ตอนที่ 1356
บทที่ 1356 ฉันก็เป็นน้องสาวของคุณเหมือนกัน
October 31, 2026
นี่เป็นครั้งแรกที่บุริศร์เห็นหน้าตาของกล้าณรงค์ซึ่ง ๆ หน้า รู้สึกจะไม่ค่อยเหมือนกับในรูปถ่ายซะเท่าไหร่ ตัวจริงค่อนข้างที่จะโหดเหี้ยมมากกว่า
กล้าณรงค์ให้คนมาเก็บกวาดคนพวกนี้ไป จากนั้นก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ช่วงนี้จับตาดูทางราเชนให้ฉันดี ๆ ไม่ว่าจะมีความเคลื่อนไหวอะไรก็อย่าปล่อยให้เล็ดลอดไปได้เด็ดขาด”
“ครับ”
หลังจากที่คนของกล้าณรงค์จากไปแล้ว บุริศร์เองก็ลงมาเลย เขาตามคนของกล้าณรงค์ไปแล้วก็หาที่อยู่ของราเชนเจออย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ซ่อนตัวไว้
ทางด้านหงส์ได้ยินข่าวคราวมาว่า บุริศร์ไปที่ตำหนักราเชน ก็อดไม่ได้ที่จะโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง
“ดูท่าเฮียบุริศร์กับพี่รองจะมีความเกี่ยวข้องกันจริง ๆ พี่รองเป็นอะไรกับเฮียบุริศร์นะ?”
หงส์รู้สึกคิดไม่ตกเล็กน้อย ทำไมบุริศร์จะต้องช่วยราเชนด้วย แต่ว่าในเมื่อนี่เป็นเจตจำนงของบุริศร์ หงส์เองก็เข้าใจแล้ว
“บอกกับคนของเรา ข้อมูลที่ค้นหามาได้อย่างลับ ๆ เอาส่งไปให้พี่รองให้หมด”
เฉียงอึ้งไปเล็กน้อย
“หัวหน้าหน่วย พวกเราจะไม่เข้าร่วมการแย่งชิงอำนาจไม่ใช่เหรอครับ?”
“ถ้าเฮียบุริศร์สนับสนุนพี่รองละก็ พวกเราก็สนับสนุนพี่รองด้วย สำหรับฉันแล้วใครจะนั่งตำแหน่งพระราชาของประเทศFต่างก็ไม่มีความหมาย ขอแค่เป็นสิ่งที่เฮียบุริศร์ต้องการ ฉันก็จะช่วยเขาทำให้สำเร็จ”
ดวงตาของหงส์มีความดื้อดึงพาดผ่านเสี้ยวหนึ่ง
เฉียงพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “หัวหน้าหน่วย คุณเสียสละเพื่อเฮียบุริศร์เยอะเกินไปแล้ว เฮียบุริศร์เขาทำกับคุณอย่างนี้ ช่างทำให้คุณลำบากมากจริง ๆ”
“ห้ามพูดอย่างนี้ ไม่ว่าเฮียบุริศร์จะทำเรื่องอะไรล้วนถูกต้องทั้งนั้น จำคำพูดประโยคนี้ไว้”
“ครับ”
ยังไงหงส์ก็ยังไม่ค่อยวางใจบุริศร์ ก็เลยหาข้ออ้างอย่างหนึ่งแล้วก็ไปที่ตำหนักราเชน ส่วนทางด้านดารัณเองก็ได้รับข่าวแล้วเช่นกัน
“องค์หญิงหก องค์หญิงห้าไปที่ตำหนักองค์ชายรอง ได้ยินมาว่าเมื่อสองสามวันก่อนองค์ชายรองได้ส่งยาไปให้กับองค์หญิงห้า ไม่รู้ว่าทั้งสองคนนี้ไปสนิทสนมกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
คำพูดของมัทยาทำให้ดารัณขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย
“พี่ห้า ไม่ชอบเรื่องแย่งชิงอำนาจอะไรแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้อยู่ ๆ ก็ไปสนิทสนมกับพี่รองขนาดนี้ได้ล่ะ?”
“ฉันจะส่งคนไปสืบเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
มัทยาพูดจบแล้วก็ถอยออกไปเลย
นรมนมาได้ยินพวกเขาสนทนากันโดยไม่ได้ตั้งใจพอดี หัวคิ้วก็ขมวดกันขึ้น แล้วก็กลับไปที่ที่พักของตัวเองอย่างไร้สุ้มเสียง
ชัญญาไม่มีเรื่องอะไรก็อยู่ในห้องของเธอ พอเห็นหัวคิ้วของนรมนขมวดกันแน่น ก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ได้ยินข่าวไม่ดีอะไรมาเหรอ?”
“หงส์ไปที่ตำหนักพี่ชายฉัน ฉันกลัวว่าเธอจะลงมือกับพี่ชายฉัน”
นี่เป็นสิ่งที่นรมนเป็นกังวล
ความไม่เป็นมิตรที่หงส์มีต่อเธอนั้นนรมนรู้ดี ในเมื่อเป็นผู้หญิงที่ยังไม่เคยได้เจอหน้ากันก็อยากจะฆ่าเธอซะแล้ว แล้วจะมาออมมือต่อญาติของเธอได้ยังไงกันล่ะ?
