอกนิดหน่อย แต่กลางดึกจะหนาวมากๆ”
เสียงของผู้หญิงแหบพร่า ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่ไม่ได้พูดมานานหลายปีหรือเปล่า ตอนที่พูดจึงดูค่อนข้างฝืนๆ
บุริศร์เดินเข้ามา
อยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย ถ้าไม่มีคนอยู่ บางทีน้ำชานี้บุริศร์อาจจะยอมให้นรมนดื่มก็ได้ แต่ตอนนี้เจอผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวตนไม่แน่ชัด เขาก็ไม่กล้าให้นรมนเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดใดๆเลย
ถึงบุริศร์จะไม่ได้พูดอะไร แต่นรมนก็รู้อากัปกิริยาของเขา เธอมองผู้หญิงคนนั้น ดวงตาของผู้หญิงสอดส่องออกมาจากผมยาวๆ มาพร้อมกับการพิจารณาเล็กน้อย
นรมนยิ้มพูดขึ้น: “ขอบคุณนะคะ”
พูดจบเธอก็ไม่สนใจบุริศร์ที่กำลังห้ามปราม ยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม
ผู้หญิงคนนั้นค่อนข้างประหลาดใจ ส่วนแววตาของบุริศร์เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“คุณกลับเป็นคนที่ใจกล้า แต่ก็ถือว่าเขาเป็นห่วงคุณ”
เธอตัดสินบุริศร์กับนรมนได้ในทันที แล้วเอาผมทัดหู เปิดเผยใบหน้างดงามละเอียดอ่อนออกมา
แต่ถ้ามองใบหน้านี้ นรมนบอกไม่ถูกว่าเธออายุเท่าไหร่กันแน่ เพราะผู้หญิงคนนี้ดูแล้วยังสาวอยู่มาก แต่บุริศร์กลับตะลึงเล็กน้อย ถามขึ้นเบาๆ: “คุณนามสกุลธนเกียรติโกศลใช่ไหม?”
แค่พูดออกไป ดวงตาของผู้หญิงคนนั้นก็คมกริบขึ้นมาทันที
“คุณเป็นใคร?”
ท่าทีที่พึ่งผ่อนคลายลงเมื่อครู่ของเธอประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับกำลังเตรียมป้องกันตัว
นรมนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แค่รู้สึกว่าเมื่อครู่ผู้หญิงคนนี้ยังดีๆอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเจตนาร้าย ถึงกับอยากจะฆ่าคนด้วยซ้ำ จึงดึงบุริศร์เข้ามาโดยปริยาย
แต่บุริศร์กลับไม่ขยับเขยื้อน มองผู้หญิงคนนั้นแล้วถามขึ้นอย่างชัดเจน: “คุณรู้จักธเนศพลใช่ไหม?”
แค่พูดออกไป มีดสั้นในมือของผู้หญิงคนนั้นก็โบกสะบัดขึ้นมาอีกครั้ง จี้ไปบนคอของบุริศร์ทันที
“คุณเป็นใครกันแน่?”
“คุณคือคุณน้าชัญญาใช่ไหม?”
แววตาของบุริศร์ค่อนข้างประหลาดใจ
ยังไงเขาก็คิดไม่ถึงว่าตนเองที่เพิ่งจะเข้ามาในประเทศFก็จะได้เจอคุณน้าธนเกียรติโกศลชัญญาเลย