แล้วอีกอย่างดารัณเองก็พูดแล้วว่า ปกติแล้วหงส์จะไม่เข้าร่วมการแย่งชิงของพวกเขา แล้วอยู่ ๆ ก็ไปหาราเชนหรือเป็นเพราะว่าบุริศร์พบว่าตัวเธอหายไปแล้ว จากนั้นก็กดดันเธอเหรอ?
ถ้างั้นหงส์จะทำอะไรกับราเชนได้ล่ะ?
ในใจของนรมนนั้นวุ่นวายเป็นอย่างมาก
เธออยู่ที่นี่เหมือนโดนมัดมือมัดเท้าอยู่ ไม่มีทางที่จะปลีกตัวไปได้เลย
ชัญญาเห็นท่าทางที่หดหู่ของนรมน แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ไม่ว่าหงส์จะทำอะไร ตอนนี้บุริศร์ก็อยู่ข้างกายหล่อน หล่อนไม่กล้าทำอะไรเปิดเผยหรอก เธอสามารถส่งข้อความไปให้ราเชนได้ บอกให้เขาระวังหงส์คนนั้นไว้ก็พอแล้ว”
“ไม่ได้ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่พี่ชายต้องการคนเหลือ ถ้าตอนนี้ผิดใจกับหงส์ไป ไม่แน่อาจจะมีอันตรายถึงชีวิตมาได้”
นรมนนั้นกลับคิดอย่างยาวไกล
ชัญญาพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ตอนนี้เธอเอาตัวเองยังไม่รอดเลย เธอยังจะคิดถึงอนาคตของคนอื่นอีกทำไม?”
“เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันนะ”
คำพูดของนรมนนั้นหนักแน่นเป็นอย่างมาก
สำหรับญาติพี่น้องแล้ว เธอจะไม่ทิ้งขว้างหรอก
ชัญญาเหมือนกับว่าจะเห็นเงาของธเนศพลจากตัวนรมน เด็กที่ดื้อดึงคนนั้น ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเติบโตขึ้นจนเป็นยังไงบ้างแล้ว
ไม่เจอกันมานานหลายปีขนาดนี้ ยังดีที่เขายังจดจำตัวเองได้
สำหรับราชสกุลมาพูดแล้ว เธอที่เป็นองค์หญิงตกอับไม่ได้รับความโปรดปรานคนหนึ่งจะเป็นหรือตายก็ไม่มีความสำคัญอะไรจริง ๆ ซึ่งแม้แต่พี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองก็ยังไม่เสาะหาเบาะแสของเธอเลย มีเพียงแต่เด็กธเนศพลคนนั้นเท่านั้นที่ยังเป็นห่วงตัวเองอยู่
บางครั้งญาติก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกอบอุ่นที่สุดในโลกจริง ๆ
ชัญญาไม่พูดอะไรแล้ว ซึ่งก็เท่ากับว่าเห็นด้วยกับทางเลือกของนรมนแล้ว
นรมนเอาโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วอยากจะส่งข้อความอะไรให้ราเชนสักหน่อย แต่ว่าคิดอยู่ตั้งนานก็รู้สึกว่าไม่ควรจะเอ่ยชื่อของหงส์ออกมา
เธอก็เลยส่งไปประโยคหนึ่งว่า
“ระวังคนข้างกาย ไม่ว่าจะเป็นใครก็อย่าเชื่อมั่นมากเกินไป”
ตอนที่ราเชนได้รับข้อความนี้นั้นก็อึ้งไปเล็กน้อย และก็ไม่เข้าใจว่านรมนหมายความว่ายังไง ก็ได้ยินไรยาพูดเสียงต่ำขึ้นมาเลยว่า“องค์ชายรอง องค์หญิงห้ามาค่ะ”
“น้องห้า?”
ราเชนรู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย
ในเวลาแบบนี้ญาณิน จะมาที่นี่ทำไมกัน?
แต่ว่าใจของราเชนกลับหล่นตุ๊บลงทีหนึ่ง
หรือว่าคำเตือนของนรมนจะหมายถึงน้องห้าเหรอ?
ราเชนเก็บโทรศัพท์ให้เรียบร้อย แล้วก็รีบลุกขึ้นเดินออกไป
“ร่างกายของน้องห้ายังไม่หายดีเลย ทำไมถึงมาหาฉันที่นี่ได้ล่ะ? มีเรื่องอะไรก็โทรศัพท์มาสายหนึ่งให้พี่รองไปหาก็พอแล้ว”
หงส์ยิ้มอ่อน ๆ ขึ้น สายตามองไปทั่ว ๆ แต่กลับไม่พบเห็นบุริศร์
ก็ใช่
สำหรับคนประเทศFอย่างพวกเขาแล้วบุริศร์ก็คือคนนอกคนหนึ่ง แน่นอนว่าราเชนจะต้องไม่มีทางให้เขามาเปิดเผยตัวต่อหน้าตัวเองแน่
หงส์จ้องมองดูราเชน แล้วยิ้มและพูดขึ้นว่า “พี่รองเป็นห่วงฉัน แน่นอนฉันเองก็จะต้องไม่ลืมพี่รองอยู่แล้ว เมื่อกี้เพิ่งซื้อของกินจากข้างนอกมานิดหน่อย ก็เลยเอามาแบ่งปันกับพี่รองสักหน่อย”